thansettakij
thansettakij
นายกฯโรงสีเคลียร์ปมร้อนหลังตกเป็นเหยื่อในสภา

นายกฯโรงสีเคลียร์ปมร้อนหลังตกเป็นเหยื่อในสภา

26 ก.ค. 62 | 08:45 น.

“เกรียงศักดิ์”แจงละเอียดยิบ หลังโดนเปิดประเด็นร้อนในสภา วิ่งพล่านยกหูจ้าละหวั่น สอบถามโครงสร้างการค้าข้าว ยันไม่สามารถกำหนดราคาข้าวเปลือกรับซื้อได้ ชี้กำลังของโรงสี 120 ล้านตัน/ปี ขณะที่ผลผลิตมีเพียงแค่กว่า 30 ล้านตันเท่านั้น อีกทั้งขาดสภาพคล่องหนัก สารพัดปัญหารุม แบงค์ปรับลดเงินกู้ ไม่ปล่อยสินเชื่อ

 

นายกฯโรงสีเคลียร์ปมร้อนหลังตกเป็นเหยื่อในสภา

นายเกรียงศักดิ์ ตาปนานนท์ นายกสมาคมโรงสีข้าวไทย เผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ"ว่า   มีประเด็นมากมาย ที่เกี่ยวข้องกับโรงสี ในวันแถลงนโยบายของรัฐบาล ในวันที่ 25-26 กรกฎาคม 2562 มีผู้สนใจหลายท่านโทรมาสอบถาม จึงขอให้ความชัดเจนเพื่อสร้างความเข้าใจในหลายๆประเด็น ที่อาจจะทำให้ท่านที่สนใจและอยากเข้าใจถึงระบบโครงสร้างการค้าข้าวได้รับความกระจ่างมากขึ้น  ณ เวลานี้หลายท่านได้ให้น้ำหนักมาที่โรงสี ก็ขอบคุณมากที่ท่านให้เกียรติ แต่ก็น่าเสียดายที่ไม่มีโอกาสได้ชี้แจงในรัฐสภา จึงขอใช้ช่องทางนี้อธิบายถึงโครงสร้างการค้าข้าว ทั้ง “ข้าวเปลือก” และ “ข้าวสาร” โดยสังเขป คงจะเป็นประโยชน์บ้างเล็กๆน้อยๆ เราต้องดูโครงสร้างและแยก ธุรกิจค้าข้าวออกจากกันก่อน ตัวละครใครบ้าง 1)ชาวนาและช่องทางจำหน่ายข้าวของชาวนา และ 2)การซื้อข้าวเปลือกของโรงสีและช่องทางจำหน่ายข้าวสารออกไปของโรงสี  แยกสังเขป ทั้งด้าน “ช่องทางการขาย” และ “ช่องทางการผลิต” ดังนี้

นายกฯโรงสีเคลียร์ปมร้อนหลังตกเป็นเหยื่อในสภา

“ชาวนาเมื่อได้ผลผลิตข้าวเปลือก  ชาวนามีช่องทางการจำหน่ายและขายข้าวเปลือกออกไปได้หลายช่องทาง ได้แก่ สถาบันเกษตรกร (สหกรณ์ต่างๆรวมถึงที่มีโรงสีเองด้วย มีจำนวนไม่น้อย (ประมาณ 140 โรงสี) กระจายอยู่ทั่วประเทศ ทำหน้าที่สีข้าวและจำหน่ายข้าวสารและเป็นสถานที่รวบรวมรับซื้อข้าวเปลือกอีกด้วย

