
บ้านปู เฮ!!! ปี61โตตามเป้า ผนึก 3 ธุรกิจหลัก สู่ผู้นำด้านพลังงานครบวงจร
บ้านปู ประกาศผลดำเนินงานปี61 โตตามเป้าหมาย มีรายได้จากการขายรวม ราว112,474 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 19,516 ล้านบาท คิดเป็น 21% พร้อมผนึกกำลัง 3 กลุ่มธุรกิจหลักที่ส่งเสริม ต่อยอด และเชื่อมโยงซึ่งกันและกัน เดินหน้าด้วยกลยุทธ์ Greener & Smarter อย่างต่อเนื่อง
นางสมฤดี ชัยมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ภาพรวมปี 2561 บ้านปูฯ มีรายได้จากการขายรวม 3,481 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 112,474 ล้านบาท) เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 604 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 19,516 ล้านบาท) คิดเป็น 21% โดยมีปัจจัยหนุนจากความต้องการถ่านหินที่ยังคงมีอยู่ต่อเนื่อง ปริมาณการขายถ่านหินและราคาถ่านหินที่สูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน มีกำไรก่อนหักภาษี ดอกเบี้ย ค่าเสื่อมและค่าใช้จ่ายตัดจ่าย (EBITDA) ในรวม 1,178 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 38,062 ล้านบาท) ปรับเพิ่มขึ้น 22% จากปีก่อนหน้า และมีกำไรสุทธิจำนวน 205 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 6,624 ล้านบาท) ซึ่งปรับลดลง 12 % จากปีก่อนหน้า โดยกำไรสุทธิที่ปรับลดลงเป็นผลจากการแข็งค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ บันทึกขาดทุนจากอนุพันธ์ทางการเงิน โดยส่วนใหญ่เป็นการขาดทุนจากการขายถ่านหินล่วงหน้า เนื่องจากราคาถ่านหินในตลาดโลกปรับสูงขึ้น และบันทึกค่าใช้จ่ายจากกรณีหงสาซึ่งเป็นที่ยุติเรียบร้อยแล้ว
[caption id="attachment_396118" align="aligncenter" width="503"]
สมฤดี ชัยมงคล[/caption]
ทั้งนี้ผลการดำเนินงานในปี 2561 สามารถจำแนกตามกลุ่มธุรกิจได้ดังนี้ 1.กลุ่มธุรกิจแหล่งพลังงานในปี 2561 มีผลการดำเนินการที่โดดเด่นจากปริมาณการขายถ่านหินรวม 43.1 ล้านตัน ในขณะที่มีปริมาณการขายก๊าซอยู่ที่ 70.8 พันล้านลูกบาศก์ฟุต ในปี 2561 มีรายได้จากการขายรวม 3,286 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 106,173 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 22.26% จากปีก่อนหน้า โดยแบ่งออกเป็น รายได้จากการจำหน่ายถ่านหินจำนวน 2,998 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 96,867 ล้านบาท) รายได้จากธุรกิจก๊าซธรรมชาติจำนวน 144 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 4,653 ล้านบาท) เพิ่มขึ้นจำนวน 107 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 3,457 ล้านบาท) จากปริมาณการผลิตและขายก๊าซที่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน และรายได้อื่น ๆ จำนวน 144 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 4,653 ล้านบาท) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรายได้จากธุรกิจค้าถ่านหินและจากธุรกิจซื้อขายน้ำมันของบริษัทย่อยแห่งหนึ่งในสาธารณรัฐอินโดนีเซีย โดย EBITDA ของกลุ่มธุรกิจแหล่งพลังงานในปี 2561 นี้คือ 996 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 32,181 ล้านบาท)
2.กลุ่มธุรกิจผลิตพลังงาน มีกำลังผลิตรวมอยู่ที่ 2.87 กิกะวัตต์เทียบเท่า และมีสัดส่วนการลงทุนในพลังงานหมุนเวียนอยู่ที่ 16 % จากการลงทุนทั้งหมด มีรายได้จากการขายรวมจากธุรกิจ ไฟฟ้า ไอน้ำ และอื่น ๆ จำนวน 196 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 6,332 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 3.7 % จากปีก่อนหน้า เป็นการเพิ่มขึ้นของรายได้จากปริมาณการขายไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในสาธารณรัฐประชาชนจีนที่ดำเนินการผลิตตลอดทั้งปี และจากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ซิงหยู (Xingyu) โครงการใหม่ที่เพิ่มเข้ามาในช่วงปลายปี ประกอบกับส่วนแบ่งกำไรที่ดีจากการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่องของโรงไฟฟ้าบีแอลซีพี และหงสา ส่งผลให้ธุรกิจไฟฟ้าในไตรมาสนี้มี EBITDA 182 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 5,881 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 18.95% เมื่อเทียบกับปีก่อน
3.กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีพลังงาน ในปี 2561 มีกำลังผลิตรวมจากธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาอยู่ที่ 151 กิกะวัตต์ มีกำลังการผลิตรวมจากแบตเตอร์รีลิเธียมอิออน 80 เมกะวัตต์ต่อชั่วโมง รวมทั้งล่าสุด บริษัทฯ ได้ลงทุนในธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าด้วยเงินลงทุน 20 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 646 ล้านบาท) ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังได้จัดตั้งหน่วยงาน Banpu Innovation & Ventures (BIV) เพื่อมุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยี ผ่านการวิจัย พัฒนา และสนับสนุนให้เกิดความคิดเพื่อพัฒนาธุรกิจใหม่ๆ เพื่อรองรับรูปแบบการใช้พลังงานที่จะเกิดขึ้นในอนาคต แม้กลุ่มธุรกิจนี้ยังไม่ได้สร้างรายได้อย่างมีนัยสำคัญ แต่เราเชื่อว่า ด้วยความมุ่งมั่นในการแสวงหาเทคโนโลยีพลังงานหรือนวัตกรรมพลังงานใหม่ ๆ จะทำให้บ้านปูฯ มีความพร้อมที่จะตอบโจทย์การเป็นบริษัทพลังงานครบวงจร ที่สามารถตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้า รวมทั้งก้าวไปพร้อมกับเทรนด์ด้านพลังงานแห่งอนาคต และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้แก่ธุรกิจ
นอกจากนี้ “บ้านปูฯ ยังให้ความสำคัญกับระบบนิเวศทางธุรกิจทั่วทั้งองค์กร เพราะเชื่อมั่นว่าการที่ธุรกิจของบริษัทฯ จะเติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนนั้น ต้องอาศัยระบบนิเวศทางธุรกิจที่เอื้อประโยชน์และส่งเสริมซึ่งกันและกัน ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เราได้ผนึกกำลังระหว่างกลุ่มธุรกิจหลัก 3 กลุ่ม ประกอบไปด้วย กลุ่มธุรกิจแหล่งพลังงาน (ถ่านหินและก๊าซธรรมชาติ รวมถึงงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ การตลาด การค้า โลจิสติกส์ และการจัดหาเชื้อเพลิง และสายส่ง) กลุ่มธุรกิจผลิตพลังงาน (โรงไฟฟ้าจากพลังงานเชื้อเพลิงทั่วไป และจากพลังงานหมุนเวียน) และกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีพลังงาน (ระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบครบวงจร ระบบจัดเก็บพลังงาน และระบบการจัดการเทคโนโลยีพลังงาน) โดยอาศัยทั้งนวัตกรรม เทคโนโลยี และศักยภาพของบุคลากร ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่สร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันใน 10 ประเทศ การต่อยอดลงทุนหรือมองหาโอกาสใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นนั้น เกิดจากการมองถึงระบบนิเวศทางธุรกิจที่สมบูรณ์ที่จะตอบโจทย์ความเป็นผู้นำธุรกิจด้านพลังงานแบบครบวงจรด้วยพันธสัญญา พลังบ้านปูฯ สู่พลังงานที่ยั่งยืน “Our Way in Energy”
นางสมฤดี ชัยมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ภาพรวมปี 2561 บ้านปูฯ มีรายได้จากการขายรวม 3,481 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 112,474 ล้านบาท) เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 604 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 19,516 ล้านบาท) คิดเป็น 21% โดยมีปัจจัยหนุนจากความต้องการถ่านหินที่ยังคงมีอยู่ต่อเนื่อง ปริมาณการขายถ่านหินและราคาถ่านหินที่สูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน มีกำไรก่อนหักภาษี ดอกเบี้ย ค่าเสื่อมและค่าใช้จ่ายตัดจ่าย (EBITDA) ในรวม 1,178 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 38,062 ล้านบาท) ปรับเพิ่มขึ้น 22% จากปีก่อนหน้า และมีกำไรสุทธิจำนวน 205 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 6,624 ล้านบาท) ซึ่งปรับลดลง 12 % จากปีก่อนหน้า โดยกำไรสุทธิที่ปรับลดลงเป็นผลจากการแข็งค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ บันทึกขาดทุนจากอนุพันธ์ทางการเงิน โดยส่วนใหญ่เป็นการขาดทุนจากการขายถ่านหินล่วงหน้า เนื่องจากราคาถ่านหินในตลาดโลกปรับสูงขึ้น และบันทึกค่าใช้จ่ายจากกรณีหงสาซึ่งเป็นที่ยุติเรียบร้อยแล้ว
[caption id="attachment_396118" align="aligncenter" width="503"]
ทั้งนี้ผลการดำเนินงานในปี 2561 สามารถจำแนกตามกลุ่มธุรกิจได้ดังนี้ 1.