
‘ประยุทธ์’ ตอกเสาเข็ม EECi 20 ปี ดึงลงทุน 1.4 แสนล้าน
“ประยุทธ์” ลงพื้นที่เปิดหน้าดิน ได้ฤกษ์ก่อสร้างอีอีซีไอ นำร่องอาคารศูนย์วิจัยและนวัตกรรม พื้นที่ 96 ไร่ ของสวทช. มูลค่าลงทุน 1,142 ล้านบาท พร้อมเปิดให้เอกชนเข้าใช้บริการปี 2563 เผย 20 ปี ภาครัฐลงทุนในพื้นที่กว่า 3.3 หมื่นล้านบาท และเอกชน 1.1 แสนล้านบาท
ถือเป็นความคืบหน้าในการพัฒนาพื้นที่เขตส่งเสริมนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกหรือEECi บริเวณพื้นที่วังจันทร์วัลเลย์ พื้นที่กว่า 3 พันไร่ เพื่อรองรับการลงทุนด้านงานวิจัยและพัฒนานวัตกรรมต่างๆ โดยล่าสุดวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดหน้าดินการก่อสร้างกลุ่มอาคารศูนย์วิจัยและนวัตกรรม อีอีซีไอ ระยะที่ 1 บนพื้นที่ 96 ไร่ ที่ดำเนินงานโดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ใช้งบประมาณ 1,142 ล้านบาท จะก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2563
ขณะที่บริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) ในฐานะเจ้าของพื้นที่ จะลงทุนราว 4.1 พันล้านบาท เพื่อก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานขึ้นมารองรับ และกำลังอยู่ระหว่างเตรียมการที่จะยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนหรือบีโอไอ เพื่อจัดตั้งพื้นที่ดังกล่าวเป็นเมืองอัจฉริยะหรือสมาร์ทซิตีซึ่งขณะนี้รอเพียงทางคณะกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ ที่มีพล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ประกาศหลักเกณฑ์ของการแป็นเมืองอัจฉริยะ ออกมา เพื่อนำไปสู่การจัดทำรายละเอียด ยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ
นอกจากนี้ ทางสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) ได้ เช่าพื้นที่ 33 ไร่ เพื่อลงทุนก่อสร้างศูนย์ปฏิบัติการวิจัยเครื่องกำเนิดซินโครตรอนเครื่องที่ 2 ใช้งบลงทุนกว่า 9.3 พันล้านบาท จากปัจจุบันตั้งอยู่ในจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งที่ผ่านมาคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติในหลักการการใช้งบประมาณแล้ว รวมทั้งการขยายสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ที่อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี มาตั้งในพื้นที่อีอีซีไออีก 72 ไร่ เพื่อเป็นศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรมด้านอวกาศ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการดำเนินงานในการของบประมาณปี 2563
อีกทั้ง บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) ได้มาเช่าพื้นที่ราว 40 ไร่ เพื่อมาสร้างศูนย์วิจัยและนวัตกรรมด้านหุ่นยนต์ใต้นํ้าและอากาศยานไร้คนขับหรือโดรน และอยู่ระหว่างหารือกับบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) เพื่อดำเนินการสร้างศูนย์วิจัยและนวัตกรรมด้านต่างๆ และบริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือจีพีเอสซี จะใช้พื้นที่ราว 22 ไร่ เพื่อดำเนินการก่อสร้างโซลาร์ฟาร์มขนาด 2.5 เมกะวัตต์
นายทินกร หาญชนะ ผู้ช่วยผู้จัดการโครงการเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EECi สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า การเปิดหน้าดินในการก่อสร้างศูนย์วิจัยและนวัตกรรมบนพื้นที่ 96 ไร่นั้น ถือเป็นการขับเคลื่อนอีอีซีไออย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น เพื่อให้นักลงทุนเกิดความมั่นใจและดึงดูดนักลงทุนให้เข้ามาลงทุนด้านไบโอโพลิสหรือเมืองนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชีวภาพ และอะริโพลิสหรือเมืองนวัตกรรมด้านระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์และอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ ผ่านการสร้างเทคโนโลยีและนวัตกรรม จากโรงงานต้นแบบ โรงงานสาธิต พื้นที่ทดสอบผลิต และศูนย์กลางการวิเคราะห์ทดสอบและการมาตรฐาน เป็นต้น ซึ่งเอกชนสามารถใช้บริการหรือเช่าพื้นที่ระยะยาวเพื่อทำนวัตกรรมของบริษัทได้
โดยในแผน 5 ปีแรก สวทช.ได้วางงบลงทุนเกือบ 1 หมื่นล้านบาท เป็นงบใช้ก่อสร้างอาคาร 1,142 ล้านบาท งบสำหรับโรงงานต้นแบบไบโอรีไฟเนอรี่ อีกราว 3,400 ล้านบาท และการจัดซื้ออุปกรณ์ต่างๆ ทั้งนี้ ได้มีการประเมินวงเงินลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่รัฐจะลงทุนตลอดช่วง 20 ปี ไว้ราว 3.31 หมื่นล้านบาท และจะก่อให้เกิดการเหนี่ยวนำให้เกิดการลงทุนของภาคเอกชนราว 1.1 แสนล้านบาท และเกิดผลทางเศรษฐกิจราว 2.71 แสนล้านบาท
