svasdssvasds

IRPC ฟันรายได้ปี 61 กว่า 2.5 แสนล้าน กำไร 7.7 พันล้าน จากปริมาณขายเพิ่ม

01 มี.ค. 2562 เวลา 7:54 น.

IRPC เผยไตรมาส 4/2561 ยอดขายวูบตามราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลดลง แต่สรุปทั้งปียังฟันรายได้กว่า 2.5 แสนล้าน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 31% กำไรสุทธิ 7.7 พันล้าน ลุยต่อยุทธศาสตร์ GDP เพิ่มขีดแข่งขัน ดันสู่บริษัทปิโตรเคมีชั้นนำของเอเชียปี 63

นายนพดล ปิ่นสุภา กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) (IRPC) เผยถึงผลประกอบการของบริษัทในปี 2561 ว่า มีรายได้จากการขายสุทธิ 258,919 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31% จากปีก่อน เป็นผลจากราคาขายและปริมาณขายปรับตัวเพิ่มขึ้น จากมีการเพิ่มประสิทธิภาพของโรงกลั่นน้ำมัน หลังจากการปิดซ่อมบำรุงใหญ่ตามแผนในไตรมาส 1 ปี 2560 ทั้งนี้ มีกำไรขั้นต้นจากการผลิตตามราคาตลาด (Market GIM) จำนวน 33,607 ล้านบาท (13.60 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล) เพิ่มขึ้น 4% เมื่อเทียบกับปี 2560

ขณะที่ ช่วงปลายปี 2561 ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากปริมาณน้ำมันดิบที่ผลิตเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากสหรัฐฯ ประกอบกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจโลกที่ต่ำกว่าคาดการณ์ สาเหตุจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน ทำให้บริษัทฯ ขาดทุนจากสต๊อกน้ำมันสุทธิรวม 1,238 ล้านบาท และมีกำไรขั้นต้นจากการผลิตทางบัญชี (Accounting GIM) จำนวน 32,370 ล้านบาท ลดลง 7% กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (EBITDA) จำนวน 18,344 ล้านบาท ลดลง 10% โดยบริษัทฯ มีค่าเสื่อมราคาจำนวน 8,237 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17% จากการเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์โครงการขยายกำลังการผลิตโพลีโพรพิลีน (โครงการ PPE/PPC) ในช่วงปลายปี 2560 ถึงแม้มีภาษีเงินได้จำนวน 1,147 ล้านบาท ลดลง 47% เนื่องจากกำไรจากการดำเนินงานลดลง และบริษัทฯ ได้รับสิทธิประโยชน์จากการส่งเสริมการลงทุนของโครงการต่าง ๆ เพิ่มขึ้นก็ตาม ส่งผลให้ในปี 2561 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิจำนวน 7,735 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 32%


IRPC ฟันรายได้ปี 61 กว่า 2.5 แสนล้าน กำไร 7.7 พันล้าน จากปริมาณขายเพิ่ม

สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาส 4/2561 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายสุทธิ 64,233 ล้านบาท ลดลง 7% จากไตรมาสก่อน เนื่องจากราคาขายปรับตัวลดลงตามราคาน้ำมันดิบ โดยใช้อัตราการกลั่นที่ 208,000 บาร์เรลต่อวัน เพิ่มขึ้น 2% มีกำไรขั้นต้นจากการผลิตตามราคาตลาด (Market GIM) มีจำนวน 8,879 ล้านบาท (14.09 ดอลลร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล) เพิ่มขึ้น 16% สาเหตุหลักจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์กับวัตถุดิบ โดยเฉลี่ยปรับตัวสูงขึ้น ประกอบกับการกลับมาผลิตตามปกติของหน่วยผลิต Hyvahl และ RDCC หลังจากการหยุดผลิตตามแผนในไตรมาส 3/2561 ทำให้บริษัทฯ มีผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม จากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง ทำให้บริษัทฯ มีผลขาดทุนจากสต็อกน้ำมันสุทธิรวม 4,728 ล้านบาท (7.51 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล) ส่งผลให้มีกำไรขั้นต้นจากการผลิตทางบัญชี (Accounting GIM) 4,151 ล้านบาท ลดลง 52% และมีกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (EBITDA) จำนวน 534 ล้านบาท ลดลง 90% ส่งผลให้ไตรมาส 4 ปี 2561 บริษัทฯ ขาดทุนสุทธิจำนวน 1,627 ล้านบาท กำไรลดลง 164% เทียบกับไตรมาส 3/2561

"จากผลประกอบการข้างต้น เมื่อวันที่ 12 ก.พ. 2562 คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติเห็นสมควรให้เสนอที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น เพื่ออนุมัติจ่ายเงินปันผลประจำปี 2561 ในอัตราหุ้นละ 9 สตางค์ รวมเป็นเงินประมาณ 1,839 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 24% ของกำไรสุทธิปี 2561 โดยบริษัทฯ ได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาล งวดครึ่งปีแรกไปแล้ว ในอัตราหุ้นละ 0.10 บาท เป็นเงิน 2,043 ล้านบาท โดยกำหนดจ่ายเงินปันผล ในวันที่ 19 เม.ย. 2562 ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังคงดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์ ภายใต้ชื่อ GDP (Power of Growth, Power of Digital และ Power of People) เพื่อช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้สามารถบรรลุวิสัยทัศน์เป็นบริษัทปิโตรเคมีชั้นนำของเอเชียในปี 2563"

IRPC ฟันรายได้ปี 61 กว่า 2.5 แสนล้าน กำไร 7.7 พันล้าน จากปริมาณขายเพิ่ม

logo-pwa

เพิ่ม Thansettakij

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด