
อุดรฯตั้งศูนย์รับมือแล้งเกาะติดสถานการณ์นํ้ามั่นใจมีพอใช้ถึงหน้าฝน
ปภ.อุดรฯตั้งศูนย์ฯรับมือภัยแล้ง บูรณาการทุกภาคส่วนเตรียมพร้อมแล้ว สถานการณ์นํ้าใน 14 อ่างล่าสุดเหลือ 44.9% น้อยกว่าปีที่แล้ว กำชับงดทำนาปรัง เร่งประหยัดนํ้า พร้อมเดินหน้าโครงการลุ่มนํ้าห้วยหลวงตอนล่างค่า 2 หมื่นล้านแก้เบ็ดเสร็จระยะยาว
นายธีระภัทร์ ผิวสวัสธ์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) จังหวัดอุดรธานี เปิดเผยว่า สำนักงานจัดตั้งศูนย์อำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ทั้งในระดับจังหวัดและระดับอำเภอ เพื่อรับมือปัญหาภัยแล้งปี 2562 แล้ว โดยให้รายงานสถานการณ์เข้ามายังคณะกรรมการบริหารจัดการ นํ้าระดับจังหวัดอย่างต่อเนื่อง พร้อมกันนี้ผู้ว่าราชการจังหวัด ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ ได้มอบนโยบายให้บูรณาการทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องและหน่วยงานข้างเคียง เตรียมความพร้อมในเรื่องนี้
เบื้องต้นนี้ได้ประสานงานสำนักงานชลประทานจังหวัด ขอทราบสถานการณ์นํ้าในอ่างเก็บนํ้าทั้ง 14 แห่ง และการบริหารจัดการนํ้าในฤดูแล้งนี้ และมอบเกษตรและสหกรณ์และสำนักงานเกษตรจังหวัด ไปร่วมกันดูแลพื้นที่เพาะปลูก โดยเฉพาะข้าวนาปรัง เพื่อให้มีนํ้าใช้ไปได้ตลอดฤดูกาล
นายวิชัย จาตุรงค์กร ผู้อำนวยการโครงการบำรุงรักษาและส่งนํ้าห้วยหลวง จังหวัดอุดรธานี เปิดเผยว่า อ่างเก็บนํ้าในพื้นที่จังหวัดอุดรธานีจำนวน 14 แห่ง เป็นอ่างเก็บนํ้าขนาดใหญ่ 2 แห่งและขนาดกลาง 12 แห่ง มีความจุนํ้าได้ทั้งสิ้น 338.985 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ล่าสุดมีปริมาณนํ้าในอ่างจำนวน 152.216 ล้าน ลบ.ม. หรือประมาณ 44.92% ของความจุ ซึ่งน้อยกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีนํ้า 172.94 ล้านลบ.ม. หรือ 51.02%
ทั้งนี้คาดว่าจนถึงสิ้นเดือนเมษายน 2562 จะมีนํ้าในอ่างเหลือทั้งสิ้นประมาณ 30-32 ล้าน ลบ.ม. มั่นใจว่าจะสามารถบริหารจัดการนํ้าให้มีเพียงพอใช้อุปโภคบริโภค สำหรับตัวเมืองอุดรธานีและใกล้เคียงได้ตลอดฤดูแล้งนี้อย่างแน่นอน เนื่องจากระหว่างเดือนเมษายน-มิถุนายน มีความต้องการใช้นํ้าประมาณ 13 ล้าน ลบ.ม. ทำให้เมื่อสิ้นเดือนมิถุนายน ยังจะเหลือนํ้าในอ่างห้วยหลวงอีกประมาณ 17-19 ล้านลบ.ม. ซึ่งช่วงนั้นจะเริ่มมีฝนและนํ้าเริ่มไหลเข้าอ่าง
อย่างไรก็ตามกรมอุตุ นิยมวิทยาคาดหมายสภาวะอากาศว่า ปีนี้ฝนจะมาช้า ประชาชนที่ใช้นํ้าอุปโภค บริโภค ต้องร่วมมือประหยัด การใช้นํ้า เกษตรกรในพื้นที่เขตชลประทาน ก็ให้ทำการเพาะปลูกพืชอายุสั้น ใช้นํ้าน้อย และงดปลูกข้าวนาปรัง
ส่วนการบริหารจัดการนํ้าระยะยาวนั้น เมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา สำนักออกแบบวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม กรมชลประทาน ได้เปิดการปฐมนิเทศงานสำรวจออกแบบโครงการพัฒนาลุ่มนํ้าห้วยหลวงตอนล่างรับฟังความคิดเห็นและข้อมูลต่างๆ เพื่อประกอบการออกแบบต่อไป
ครม.มีมติเมื่อเมษายน 2561 อนุมัติโครงการนี้ในวงเงิน 21,000 ล้านบาท กรอบเวลาดำเนินการ 9 ปี (ปี 2561-2569) เพื่อบรรเทาปัญหานํ้าท่วม-นํ้าแล้งในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ รวมทั้งบริหารจัดการนํ้าเพื่อการอุปโภคบริโภค และเพื่อเกษตรกรรมในพื้นที่
มีกลไก 3 ส่วนสำคัญคือ โครงการก่อสร้างประตูระบายนํ้าพร้อมเครื่องสูบนํ้าแดนเมือง อ.โพนพิสัย ติดตั้งเครื่องสูบนํ้า 10 เครื่องกำลังสูบเครื่องละ 15 ลบ.ม./วินาที และโครงการประตูระบายนํ้าดงสระพัง อ.โพนพิสัย ประตูระบายนํ้าหนองสองห้อง อ.บ้านดุง ประตูระบายนํ้าดอนกลอย อ.หนองหาน
นอกจากนี้ยังมีประตูระบายนํ้าขนาดเล็ก 13 แห่ง สถานีสูบนํ้าด้วยพลังงานไฟฟ้า 15 แห่ง และจะสร้างพื้นที่ชลประทานใหม่ขึ้นอีกกว่า 3 แสนไร่เศษ
หน้า 10 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3455 ระหว่างวันที่ 24 - 27 มีนาคม 2562