กลุ่มธุรกิจแหล่งพลังงานในปี 2561 มีผลการดำเนินการที่โดดเด่นจากปริมาณการขายถ่านหินรวม 43.1 ล้านตัน ในขณะที่มีปริมาณการขายก๊าซอยู่ที่ 70.8 พันล้านลูกบาศก์ฟุต ในปี 2561 มีรายได้จากการขายรวม 3,286 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 106,173 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 22.26% จากปีก่อนหน้า โดยแบ่งออกเป็น รายได้จากการจำหน่ายถ่านหินจำนวน 2,998 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 96,867 ล้านบาท) รายได้จากธุรกิจก๊าซธรรมชาติจำนวน 144 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 4,653 ล้านบาท) เพิ่มขึ้นจำนวน 107 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 3,457 ล้านบาท) จากปริมาณการผลิตและขายก๊าซที่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน และรายได้อื่น ๆ จำนวน 144 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 4,653 ล้านบาท) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรายได้จากธุรกิจค้าถ่านหินและจากธุรกิจซื้อขายน้ำมันของบริษัทย่อยแห่งหนึ่งในสาธารณรัฐอินโดนีเซีย โดย EBITDA ของกลุ่มธุรกิจแหล่งพลังงานในปี 2561 นี้คือ 996 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 32,181 ล้านบาท)
2.กลุ่มธุรกิจผลิตพลังงาน มีกำลังผลิตรวมอยู่ที่ 2.87 กิกะวัตต์เทียบเท่า และมีสัดส่วนการลงทุนในพลังงานหมุนเวียนอยู่ที่ 16 % จากการลงทุนทั้งหมด มีรายได้จากการขายรวมจากธุรกิจ ไฟฟ้า ไอน้ำ และอื่น ๆ จำนวน 196 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 6,332 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 3.7 % จากปีก่อนหน้า เป็นการเพิ่มขึ้นของรายได้จากปริมาณการขายไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในสาธารณรัฐประชาชนจีนที่ดำเนินการผลิตตลอดทั้งปี และจากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ซิงหยู (Xingyu) โครงการใหม่ที่เพิ่มเข้ามาในช่วงปลายปี ประกอบกับส่วนแบ่งกำไรที่ดีจากการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่องของโรงไฟฟ้าบีแอลซีพี และหงสา ส่งผลให้ธุรกิจไฟฟ้าในไตรมาสนี้มี EBITDA 182 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 5,881 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 18.95% เมื่อเทียบกับปีก่อน
3.กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีพลังงาน ในปี 2561 มีกำลังผลิตรวมจากธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาอยู่ที่ 151 กิกะวัตต์ มีกำลังการผลิตรวมจากแบตเตอร์รีลิเธียมอิออน 80 เมกะวัตต์ต่อชั่วโมง รวมทั้งล่าสุด บริษัทฯ ได้ลงทุนในธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าด้วยเงินลงทุน 20 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 646 ล้านบาท) ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังได้จัดตั้งหน่วยงาน Banpu Innovation & Ventures (BIV) เพื่อมุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยี ผ่านการวิจัย พัฒนา และสนับสนุนให้เกิดความคิดเพื่อพัฒนาธุรกิจใหม่ๆ เพื่อรองรับรูปแบบการใช้พลังงานที่จะเกิดขึ้นในอนาคต แม้กลุ่มธุรกิจนี้ยังไม่ได้สร้างรายได้อย่างมีนัยสำคัญ แต่เราเชื่อว่า ด้วยความมุ่งมั่นในการแสวงหาเทคโนโลยีพลังงานหรือนวัตกรรมพลังงานใหม่ ๆ จะทำให้บ้านปูฯ มีความพร้อมที่จะตอบโจทย์การเป็นบริษัทพลังงานครบวงจร ที่สามารถตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้า รวมทั้งก้าวไปพร้อมกับเทรนด์ด้านพลังงานแห่งอนาคต และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้แก่ธุรกิจ
นอกจากนี้ “บ้านปูฯ ยังให้ความสำคัญกับระบบนิเวศทางธุรกิจทั่วทั้งองค์กร เพราะเชื่อมั่นว่าการที่ธุรกิจของบริษัทฯ จะเติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนนั้น ต้องอาศัยระบบนิเวศทางธุรกิจที่เอื้อประโยชน์และส่งเสริมซึ่งกันและกัน ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เราได้ผนึกกำลังระหว่างกลุ่มธุรกิจหลัก 3 กลุ่ม ประกอบไปด้วย กลุ่มธุรกิจแหล่งพลังงาน (ถ่านหินและก๊าซธรรมชาติ รวมถึงงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ การตลาด การค้า โลจิสติกส์ และการจัดหาเชื้อเพลิง และสายส่ง) กลุ่มธุรกิจผลิตพลังงาน (โรงไฟฟ้าจากพลังงานเชื้อเพลิงทั่วไป และจากพลังงานหมุนเวียน) และกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีพลังงาน (ระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบครบวงจร ระบบจัดเก็บพลังงาน และระบบการจัดการเทคโนโลยีพลังงาน) โดยอาศัยทั้งนวัตกรรม เทคโนโลยี และศักยภาพของบุคลากร ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่สร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันใน 10 ประเทศ การต่อยอดลงทุนหรือมองหาโอกาสใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นนั้น เกิดจากการมองถึงระบบนิเวศทางธุรกิจที่สมบูรณ์ที่จะตอบโจทย์ความเป็นผู้นำธุรกิจด้านพลังงานแบบครบวงจรด้วยพันธสัญญา พลังบ้านปูฯ สู่พลังงานที่ยั่งยืน “Our Way in Energy”






