
บี้รายใหญ่! เร่งส่งออก-ปลดไก่เพิ่ม
อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดหน้าแจงตรง ไม่ได้นิ่งเฉย ออกโรงกล่อมผู้เลี้ยงเกษตรกร-เอกชน ดันไข่ไก่ส่งออกเป้า 43 ล้านฟอง 3 เดือน ปลดไก่ 72 ฟาร์ม 2.9 ล้านตัว ดึงราคาขยับ ชี้! วงการต้องความซื่อสัตย์ อย่าลักไก่แอบเพิ่ม หวังคิดรวยลัด เล็งวางแผนโซนนิ่งเลียนโมเดลพืช ปฎิรูปวงการอุตสาหกรรม
นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า กรมปศุสัตว์ ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการนโยบายพัฒนาไก่ไข่และผลิตภัณฑ์ ได้ดำเนินโครงการรักษาเสถียรภาพราคาไข่ไก่ เพื่อแก้ไขปัญหาราคาไข่ไก่ตกต่ำมาอย่างต่อเนื่อง ตามนโยบายของ นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อปรับสมดุลปริมาณการผลิตไข่ไก่ภายในประเทศให้สอดคล้องกับปริมาณความต้องการบริโภคและการส่งออก แต่จากการวิเคราะห์ข้อมูลที่กรมปศุสัตว์สำรวจครั้งล่าสุด พบว่า จำนวนไก่ไข่ยืนกรงยังมีปริมาณมาก จนส่งผลกระทบถึงเสถียรภาพของราคาไข่ไก่ ดังนั้น เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาไข่ไก่ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และจะเป็นผลดีต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่โดยรวมทั้งหมด มีการดำเนินการอย่างเข้มแข็ง
ปัจจุบัน มี 15 รายใหญ่ ขอความร่วมมือส่งออก 132 ตู้ต่อเดือน (ประมาณ 43 ล้านฟองต่อเดือน) ระยะเวลา 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. - 31 พ.ค. ประกอบด้วย อาทิ ลำดับ 1.บจก.เกษมชัยฟาร์ม จำนวน 90 ตู้ เดือนละ 30 ตู้ รองลงมา บมจ.ซีพีเอฟ (ประเทศไทย) จำนวน 66 ตู้ (เฉลี่ยเดือนละ 22 ตู้) อันดับ 3 มี 2 บริษัท ได้แก่ บมจ.เบทาโกร จำนวน 48 ตู้ (เดือนละ 16 ตู้) และ บจก.แสงทองฟาร์ม จำนวน 48 ตู้ (เฉลี่ยเดือนละ 16 ตู้) 4.บจก.แหลมทองฟาร์ม จำนวน 18 ตู้ (เฉลี่ยเดือนละ 6 ตู้)
5.บจก.ฟาร์มไก่พันธุ์เกิดเจริญ จำนวน 18 ตู้ (เฉลี่ยเดือนละ 6 ตู้) 6.บจก.ไทยเอกฟาร์ม จำนวน 18 ตู้ เฉลี่ยเดือนละ 6 ตู้ 7.บจก.ยู่สูง จำนวน 18 ตู้ (เฉลี่ยเดือนละ 6 ตู้) 8.บจก.เกียรติดำรงชัยฟาร์ม จำนวน 12 ตู้ (เฉลี่ยเดือนละ 4 ตู้) 9.บจก.ฟาร์มนาดี พันธุ์ดี จำนวน 12 ตู้ เฉลี่ยเดือนละ 4 ตู้ 10.บจก.อีสเทิร์นฟีดมิลล์ จำนวน 12 ตู้ เฉลี่ยเดือนละ 4 ตู้ 11.บจก.รวมพรมิตร จำนวน 6 ตู้ เดือนละ 2 ตู้ บจก.ศรีรุ่งเรืองฟาร์ม จำนวน 6 ตู้ เดือนละ 2 ตู้ และ 13.บจก.ฟาร์มสัตว์ปีกล้านนา จำนวน 6 ตู้ เดือนละ 2 ตู้ บจก.ขุนเซ้งฟาร์ม จำนวน 12 ตู้ เดือนละ 4 ตู้
นายแพทย์สรวิศ กล่าวว่า นอกจากนี้ ทางกรมปศุสัตว์ยังขอความร่วมมือปลดไก่ยืนกรงเพิ่ม รวม 2.9 ล้านตัว จาก 72 ฟาร์ม (รายที่เลี้ยง 200,000 ตัวขึ้นไป) ด้วย อย่างไรก็ดี ในส่วนเรื่องราคาไข่ไก่ จำเป็นต้องใช้เวลาและต้องทำแบบตลาดนำการผลิต ไม่ใช่อยากเลี้ยงเท่าไหร ผู้เลี้ยงทุกรายต้องเห็นใจร่วมมือร่วมใจกันอย่างโปร่งใส ซื่อสัตย์ต่อตนเองและผู้อื่น เพราะกฏหมายที่ควบคุมไม่มี ถ้าไม่รักษาวินับการผลิต พอล้นมาใครก็อยากลดราคาสู้กัน อาจจะต้องโซนนิ่งเหมือนโมเดลพืช
