thansettakij
thansettakij
"เทรดวอร์"ทุบส่งออกไทยไปจีนวูบ  พาณิชย์สั่งลุยเจาะอินเดีย-รัสเซียเพิ่ม

"เทรดวอร์"ทุบส่งออกไทยไปจีนวูบ พาณิชย์สั่งลุยเจาะอินเดีย-รัสเซียเพิ่ม

27 ก.พ. 62 | 09:16 น.
อัปเดตล่าสุด :27 ก.พ. 62 | 16:16 น.
 

พาณิชย์ยังมองโลกสวย มั่นใจส่งออกไทยปี 62 ยังไปได้ดี แม้ ม.ค.ประเดิมเดือนแรกติดลบ 5.7%  ชี้เป็นในทิศทางเดียวกับการส่งออกของทั่วโลก ยันปี 61 ส่งออกไทยโต 6.7% ไม่ขี้เหร่ ดีกว่าเกาหลี ญี่ปุ่น ไต้หวัน ฟิลิปปินส์ ชี้ช่องเอกชนเจาะตลาดอินเดีย รัสเซียเพิ่ม หลังตลาดจีนหดตัวจากสงครามการค้า

นางสาวชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เปิดเผยว่า จากกรณีที่ตัวเลขส่งออกไทยล่าสุดเดือนมกราคม 2562 ขยายตัวลดลง หรือติดลบ 5.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับการส่งออกของหลายประเทศในภูมิภาคเอเชียและทั่วโลก โดยสาเหตุหลักๆ น่าจะมาจากประเด็นข้อพิพาททางการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน ทำให้เศรษฐกิจประเทศใหญ่ชะลอตัว และปัจจัยภายในของบางประเทศเกิดใหม่ (Emerging Markets)

28257

ทั้งนี้เมื่อเปรียบเทียบการส่งออกของไทยในปี 2561 ที่ขยายตัว 6.7% เมื่อเทียบกับอีกหลายประเทศแล้วไทยยังถืออยู่ในสถานการณ์ที่ดีกว่าหลายประเทศ  เช่น เกาหลีใต้ ขยายตัว 5.5% ไต้หวัน ขยายตัว 4.8%  ญี่ปุ่น ขยายตัว4.1%  และฟิลิปปินส์ หดตัว 1.8% เป็นต้น ในขณะที่สัดส่วนการส่งออกไทยในหลายตลาดยังขยายตัว และมีแนวโน้มสูงขึ้นในตลาดใหม่  นอกจากนี้ ไทยยังรักษาส่วนแบ่งในประเทศต่าง ๆ ไว้ได้ เช่น สหรัฐฯ สหภาพยุโรป เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และไต้หวัน ขณะที่ส่วนแบ่งตลาดของไทยในจีนลดลงเล็กน้อย เกิดจากกลุ่มสินค้ายางพาราที่จีนมีแนวโน้มหันไปนำเข้าจากกลุ่มประเทศ CLMV มากขึ้น

นอกจากตลาดใหญ่แล้ว ยังพบว่าไทยมีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นในตลาดศักยภาพ โดยเฉพาะ อินเดีย และรัสเซีย โดยในตลาดอินเดียส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นจาก 1.7 % ในปี 2560 เป็น 1.9 % ในปี 2561 เนื่องจากสินค้าไทยมีการทำตลาดในอินเดียมากขึ้น และอินเดียขยายตัวทางเศรษฐกิจในระดับสูง ทำให้มีความต้องการสินค้าเพิ่มขึ้น โดยสินค้าที่ส่งออกเพิ่มขึ้น ได้แก่ เครื่องใช้ไฟฟ้า (เครื่องปรับอากาศ โทรทัศน์ โทรศัพท์) เหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็ก เครื่องสำอาง สบู่ และผลิตภัณฑ์รักษาผิว เป็นต้น

