
แนะเพิ่มวงเงินค้าชายแดน ลาวกําสด 5 ล้านซื้อของไทย
เอกชน จี้แบงก์ชาติ เพิ่มวงเงินค้าชายแดน ไฟเขียว “ลาว-กัมพูชา” กำเงินสดซื้อสินค้าไทยได้เป็น 5 ล้านบาทต่อครั้ง หวังช่วยดันมูลค่าการค้าชายแดนและผ่านแดนปีนี้ 2.2 ล้านล้านบาท
นายนิยม ไวยรัชพานิช รองประธาน และคณะอนุกรรมการกลุ่มค้าชายแดนและค้าข้ามแดนด้านจีนตอนใต้ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่าปัจจุบันไทยทำการค้ากับประเทศต่างๆ รวมถึงกลุ่ม CLMV ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ แม้ว่าการใช้สกุลเงินบาทก็ต้องมีการอ้างอิงอัตราแลกเปลี่ยนเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ทำให้ภาคธุรกิจต้องแบกรับความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนและมีต้นทุนจากการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเพิ่มขึ้น ที่ผ่านมาทางสภาหอฯได้มีการผลักดันให้มีการใช้สกุลเงินท้องถิ่นค้าขายกับประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้น เพื่อช่วยลดความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน
ทั้งนี้ในการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนด้านการพาณิชย์ (กรอ.พาณิชย์) ครั้งที่ 1/2562 (วันที่ 14 ส.ค.62) เอกชนได้เสนอเรื่องเพื่อขอให้ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เพิ่มจำนวนเงินสดสกุลบาทที่คนต่างชาติสามารถถือเข้ามาซื้อสินค้าในไทย เท่ากับที่คนไทยถือเงินออกไปซื้อสินค้าในประเทศเพื่อนบ้าน เช่นในส่วนของ สปป.ลาวเดิมถือเข้าไทยได้ครั้งละไม่เกิน 2 ล้านบาท ให้เพิ่มเป็นไม่เกิน 5 ล้านบาท ส่วนด้านเมียนมาจากเดิมถือเงินเข้าไทยได้ครั้งละไม่เกิน 4.5 แสนบาท ควรขยายเป็นครั้งละไม่เกิน 2 ล้านบาท เป็นการชั่วคราว(6 เดือน) จะช่วยให้การค้าชายแดนขยายตัว และคล่องตัวมากกว่าเดิม
“หากทำได้จะช่วยขยายการค้าชายแดนและผ่านแดนของไทยในปีนี้จะขยายตัวได้ที่ 2.2 ล้านล้านบาท (จากเป้าหมายปีนี้ที่ 1.6 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วที่มีมูลค่า 1.4 ล้านล้านบาท”
ข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์ มูลค่าการค้าชายแดนและการค้าผ่านแดนของไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน ช่วง 6 เดือนแรกปี 2562มีมูลค่ารวม 686,437 ล้านบาท เพิ่มขึ้นขยายตัว 1.16% แบ่งเป็นการค้าชายแดน 4 ประเทศ มูลค่า 553,423 ล้านบาท (มาเลเซีย ลาว กัมพูชา และเมียนมา) ลดลง 0.4% และการค้าผ่านแดนกับ 3 ประเทศ (สิงคโปร์ จีนตอนใต้ และเวียดนาม) มูลค่า 133,015 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.4%
หน้า 13 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 39 ฉบับที่ 3,498 วันที่ 22-24 สิงหาคม 2562