หน้า 5 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 39 ฉบับ 3,448 วันที่ 28 กุมภาพันธ์ -2 มีนาคม 2562
ถือเป็นความคืบหน้าในการพัฒนาพื้นที่เขตส่งเสริมนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกหรือEECi บริเวณพื้นที่วังจันทร์วัลเลย์ พื้นที่กว่า 3 พันไร่ เพื่อรองรับการลงทุนด้านงานวิจัยและพัฒนานวัตกรรมต่างๆ โดยล่าสุดวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดหน้าดินการก่อสร้างกลุ่มอาคารศูนย์วิจัยและนวัตกรรม อีอีซีไอ ระยะที่ 1 บนพื้นที่ 96 ไร่ ที่ดำเนินงานโดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ใช้งบประมาณ 1,142 ล้านบาท จะก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2563
ขณะที่บริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) ในฐานะเจ้าของพื้นที่ จะลงทุนราว 4.1 พันล้านบาท เพื่อก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานขึ้นมารองรับ และกำลังอยู่ระหว่างเตรียมการที่จะยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนหรือบีโอไอ เพื่อจัดตั้งพื้นที่ดังกล่าวเป็นเมืองอัจฉริยะหรือสมาร์ทซิตีซึ่งขณะนี้รอเพียงทางคณะกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ ที่มีพล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ประกาศหลักเกณฑ์ของการแป็นเมืองอัจฉริยะ ออกมา เพื่อนำไปสู่การจัดทำรายละเอียด ยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ
นอกจากนี้ ทางสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) ได้ เช่าพื้นที่ 33 ไร่ เพื่อลงทุนก่อสร้างศูนย์ปฏิบัติการวิจัยเครื่องกำเนิดซินโครตรอนเครื่องที่ 2 ใช้งบลงทุนกว่า 9.3 พันล้านบาท จากปัจจุบันตั้งอยู่ในจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งที่ผ่านมาคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติในหลักการการใช้งบประมาณแล้ว รวมทั้งการขยายสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ที่อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี มาตั้งในพื้นที่อีอีซีไออีก 72 ไร่ เพื่อเป็นศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรมด้านอวกาศ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการดำเนินงานในการของบประมาณปี 2563
อีกทั้ง บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) ได้มาเช่าพื้นที่ราว 40 ไร่ เพื่อมาสร้างศูนย์วิจัยและนวัตกรรมด้านหุ่นยนต์ใต้นํ้าและอากาศยานไร้คนขับหรือโดรน และอยู่ระหว่างหารือกับบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) เพื่อดำเนินการสร้างศูนย์วิจัยและนวัตกรรมด้านต่างๆ และบริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือจีพีเอสซี จะใช้พื้นที่ราว 22 ไร่ เพื่อดำเนินการก่อสร้างโซลาร์ฟาร์มขนาด 2.5 เมกะวัตต์
นายทินกร หาญชนะ ผู้ช่วยผู้จัดการโครงการเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EECi สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า การเปิดหน้าดินในการก่อสร้างศูนย์วิจัยและนวัตกรรมบนพื้นที่ 96 ไร่นั้น ถือเป็นการขับเคลื่อนอีอีซีไออย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น เพื่อให้นักลงทุนเกิดความมั่นใจและดึงดูดนักลงทุนให้เข้ามาลงทุนด้านไบโอโพลิสหรือเมืองนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชีวภาพ และอะริโพลิสหรือเมืองนวัตกรรมด้านระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์และอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ ผ่านการสร้างเทคโนโลยีและนวัตกรรม จากโรงงานต้นแบบ โรงงานสาธิต พื้นที่ทดสอบผลิต และศูนย์กลางการวิเคราะห์ทดสอบและการมาตรฐาน เป็นต้น ซึ่งเอกชนสามารถใช้บริการหรือเช่าพื้นที่ระยะยาวเพื่อทำนวัตกรรมของบริษัทได้
โดยในแผน 5 ปีแรก สวทช.ได้วางงบลงทุนเกือบ 1 หมื่นล้านบาท เป็นงบใช้ก่อสร้างอาคาร 1,142 ล้านบาท งบสำหรับโรงงานต้นแบบไบโอรีไฟเนอรี่ อีกราว 3,400 ล้านบาท และการจัดซื้ออุปกรณ์ต่างๆ ทั้งนี้ ได้มีการประเมินวงเงินลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่รัฐจะลงทุนตลอดช่วง 20 ปี ไว้ราว 3.31 หมื่นล้านบาท และจะก่อให้เกิดการเหนี่ยวนำให้เกิดการลงทุนของภาคเอกชนราว 1.1 แสนล้านบาท และเกิดผลทางเศรษฐกิจราว 2.71 แสนล้านบาท
หน้า 5 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 39 ฉบับ 3,448 วันที่ 28 กุมภาพันธ์ -2 มีนาคม 2562






