
21 ส.ค.จับตา ‘บิ๊กตู่’ นัด นบข. เคาะประกันรายได้ข้าว
ชาวนาเตรียมเฮ "ประยุทธ์" นัดถก นบข.วันพรุ่งนี้ 5 ชนิดประกันรายได้ข้าว ตั้งแต่ 1 หมื่นถึง 1.5 หมื่นบาทต่อตัน สกัดข้าว 110 วันเข้าโครงการ สมาคมชาวนาโวยราชการตั้งธงประกันรายได้ ไม่ฟังเสียงท้วงติง แพ้ราบคาบ ได้เพียงข้าวขาวยอมถอยให้
แหล่งข่าวกระทรวงพาณิชย์ เผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า วันที่ 21 สิงหาคมนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ได้นัดประชุม เพื่อดำเนินนโยบายตามโครงการที่รัฐบาลได้หาเสียงไว้ก็คือ “การประกันรายได้ข้าว” ที่เป็นผลสืบเนื่องจากการประชุมตัวแทนผู้ประกอบการและตัวแทนเกษตรกรโดยสมาคมชาวนาฯ และหน่วยงานเกี่ยวข้องทั้งกระทรวงเกษตรและกระทรวงพาณิชย์ มติในที่ประชุมมีความเห็นร่วมกันในการเห็นชอบโครงการประกันรายได้ข้าวที่มีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธาน
สำหรับราคาข้าว 5 ประเภทได้แก่ 1.ข้าวเปลือกเจ้า 1 หมื่นบาทต่อตัน(ความชื้น 15%) โดยประกันรายได้ให้ไม่เกินละ 30 ตัน/ครัวเรือน หรือไม่เกิน 40 ไร่ 2. ข้าวเปลือกเหนียวประกันที่ 1.2 หมื่นบาทตัน ไม่เกิน 16 ตัน หรือไม่เกิน 40 ไร่ 3.ข้าวหอมมะลิ 1.5 หมื่นบาทต่อตันไม่เกิน 40 ไร่ หรือ 14 ตัน 4. ข้าวหอมนอกพื้นที่(ข้าวหอมจังหวัด)ตันละ 1.4 หมื่นบาท ต่อตันไม่เกิน 40 ไร่ หรือไม่เกิน 16 ตัน 5.ข้าวหอมปทุมธานี ตันละ 1.1 หมื่นบาทต่อตันไม่เกิน 40 ไร่ หรือไม่เกิน 25 ตัน
ส่วนรายชื่อพันธุ์ข้าวอายุสั้นต่ำกว่า 110 วัน จำนวน 18 ชนิด ที่มีคุณภาพต่ำไม่สามารถเข้าร่วมโครงการได้ ข้าวเปลือกเจ้า เป็นพันธุ์ข้าวที่มีอายุสั้นต่ำกว่า 100 วัน ซึ่งเมื่อสีแปรสภาพได้ข้าวสารคุณภาพต่ำ จำนวน 18 พันธุ์ ได้แก่ 1) พันธุ์ 75 2) พันธุ์ซี—75 3) พันธุ์ราชินี 4) พันธุ์พวงทอง 5) พันธุ์พวงเงิน 6) พันธุ์พวงเงินพวงทอง 7) พันธุ์พวงแก้ว 8) พันธุ์ขาวปทุม 9) พันธุ์สามพราน 1 10) พันธุ์ 039 (อีกชื่อหนึ่งว่าพันธุ์เจ้าพระยา และพันธุ์ PSLC02001-240) 11) พันธุ์โพธิ์ทอง 12) พันธุ์ขาวคลองหลวง 13) พันธุ์มาเลเซีย 14) พันธุ์เตี้ยมาเล 15) พันธุ์ขาวมาเล 16) พันธุ์มาเลแดง 17) พันธุ์เบตง และ 18) พันธุ์อีเล็ป รวมทั้งพันธุ์อื่นๆ ที่มีคุณลักษณะเช่นเดียวกับข้าวอายุสั้น 18 พันธุ์ ที่ระบุยกเว้นนี้ ทั้งนี้ พันธุ์ข้าวนอกเหนือจากนี้ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นผู้พิจารณา
อย่างไรก็ดีการประกันรายได้ หลักการก็คือ ถ้าราคาตลาดอ้างอิงต่ำกว่าราคาประกันที่กำหนด ณ วันใช้สิทธิ์ที่ระบุไว้ตามสัญญาประกันราคา เกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการจะได้รับเงินชดเชยส่วนต่างราคา โดย ธ.ก.ส. จะโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากที่เปิดไว้กับ ธ.ก.ส. เงินชดเชยที่ได้รับ = (ราคาประกัน – ราคาตลาดอ้างอิง) x ปริมาณผลผลิตที่เข้าร่วมโครงการ โดยจะมีการพิจารณาราคาย้อนหลัง 15 วัน
ด้านนายปราโมทย์ เจริญศิลป์ นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย เผยว่า พอใจระดับหนึ่งเท่านั้น
นายเดชา นุตาลัย อุปนายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย เผยว่า การต่อรองราชการตั้งธงมาแล้ว ว่าจะต้องเท่านั้นเท่านี้ รู้สึกผิดหวัง แต่ที่ได้มีเรื่องข้าวเปลือกเจ้าที่ราชการยอมถอยเรื่องจำนวนพื้นที่ไร่เข้าร่วมโครงการเท่านั้นนอกนั้นไม่ได้เลย
เปิดแฟ้มโครงการประกันรายได้ข้าวสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะเป็นนายกรัฐมนตรี
ผลผลิต