1551233208530

ในด้านรายสินค้า พบว่า ไทยยังมีโอกาสส่งออกได้เพิ่ม โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าอาหารของไทย โดยปี 2561 กลุ่มอาหารมีมูลค่าส่งออก 2.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือคิดเป็น สัดส่วน8.5%  ของมูลค่าส่งออกไทยในภาพรวม โดยขยายตัว 6.9%  จากปีก่อน สินค้าที่ขยายตัวสูง ได้แก่ ผลไม้สดแช่แข็ง (+17.1%) ขยายตัวดีในตลาดจีนโดยเฉพาะทุเรียน รวมถึงผลไม้ตามฤดูกาล   ไก่แปรรูป (+10.2%) ขยายตัวสูงในตลาด ญี่ปุ่น สหภาพยุโรป และเกาหลีใต้ และตลาดใหม่ ๆ เช่น จีน ซึ่งเริ่มอนุญาตให้นำเข้าจากไทยตั้งแต่เดือนมีนาคม 2561 เนื่องจากมีการผลิตในประเทศไม่เพียงพอ  เครื่องดื่ม (+13.8%) มีควาต้องการสูงขึ้นในตลาด CLMV โดยเฉพาะเครื่องดื่มชูกำลัง ตามการเติบโตทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวที่ขยายตัวสูง

นอกจากนี้แล้ว ไทยมีโอกาสขยายมูลค่าส่งออกในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะกลุ่มสินค้าที่สหรัฐฯ มีมาตรการภาษีกับจีน โดยพบว่าไทยมีมูลค่าส่งออกกลุ่มดังกล่าวไปสหรัฐฯ ปีละ 2.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ฯรวมถึงไทยมีศักยภาพในการส่งออกทดแทนจีนในหลายสินค้า ซึ่งหลังจากที่สหรัฐฯ เริ่มใช้มาตรการทางภาษีสินค้าเกษตร สินค้าอุปโภคบริโภคและสินค้าเทคโนโลยีกับสินค้าจีน เมื่อ 24 กันยายน 2561 พบว่าไทยสามารถขยายมูลค่าส่งออกได้เพิ่มขึ้น ได้แก่ ยานพาหนะและ ส่วนประกอบ เคมีภัณฑ์ เม็ดพลาสติก  เครื่องนุ่งห่ม เครื่องประดับ เครื่องสำอาง อาหารปรุงแต่ง เครื่องดื่ม เป็นต้น

1551233289246

“ขณะนี้บรรยากาศความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และจีนเริ่มคลี่คลายลงบ้าง หลังจากสหรัฐฯ ออกมาประกาศว่า จะยังไม่ขึ้นภาษีสินค้าเกษตร อุปโภคบริโภค และสินค้าเทคโนโลยีหลายประเภทที่เกี่ยวเนื่องกับนโยบาย Made in China 2025 มูลค่ารวมกว่า 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามที่กำหนดไว้แต่เดิมว่า จะขึ้นภาษีจาก 10 % เป็น 25 % ในวันที่ 1 มีนาคม ศกนี้ เพราะจีนได้แสดงท่าทีจะนำเข้าสินค้าเกษตรและสินค้าอื่น ๆ จากสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น ซึ่งหากสองฝ่ายตกลงกันได้ในรายละเอียด ก็จะทำให้การค้าโลกฟื้นตัวได้อีกครั้ง ส่งผลดีต่อการส่งออกไทยและโลก ขณะนี้กระทรวงพาณิชย์ยังเดินหน้าการส่งเสริมการส่งออกและนำเข้าอย่างเต็มที่ โดยมีกิจกรรมทั้งการจัด Sourcing Forum ให้ผู้นำเข้ามาพบผู้ส่งออกไทย และจะมี mission ใหญ่ ๆ ตลอดทั้งปี รวมทั้งมีการปรับแนวทางการส่งเสริมการส่งออกให้มีความจำเพาะ (customized) มากขึ้น ซึ่งเชื่อว่า จะช่วยให้การส่งออกขยายตัวได้ดีในช่วงเวลาที่เหลือของปี 2562 นี้”

595959859