นายกฯโรงสีเคลียร์ปมร้อนหลังตกเป็นเหยื่อในสภา

ส่วนโรงสีชุมชน ที่มีกระจายอยู่ทั่วประเทศจำนวนไม่น้อย ทั้งรับจ้างสี รับซื้อข้าวเปลือกมาสีและจำหน่ายข้าวสาร ยังมี ผู้ประกอบการรับซื้อและจำหน่ายข้าวเปลือก (ที่ไม่ใช่โรงสี)  มีกระจายอยู่ทั่วประเทศ และโรงสีข้าวเอกชน (ประมาณ 1,400 กว่าโรงสี ปัจจุบันนี้อาจอยู่ไม่ครบ) ทำหน้าที่รับซื้อข้าวเปลือก และจำหน่ายข้าวออกไป ให้กับผู้ค้าข้าวสาร ทั้งค้าภายในและต่างประเทศ (หมายถึง โรงสีต้องซื้อข้าวเปลือกมาสีแปรรูป แล้วจึงขายข้าวสารออกไปอีกทอดหนึ่ง)   จะเห็นว่าเกษตรกร มีช่องทางจำหน่ายข้าวเปลือกหลายช่องทาง สามารถเลือกได้ตามความพอใจ (ใครให้ราคาดีที่ตนพอใจก็ขายกับที่นั้นๆ) ซึ่งกำลังผลิตของโรงสีทั้งหมด มีสูงมากถึงกว่า 120 ล้านตัน/ต่อปี แต่ผลผลิต ข้าวเปลือกนั้น ทั้งปีมีแค่เพียง 30 กว่าล้านตัน แยกเป็น นาปี 23-24 ล้านตัน นาปรัง 7-8 ล้านตัน โดยประมาณ

นายกฯโรงสีเคลียร์ปมร้อนหลังตกเป็นเหยื่อในสภา

สำหรับโรงสี ช่องทางการจำหน่ายข้าวสาร ของโรงสีนั้น  ประกอบไปด้วย  จำหน่ายให้กับผู้ค้าข้าวสารภายในประเทศ (ยี่ปัว และผู้ที่ทำข้าวถุงยี่ห้อต่างๆ) จำหน่ายให้กับผู้ส่งออก ที่ส่งข้าวออกไปยังต่างประเทศ และโรงสีที่จำหน่ายภายในและต่างประเทศเอง  แต่เป็นเพียงโรงสีบางรายเท่านั้นยังไม่มากนัก

นายกฯโรงสีเคลียร์ปมร้อนหลังตกเป็นเหยื่อในสภา

นายเกรียงศักดิ์ กล่าวว่า  รายละเอียดด้านการผลิตระหว่างชาวนา และ โรงสี  และปริมาณการส่งออกของผู้ส่งออก แยกตามประเภทข้าว   1.) ชาวนามีผลผลิต (เพาะปลูก) ปีละ 1-2 ครั้ง ได้ผลผลิต 20-40 ตัน/ต่อปี คำนวณจากที่นา 25 ไร่ๆละ 80 ถัง ถ้าทำครั้งเดียวได้ผลผลิต 20 ตัน สองครั้งจึงจะได้ 40 ตัน แต่ไม่แน่นอน ว่าผลผลิตแต่ละปีจะเป็นอย่างไร ขึ้นกับหลายปัจจัย    2.) โรงสี แต่ละโรงสีสีข้าว ปีละประมาณ 20,000-30,000 ตัน และ บางส่วน 40,000-100,000 ตันต่อปี อีกทั้งบางรายนั้นมากกว่า 100,000ตันต่อปี   3.) ผู้ส่งออก ส่งออก แต่ละราย ตั้งแต่ 10,000 ตัน ถึง 1,000,000ตันต่อปี

นายกฯโรงสีเคลียร์ปมร้อนหลังตกเป็นเหยื่อในสภา

ทั้งนี้ กลุ่ม ข้าวแบ่งออกเป็น 3กลุ่มหลักๆ    1)ข้าวหอมมะลิ และข้าวหอม  อาทิ  หอมมะลิ คือกข.15 มะลิ105   -ข้าวหอมไทย เช่นข้าวหอมปทุมธานี    2)ข้าวเหนียว แบ่งเป็นนาปี และ นาปรัง    3)กลุ่ม ข้าวขาวที่เป็นข้าวพื้นแข็ง เพาะปลูกได้ทั้งนาปีและนาปรังที่นำมาทำข้าว5%,10%,25%,หรือ100%และข้าวนึ่ง 5%และ100% และ   4)ข้าวนึ่ง คือการเอาข้าวเปลือกมาแช่น้ำร้อน ในอุณหภูมิและเวลาที่เหมาะสม และนำไปอบลดความชื้นให้เหลือประมาณ 14%  จากนั้นจึงนำมาขัดสีเพื่อให้เป็นข้าวสาร  ข้าวนึ่งจะมีสีเข้มออกเหลืองทั้งนี้อยู่ที่กระบวนการและขั้นตอนการนึ่ง

