thansettakij
thansettakij
เอกชนเด้งรับ! แพ็กเกจกระตุ้นเศรษฐกิจ เงินสะพัดดันครึ่งปีหลังบูม

เอกชนเด้งรับ! แพ็กเกจกระตุ้นเศรษฐกิจ เงินสะพัดดันครึ่งปีหลังบูม

22 ส.ค. 62 | 07:30 น.

ผู้ประกอบการเอกชนเตรียมพร้อมรับมือแพ็กเกจกระตุ้นเศรษฐกิจรัฐบาล “นายกตู่” มั่นใจยาแรงอัดฉีดเม็ดเงินสะพัด ดันภาพรวมธุรกิจครึ่งปีหลังคึกคัก “เซ็นทรัล” คาดปลุกธุรกิจท่องเที่ยว-รีเทลกระเตื้อง ขณะที่ “บิ๊กซี” เตรียมจัดโปรทั้งออฟไลน์-ออนไลน์รองรับ

การออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะเร่งด่วน ผ่านแพ็กเกจช่วยเหลือเกษตรกร การกระตุ้นการลงทุน การบริโภคในประเทศผ่านการท่องเที่ยว และการดูแลค่าครองชีพผ่านกลไกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่คาดว่าจะมีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยกว่า 3.16 แสนล้านบาท จากการใช้จ่ายเงินที่ได้รับการสนับสนุน ทำให้ผู้ประกอบการต่างประเมินถึงผลที่เกิดขึ้นจากมาตรการดังกล่าว พร้อมกับเตรียมรองรับการใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้น เพื่อผลักดันให้เกิดการหมุนเวียนของเงินภายในประเทศ

 

มั่นใจครึ่งปีหลังคึกคัก

ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน)หรือซีพีเอ็น ผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เซ็นทรัลพลาซา เซ็นทรัลเฟสติวัล เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า จากนโยบายของรัฐบาลในการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในเมืองหลักและเมืองรองนั้น คาดว่าจะทำให้บรรยากาศการท่องเที่ยวในช่วงครึ่งปีหลังคึกคักขึ้น โดยเฉพาะการเดินทางท่องเที่ยวแบบทริปสั้นๆ ไปยังจังหวัดใกล้เคียงซึ่งก็จะทำให้เกิดการกระจายรายได้ไปยังผู้ประกอบการท้องถิ่นต่างๆมากขึ้น

ในส่วนของซีพีเอ็น ซึ่งปัจจุบันมีศูนย์การค้าอยู่ในทุกภูมิภาคทั่วประเทศรวม 33 แห่ง ทั้งในหัวเมืองหลัก เมืองรอง และเมืองท่องเที่ยว และมีการจัดงานอีเวนต์ส่งเสริมสินค้าของผู้ประกอบการท้องถิ่นภายในจังหวัดต่างๆที่ตั้งอยู่ รวมถึงการจัดอีเวนต์แบบ Cross-Region ที่ช่วยโปรโมตสินค้าและการท่องเที่ยวแบบข้าม

 

นอกจากนี้ การที่รัฐบาลมีนโยบายงดเว้นการตรวจตราวีซ่านักท่องเที่ยวจีนและอินเดีย เชื่อว่าจะยิ่งกระตุ้นให้ภาคธุรกิจท่องเที่ยวและรีเทลกระเตื้องขึ้น โดยกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนและอินเดียยังคงเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักที่โฟกัส ซึ่งกลุ่ม FIT ทั้งจีนและอินเดียก็เป็นกลุ่มใหญ่ที่มีกำลังซื้อสูงติดท็อปสเปนเดอร์ในศูนย์การค้าหลัก ทั้งที่เซ็นทรัล ภูเก็ต และพัทยาด้วย

“ภาพรวมของเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลังจนถึงปลายปี มองว่าจะเป็นไปในทิศทางบวกเนื่องจากช่วงปลายปีจะอัดแน่นไปด้วยเทศกาลงานรื่นเริงต่างๆ ทั้งของไทยและเทศ ซึ่งคนนิยมจับจ่ายซื้อของขวัญและท่องเที่ยว โดยบริษัทได้เตรียมจัดเต็มอีเวนต์ โปรโมชัน เทศกาลของขวัญ และมาร์เก็ตติ้งแคมเปญ ทั้งมหกรรมงานเซลปลายปี งานเคาต์ดาวน์ที่จัดอย่างยิ่งใหญ่ทุกปี รองรับนโยบายช็อปและเที่ยวช่วยชาติ พร้อมลดหย่อนภาษี ซึ่งจะส่งเสริมให้เงินสะพัดในปลายปียิ่งขึ้น”

 

