thansettakij
thansettakij
ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังซาอุดิอาระเบียปรับลดกำลังการผลิต

ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังซาอุดิอาระเบียปรับลดกำลังการผลิต

12 มี.ค. 62 | 03:05 น.
อัปเดตล่าสุด :12 มี.ค. 62 | 10:54 น.

ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังซาอุดิอาระเบียปรับลดกำลังการผลิตและการส่งออกน้ำมันดิบ

หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์พลังงาน บมจ.ไทยออยล์ รายงานสถานการณ์ราคาน้ำมัน 12 มีนาคม 2562

+ ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากซาอุดิอาระเบียยังคงยืนยันที่จะปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบ สืบเนื่องจากที่กลุ่มโอเปกพลัสได้ตกลงที่จะปรับลดกำลังการผลิตลง 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน เป็นเวลา 6 เดือน นับตั้งแต่เดือน ม.ค. 62 โดยจะมีการประชุมกลุ่มโอเปกอีกครั้งในเดือน เม.ย. 62 

+ ซาอุดิอาระเบียคาดการณ์ว่าจะปรับลดการส่งออกน้ำมันดิบลงในระดับที่ต่ำกว่า 7 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือน เม.ย. 62 ซึ่งปรับลดลงจากระดับ 7.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในเดือน ม.ค. 62

+ นอกจากนี้ ในเดือน ก.พ. 62 ที่ผ่านมา ซาอุดิอาระเบียได้ปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบลงมาอยู่ที่ระดับ 10.14 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งปรับลดลงจากเดือน ม.ค. 62 ที่ระดับ 10.24 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยปรับลดลงต่ำกว่าระดับที่ได้มีการตกลงกับกลุ่มโอเปกพลัสไว้ที่ระดับ 10.31 ล้านบาร์เรลต่อวัน

- อย่างไรก็ตาม ตลาดได้รับแรงกดดันหลังตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐฯ ต่ำกว่าที่คาดการณ์ รวมทั้งนักลงทุนกังวลต่อเศรษฐกิจที่ปรับตัวลดลงในเอเชียและยุโรป 

- สำนักงานพลังงานสากล (IEA) ได้คาดการณ์ว่าสหรัฐฯ จะเป็นผู้ผลิตน้ำมันดิบรายใหญ่ของโลกในอีก 5 ปีข้างหน้า โดยกำลังการผลิตน้ำมันดิบจะปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ 11.0 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในปี 61 ไปอยู่ที่ระดับ 13.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในปี 67

ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากมีการคาดการณ์อุปทานของน้ำมันเบนซินตึงตัวมากขึ้น หลังโรงกลั่นในประเทศจีนเตรียมปิดซ่อมบำรุงตามฤดูกาล นอกจากนี้มีปัจจัยหนุนจากอุปสงค์น้ำมันเบนซินที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากประเทศอินโดนีเซีย

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวเพิ่มขึ้นน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากประเทศจีนมีการส่งออกน้ำมันดีเซลมากขึ้น อย่างไรก็ตามตลาดน้ำมันดีเซลยังได้รับแรงหนุนจากอุปทานที่ปรับตัวลดลงหลังมีการส่งออกจากเอเชียไปยังฝั่งตะวันตก

ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 54-59 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล

ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 63-68  เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล

ปัจจัยที่น่าจับตามอง

อุปทานน้ำมันดิบมีแนวโน้มปรับตัวลดลง หลังโอเปกและพันธมิตรร่วมมือกันปรับลดกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด กำลังการผลิตของกลุ่มโอเปกปรับลดลงมาอยู่ที่ 30.68 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 2558  ประกอบกับ รัสเซียเตรียมที่จะปรับลดกำลังการผลิตในเดือน มี.ค. 62 ลงราว 228,000 บาร์เรลต่อวัน เมื่อเทียบกับกำลังการผลิตในเดือน ต.ค. 61

จับตาผลสรุปของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน หลังการเจรจาระหว่างนายโดนัลด์ ทรัมป์ และนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาดำเนินไปด้วยดี โดยทั้งสองประเทศจะมีการประชุมอย่างเป็นทางการในวันที่ 27 มี.ค. นี้ ซึ่งหากสงครามการค้ายุติลง เศรษฐกิจโลกและความต้องการใช้น้ำมันโลกจะมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นได้

ติดตามการตัดสินใจของโอเปกและพันธมิตรเกี่ยวกับทิศทางในการปรับลดกำลังการผลิต หลังคาดว่าจะไม่มีการขยายระยะเวลาการปรับลดกำลังการผลิตในการประชุมเดือน เม.ย. 62 อย่างไรก็ตาม คาดว่าการตัดสินใจดังกล่าวจะมีข้อสรุปในการประชุมครั้งถัดไปในเดือน มิ.ย. 62

ที่มา : บมจ.ไทยออยล์

ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังซาอุดิอาระเบียปรับลดกำลังการผลิต