thansettakij
thansettakij
"การยาสูบ"โอดภาษีบุหรี่พุ่ง40%ทำกำไรทรุด หันลุยกัญชง-ยาเส้น

"การยาสูบ"โอดภาษีบุหรี่พุ่ง40%ทำกำไรทรุด หันลุยกัญชง-ยาเส้น

24 ก.พ. 62 | 17:49 น.
อัปเดตล่าสุด :25 ก.พ. 62 | 13:44 น.
การยาสูบแห่งประเทศไทย ครวญขยับภาษีบุหรี่ 40% ทำให้กำไรทรุด กัดฟัน 3 ปี แตกไลน์ธุรกิจร่วมผลิตบุหรี่เวียดนาม ขายยาเส้น บุกตลาดกัญชงคาดกำไร 3,200 ล้านบาท

นางสาวดาวน้อย สุทธินิภาพันธ์ ผู้ว่าการ การยาสูบแห่งประเทศไทย (กยท.) เปิดเผยว่า หลังจากภาษีสรรพสามิตเตรียมขยับเพิ่มขึ้นเป็น 40% เริ่มวันที่ 16 กันยายน 2562 จากปัจจุบันจัดเก็บที่ 20% ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เดิม ทำให้ราคาบุหรี่ขั้นต่ำเพิ่มเป็นซองละ 93 บาท ยอมรับว่าต้นทุนภาษีสรรพสามิตและจัดสรรให้กับกองทุนต่างๆ ต้นทุนสูงถึง 78 บาทต่อซอง ขณะที่ กยท. มีค่าการตลาดเพียง 15 บาท จึงได้รับผลกระทบอย่างมากจากการปรับเพิ่มภาษี ทำให้เดิมที่มีกำไรนับหมื่นล้าน เหลือเพียง 900 ล้านบาท และจะทำให้ตลาดรวมจาก 32,000 ล้านมวน ลดเหลือ 19,000 ล้านมวนต่อปี และส่งผลให้ส่วนแบ่งทางการตลาด (มาร์เก็ตแชร์) ลดลงจาก 60% เหลือ 50%

กยท. จึงปรับแผนงานในช่วง 3 ปีข้างหน้า ประกอบด้วย 1.การขยายธุรกิจในการบริหารจัดการใบยา การผลิตและจำหน่ายยาเส้น ด้วยการนำใบยาพันธุ์ต่างๆ ทั้งเวอร์จิเนีย เตอร์กีส และเบอร์เล่ย์ มาผสมกันเพื่อให้มีรสชาตที่แตกต่างออกไป 2.การร่วมลงทุนกับต่างประเทศ อาทิ เวียดนาม เพื่อผลิตบุหรี่ขายในประเทศเวียดนามและส่งออกไปต่างประเทศด้วยผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ คาดว่าจะเริ่มผลิตล็อตใหม่ได้ในช่วงเดือนเมษายนนี้ และ 3.การทดลองวิจัยนำใยกัญชงเพื่อใช้ผลิตกระดาษมวนบุหรี่ เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม และสกัดน้ำมันจากผลกัญชงเพื่อเป็นวัตถุดิบผลิตเครื่องสำอางและยาบำรุงสุขภาพ นอกจากนี้ ยังขยายภารกิจของโรงงานยาสูบภายในนิคมอุตสาหกรรมโรจนะจากเดิมทำหน้าที่ผลิตมวนยาสูบมารับจ้างผลิตและพิมพ์งานด้านต่างๆ ซึ่ง 3 แนวทางดังกล่าวจะทำให้ กยท. มีกำไรเพิ่มจาก 900 ล้านบาท เป็น 3,200 ล้านบาทต่อปี