อัดแคมเปญออฟไลน์-ออนไลน์รับ

ด้านผู้บริหารระดับสูงจากบริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เพื่อรองรับกับกำลังการซื้อที่เพิ่มขึ้นจากนโยบายรัฐบาลกระตุ้นเศรษฐกิจให้ประชาชนออกมาจับจ่ายใช้ บิ๊กซี วางแผนการทำแคมเปญโปรโมชันอย่างต่อเนื่องครอบคลุมทั่วประเทศกว่า 1,000 สาขา ขณะเดียวกันมุ่งมั่นพัฒนาการช็อปปิ้งผ่านแอพพลิเคชัน Big C App รองรับกับแนวโน้มการช็อปปิ้งผ่านช่องทางออนไลน์เพิ่มขึ้น นอกจากนี้บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ สาขาราชดำริ นำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวประเทศจีนและอินเดีย ซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีกำลังการซื้อสูงและมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องด้วย

เอกชนเด้งรับ! แพ็กเกจกระตุ้นเศรษฐกิจ เงินสะพัดดันครึ่งปีหลังบูม

 

กลุ่มคอนซูเมอร์รับอานิสงส์

นายพีระพงษ์ กิติเวชโภคาวัฒน์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิวตี้ คอมมูนิตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ BEAUTY ผู้ดำเนินธุรกิจจำหน่ายปลีกผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและบำรุงผิว ภายใต้ร้านค้าปลีกแบรนด์บิวตี้ บุฟเฟ่ต์, บิวตี้ คอทเทจ ,บิวตี้ มาร์เก็ต กล่าวว่า มาตรการที่ภาครัฐทำขึ้นเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ ด้วยการฉีดงบประมาณกว่า 3 แสนล้านบาทนั้น เชื่อว่าจะเข้าสู่ระบบเพื่อกระตุ้นการบริโภค การใช้จ่ายเงิน ไม่ว่าจะเป็น เที่ยวช่วยชาติ ช็อปช่วยชาติ ซึ่งโดยส่วนตัวมองว่าจะเกิดผลดีต่อภาพรวมการกระตุ้นในส่วนของสินค้าอุปโภคบริโภคเบื้องต้นเฉพาะในส่วนของข้าวสาร อาหารแห้ง และสินค้าจำเป็นเบื้องต้นในชีวิตประจำวันเท่านั้น ขณะที่ในส่วนของสินค้าในกลุ่มบิวตี้ และเครื่องสำอางยังไม่ได้รับอานิสงส์ในมาตรการดังกล่าว

“ในส่วนของการอัดฉีดงบประมาณเข้าระบบที่หลายฝ่ายมองว่าจะได้ประโยชน์หรือไม่ มองว่าการอัดฉีดงบประมาณลงไปในสภาวะเศรษฐกิจกำลังซื้อชะลอตัว ยังดีกว่าไม่มีมาตรการอะไรเข้ามากระตุ้นเลย”

 

มาตรการเอื้อเฉพาะกลุ่ม

ด้านนายภวัต เรือง-เดชวรชัย ผู้อำนวยการธุรกิจ สายงานการวางแผนและกลยุทธ์สื่อโฆษณา บริษัท มีเดีย อินเทลลิเจนซ์ จํากัด หรือ MI กล่าวว่า จากมาตรการอัดฉีดเงินเพื่อกระตุ้นการบริโภคการใช้เงิน ส่วนตัวมองว่าเป็นการช่วยบุคคลเฉพาะกลุ่ม หรือเอื้อประโยชน์ให้บางธุรกิจเท่านั้น เช่น ธุรกิจท่องเที่ยว เป็นต้น แต่การอัดฉีดเงินครั้งนี้ยังไม่สามารถช่วยกระตุ้นกำลังซื้อของผู้บริโภคให้หมุนได้จริง และเมื่อผู้บริโภคไม่จับจ่ายใช้สอยตลาดโฆษณา และอุตสาหกรรมสื่อก็ไม่ได้รับประโยชน์จากสิ่งนี้

“ในช่วงที่ผ่านมา อย่างโครงการอัดฉีดเงินแจกบัตรคนจน ก็ยังไม่ช่วยให้ผู้บริโภคเกิดการใช้เงินได้จริงเพราะไม่มีการเติมเงินเข้าระบบ ดังนั้นระบบเศรษฐกิจจึงไม่หมุนเวียน แต่หากในแง่ดีสำหรับการอัดฉีดเงินครั้งนี้คงจะเป็นกลุ่มท่องเที่ยวเมืองรองที่ได้รับประโยชน์ครั้งนี้ เพราะในช่วงที่ผ่านมาภาครัฐจะให้ความสำคัญและกระตุ้นแค่เพียงเมืองหลักเท่านั้น แต่ในด้านของอุตสาหกรรมสื่อมองว่าไม่ได้รับอานิสงส์นี้และคาดการณ์ว่าภาพรวมสิ้นปีนี้ตลาดอาจจะติดลบเนื่องจากผู้บริโภคไม่จับจ่ายใช้สอย” 

หน้า 32 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ | ฉบับ 3498 ระหว่างวันที่ 22 - 24 สิงหาคม 2562