"บางทีไปพยุงราคามาก ๆ ไม่ปล่อยตามกลไกตลาด พวกฟาร์มก็ไม่ค่อยยอมปลดไก่ยืนกรงตามธรรมชาติ บางทีแอบขยาย เพราะหวังว่า ราคาจะดีแน่นอนในเร็ววัน ดังนั้น ในวงการไก่ไข่ สิ่งสำคัญที่สุด ก็คือ ต้องมีความซื่อสัตย์และจริงใจต่อกัน วงการจึงไปได้ ปัจจุบัน นมปฏิรูปแล้วต่อไปคงต้องปฏิรูปไก่ไข่กันในเร็ว ๆ นี้"
นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า กรมปศุสัตว์ ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการนโยบายพัฒนาไก่ไข่และผลิตภัณฑ์ ได้ดำเนินโครงการรักษาเสถียรภาพราคาไข่ไก่ เพื่อแก้ไขปัญหาราคาไข่ไก่ตกต่ำมาอย่างต่อเนื่อง ตามนโยบายของ นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อปรับสมดุลปริมาณการผลิตไข่ไก่ภายในประเทศให้สอดคล้องกับปริมาณความต้องการบริโภคและการส่งออก แต่จากการวิเคราะห์ข้อมูลที่กรมปศุสัตว์สำรวจครั้งล่าสุด พบว่า จำนวนไก่ไข่ยืนกรงยังมีปริมาณมาก จนส่งผลกระทบถึงเสถียรภาพของราคาไข่ไก่ ดังนั้น เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาไข่ไก่ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และจะเป็นผลดีต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่โดยรวมทั้งหมด มีการดำเนินการอย่างเข้มแข็ง
ปัจจุบัน มี 15 รายใหญ่ ขอความร่วมมือส่งออก 132 ตู้ต่อเดือน (ประมาณ 43 ล้านฟองต่อเดือน) ระยะเวลา 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. - 31 พ.ค. ประกอบด้วย อาทิ ลำดับ 1.บจก.เกษมชัยฟาร์ม จำนวน 90 ตู้ เดือนละ 30 ตู้ รองลงมา บมจ.ซีพีเอฟ (ประเทศไทย) จำนวน 66 ตู้ (เฉลี่ยเดือนละ 22 ตู้) อันดับ 3 มี 2 บริษัท ได้แก่ บมจ.เบทาโกร จำนวน 48 ตู้ (เดือนละ 16 ตู้) และ บจก.แสงทองฟาร์ม จำนวน 48 ตู้ (เฉลี่ยเดือนละ 16 ตู้) 4.บจก.แหลมทองฟาร์ม จำนวน 18 ตู้ (เฉลี่ยเดือนละ 6 ตู้)
5.บจก.ฟาร์มไก่พันธุ์เกิดเจริญ จำนวน 18 ตู้ (เฉลี่ยเดือนละ 6 ตู้) 6.บจก.ไทยเอกฟาร์ม จำนวน 18 ตู้ เฉลี่ยเดือนละ 6 ตู้ 7.บจก.ยู่สูง จำนวน 18 ตู้ (เฉลี่ยเดือนละ 6 ตู้) 8.บจก.เกียรติดำรงชัยฟาร์ม จำนวน 12 ตู้ (เฉลี่ยเดือนละ 4 ตู้) 9.บจก.ฟาร์มนาดี พันธุ์ดี จำนวน 12 ตู้ เฉลี่ยเดือนละ 4 ตู้ 10.บจก.อีสเทิร์นฟีดมิลล์ จำนวน 12 ตู้ เฉลี่ยเดือนละ 4 ตู้ 11.บจก.รวมพรมิตร จำนวน 6 ตู้ เดือนละ 2 ตู้ บจก.ศรีรุ่งเรืองฟาร์ม จำนวน 6 ตู้ เดือนละ 2 ตู้ และ 13.บจก.ฟาร์มสัตว์ปีกล้านนา จำนวน 6 ตู้ เดือนละ 2 ตู้ บจก.ขุนเซ้งฟาร์ม จำนวน 12 ตู้ เดือนละ 4 ตู้
นายแพทย์สรวิศ กล่าวว่า นอกจากนี้ ทางกรมปศุสัตว์ยังขอความร่วมมือปลดไก่ยืนกรงเพิ่ม รวม 2.9 ล้านตัว จาก 72 ฟาร์ม (รายที่เลี้ยง 200,000 ตัวขึ้นไป) ด้วย อย่างไรก็ดี ในส่วนเรื่องราคาไข่ไก่ จำเป็นต้องใช้เวลาและต้องทำแบบตลาดนำการผลิต ไม่ใช่อยากเลี้ยงเท่าไหร ผู้เลี้ยงทุกรายต้องเห็นใจร่วมมือร่วมใจกันอย่างโปร่งใส ซื่อสัตย์ต่อตนเองและผู้อื่น เพราะกฏหมายที่ควบคุมไม่มี ถ้าไม่รักษาวินับการผลิต พอล้นมาใครก็อยากลดราคาสู้กัน อาจจะต้องโซนนิ่งเหมือนโมเดลพืช
"บางทีไปพยุงราคามาก ๆ ไม่ปล่อยตามกลไกตลาด พวกฟาร์มก็ไม่ค่อยยอมปลดไก่ยืนกรงตามธรรมชาติ บางทีแอบขยาย เพราะหวังว่า ราคาจะดีแน่นอนในเร็ววัน ดังนั้น ในวงการไก่ไข่ สิ่งสำคัญที่สุด ก็คือ ต้องมีความซื่อสัตย์และจริงใจต่อกัน วงการจึงไปได้ ปัจจุบัน นมปฏิรูปแล้วต่อไปคงต้องปฏิรูปไก่ไข่กันในเร็ว ๆ นี้"