นายกฯโรงสีเคลียร์ปมร้อนหลังตกเป็นเหยื่อในสภา

“แหล่งเงินกู้ สถานะทางการเงิน และอำนาจต่อรองของธุรกิจโรงสีข้าว ในส่วนการซื้อข้าวเปลือกเฉพาะของโรงสี จะมีการตรวจสอบคุณภาพ ในเรื่อง พันธุ์ข้าว พันธุ์ปน ความชื้น สิ่งเจือปน ออกใบรับซื้อข้าวเปลือก(ใบชั่ง)จะระบุ ราคา น้ำหนัก ความชื้น และสิ่งเจือปน  จะใช้เงินกู้ จากสถาบันการเงินเป็นหลัก ปัจจุบันประสบปัญหาสภาพคล่องอย่างรุนแรง เนื่องจากสถาบันการเงินมองธุรกิจโรงสีข้าวมีความเสี่ยงจึงปรับลดวงเงินและไม่ปล่อยกู้”

นายกฯโรงสีเคลียร์ปมร้อนหลังตกเป็นเหยื่อในสภา

นายเกรียงศักดิ์ กล่าวว่า โรงสีไม่สามารถ ตั้งราคาซื้อข้าวเปลือกได้เอง จำเป็นต้องอาศัยการตั้งราคาซื้อข้าวสารจากผู้ส่งออกมาตั้งต้นคำนวณ  เพื่อนำไปสู่การตั้งราคารับซื้อข้าวเปลือกจากชาวนาได้  แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับคุณภาพของข้าวเปลือกเป็นสำคัญ ซึ่งมีความหลากหลายมากหากเปรียบแค่ด้านของคุณภาพก็แตกต่างกันจากหลายปัจจัย  ซึ่งเมื่อสีออกมาข้าวสารก็จะมีคุณภาพตามที่ซื้อข้าวเปลือกมา โดยเฉพาะหากคุณภาพไม่สมบูรณ์ และความสมบูรณ์ก็จะมีความแตกต่างในด้านการสีแปลสภาพข้าวเปลือกเป็นข้าวสาร หรือเห็นเปรี้ยวก็จะยิ่งเสียหายขายไม่ได้ราคายังไม่นับ รวมกลุ่มข้าวสี และกลุ่มข้าวเพื่อ สุขภาพ เช่น กข.43  ซึ่งแต่ละชนิดจะมีความซับซ้อนต่างกันไป

นายกฯโรงสีเคลียร์ปมร้อนหลังตกเป็นเหยื่อในสภา

ทั้งนี้โรงสีเมื่อทำการขายข้าวให้แก่ผู้ส่งออก จะต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย ร้อยละ 0.5% เป็นเครดิตภาษี และยังเสียภาษีรายได้ต่อปีในอัตราร้อยละ 20% ให้กับกรมสรรพากรเป็นปกติ  ที่สำคัญในปัจจุบันธุรกิจโรงสีเป็นนิติบุคคลดำเนินธุรกิจโดยเข้าสู่ระบบบัญชีเล่มเดียว

นายกฯโรงสีเคลียร์ปมร้อนหลังตกเป็นเหยื่อในสภา

ในปัจจุบันธุรกิจโรงสีมีความชัดเจน เรื่องการเสียภาษีต่างๆ  ทั้งนี้ข้อดีของการชำระภาษีและระบบบัญชีเล่มเดียว ข้อหนึ่ง ก็เพื่อการใช้หลักฐานการเสียภาษีนี้เป็นเอกสารสำคัญให้กับสถาบันการเงินตรวจสอบ และยืนยันการดำเนินธุรกิจว่ามีความสามารถในการชำระคืนหนี้  หรือเพื่อใช้เป็นหลักฐานให้สถาบันการเงินพิจารณาปล่อยวงเงินกู้อีกด้วย

นายกฯโรงสีเคลียร์ปมร้อนหลังตกเป็นเหยื่อในสภา

อย่างไรก็ตามสุดท้ายนี้ ขอให้เข้าใจในระบบการซื้อขายข้าวเปลือกว่ามิใช่มีแต่ผู้ประกอบการโรงสีเท่านั้น แต่มีผู้ที่ทำการค้าข้าวเปลือกและสถาบันเกษตรกร รวมถึงจุดรวบรวมรับซื้อข้าวเปลือกต่างๆที่เกี่ยวข้องอีกมากมาย ในการซื้อขายข้าวเปลือกทั้งระบบ