
อคส.ลุ้นปั้นย่านช็อปปิ้งฝากการบ้านผอ.ใหม่ดันเป้ากำไร30ล้าน
ฝากการบ้านผอ.อคส.คนใหม่ สานต่อโครงการพันล้านปั้นคลังธนบุรีหารายได้ ยกระดับระบบไอทีช่วยติดตามคดีความปิดความเสี่ยงเอกชนฟ้อง ดันสร้างกำไรให้องค์กรปีนี้ 30 ล้าน ขณะส่ง 248 สัญญา คดีจำนำข้าวถึงมืออัยการรอสั่งฟ้องศาล
จากที่นางอินทิรา โภคปุณยารักษ์ จะหมดวาระการดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการองค์การคลังสินค้า (อคส.) ลงในวันที่ 22 พฤษภาคม 2562 (วาระปี 2560-2562) ทำให้ต้องมีการสรรหาผู้อำนวยการคนใหม่เข้ามาบริหารงานแทน (เปิดรับสมัครระหว่างวันที่ 3 เม.ย.-2 พ.ค. 62) ซึ่งงานหนักของ อคส.เวลานี้คือการบริหารองค์กรให้มีรายได้และกำไรเลี้ยงตัวเองเพื่ออยู่รอด
นางอินทิรา โภคปุณยารักษ์ ผู้อำนวยการ อคส. ที่กำลังจะหมดวาระ เผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ถึงงานที่จะฝากให้กับผู้อำนวยการคนใหม่สานต่อ ที่สำคัญได้แก่ ระบบเทคโนโลยีในองค์กรที่ได้เดินหน้าโครงการไว้แล้ว โดยเฉพาะระบบการบริหารคดี ซึ่งเป็นการนำระบบไอทีเข้ามาช่วยติดตามคดีและปิดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต รวมไปถึงการพัฒนาตลาดสินค้าของ อคส. ที่ได้มีการขยายตลาดไปมาก ทั้งตลาดออฟไลน์ และออนไลน์ โดยขณะนี้อคส.ได้ร่วมมือกับ ปตท. และท็อปส์ในการนำข้าวอคส.ไปวางจำหน่าย
ส่วนการพัฒนาพื้นที่คลังธนบุรี 1 (เพื่อเป็นแหล่งช็อปปิ้งและเพื่อการเรียนรู้แห่งใหม่) นั้น ขณะนี้ขั้นตอนได้เดินหน้าไปเกือบหมดแล้วไม่ว่าจะเป็นการเปิดรับฟังประชาพิจารณ์จากภาคประชาชน การจ้างที่ปรึกษาสำรวจความเหมาะสมของโครงการ โดยได้ข้อสรุปและได้รายงานไปยังนางสาวชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์แล้ว ขั้นตอนจากนี้จะเสนอเรื่องไปยังสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.)พิจารณาเพื่อนำเข้าคณะกรรมการนโยบายการให้เอกชนร่วมทุนในกิจการของรัฐ (บอร์ดพีพีพี)พิจารณาอนุมัติ เนื่องจากโครงการดังกล่าวมีมูลค่าลงทุนเกิน 1,000 ล้านบาทก่อนจะเสนอเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาอนุมัติต่อไป คาดน่าจะรอรัฐบาลใหม่เข้ามา
“งานของ อคส.จะไม่เกิดสุญญากาศ เพราะงานต่างๆ เดินหน้าไปแล้ว 70-80% ส่วนเรื่องคดีความต่างๆ เฉพาะอย่างยิ่งคดีรับจำนำข้าว เวลานี้อคส.ได้ส่งเรื่องไปที่อัยการแล้วจำนวน 248 สัญญาที่มีปัญหา โดยเอกสาร รายละเอียดต่างๆ อยู่ที่อัยการเรียบร้อยแล้ว อัยการจะสั่งฟ้องเมื่อไรนั้นขึ้นอยู่กับดุลพินิจ ซึ่งเรื่องนี้อคส.ได้ทำงานร่วมกับองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) เพื่อให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ผอ.ใหม่เข้ามาสามารถเดินหน้างานได้ต่อเนื่อง”
สำหรับในปี 2561 อคส.มีรายได้ 366 ล้านบาท แบ่งเป็น รายได้จากการขายสินค้าต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นข้าว สินค้าโภคภัณฑ์ และสินค้าเกษตรอื่นๆ มูลค่า 226 ล้านบาทและรายได้อื่นๆ เช่นรายได้จากบริการให้เช่าโกดัง โลจิสติกส์ มูลค่า 140 ล้านบาทขาดทุน 57 ล้านบาท ลดลงจากปี 2560 ที่ขาดทุน 170 ล้านบาท ส่วนเป้ารายได้ปี 2562 อคส. ตั้งเป้าไว้ไม่ตํ่ากว่าปีที่ผ่านมา โดยตั้งเป้ากำไรไว้ที่ 30 ล้านบาท
หน้า 13 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 39 ฉบับที่ 3,465 วันที่ 28 เมษายน- 1 พฤษภาคม 2562











