
'พาณิชย์' เผย จดทะเบียนธุรกิจ ม.ค. 62 โต 80% ผลจากรัฐดันลงทุน "EEC-SEC"
'พาณิชย์' เผย จดทะเบียนธุรกิจโตต่อเนื่อง ผลจากนโยบายรัฐในพื้นที่ EEC-SEC เฉพาะ ม.ค. ปี 62 เทียบ ธ.ค. 61 โตเกือบ 80%
นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวถึงการจดทะเบียนธุรกิจของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ประจำเดือน ม.ค. 2562 ว่า มีจำนวน 7,311 ราย เมื่อเทียบกับเดือน ธ.ค. 2561 จำนวน 4,102 ราย เพิ่มขึ้นจำนวน 3,209 ราย คิดเป็น 78% และเมื่อเทียบกับเดือน ม.ค. 2561 จำนวน 6,965 ราย เพิ่มขึ้นจำนวน 346 ราย คิดเป็น 5% ประเภทธุรกิจจัดตั้งใหม่สูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป จำนวน 620 ราย คิดเป็น 8% รองลงมา คือ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จำนวน 386 ราย คิดเป็น 5% และอันดับ 3 คือ ธุรกิจขนส่งและขนถ่ายสินค้า รวมถึงคนโดยสาร จำนวน 184 ราย คิดเป็น 3% มูลค่าทุนธุรกิจจัดตั้งใหม่ ในเดือน ม.ค. 2562 มีจำนวนทั้งสิ้น 17,693 ล้านบาท เมื่อเทียบกับเดือน ธ.ค. 2561 จำนวน 38,669 ล้านบาท ลดลงจำนวน 20,976 ล้านบาท คิดเป็น 54% และเมื่อเทียบกับเดือน ม.ค. 2561 จำนวน 17,940 ล้านบาท ลดลงจำนวน 247 ล้านบาท คิดเป็น 1% ส่วนธุรกิจดำเนินกิจการอยู่ทั่วประเทศ จำนวน718,777 ราย มูลค่าทุน 16.56 ล้านล้านบาท
[caption id="attachment_392602" align="aligncenter" width="503"]
วุฒิไกร ลีวีระพันธุ์[/caption]
"สิ่งที่น่าสนใจ คือ การจัดตั้งบริษัทในพื้นที่โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ EEC ใน จ.ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง มีมากขึ้นถึง 5% เพื่อรองรับกับการเติบโตของอีอีซี โดยเฉพาะธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจคลังสินค้า ธุรกิจขนถ่ายสินค้า ค้าปลีกค้าส่ง โดยเฉพาะ จ.ฉะเชิงเทรา สูงถึง 51% ส่วนในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ หรือ SEC (Southern Economic Corridor) พื้นที่ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราชนั้น ในภาพรวมสูงขึ้น 6% ส่วนใหญ่เป็นการจดทะเบียนเพื่อประกอบธรกิจก่อสร้าง โดยเฉพาะ จ.ชุมพร ขยายตัวถึง 40% แสดงให้เห็นถึงการที่ภาคเอกชนได้รับประโยชน์จากนโยบายภาครัฐ" นายวุฒิไกร กล่าวและว่า
สำหรับธุรกิจเลิกประกอบกิจการ เดือน ม.ค. มีจำนวน 1,401 ราย เมื่อเทียบกับเดือน ธ.ค. 2561 จำนวน 5,511 ราย ลดลงจำนวน 4,110 ราย คิดเป็น 75% และเมื่อเทียบกับเดือน ม.ค. 2561 จำนวน 1,350 ราย เพิ่มขึ้นจำนวน 51 ราย คิดเป็น 4% และประเภทธุรกิจเลิกประกอบกิจการสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป จำนวน 150 ราย คิดเป็น 11% รองลงมา คือ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จำนวน 75 ราย คิดเป็น 5% และธุรกิจให้คำปรึกษาด้านการจัดการ จำนวน 44 ราย คิดเป็น 3% ส่วนมูลค่าธุรกิจที่ยกเลิกกิจการ 4,462 ล้านบาท เมื่อเทียบกับเดือน ธ.ค. 2561 จำนวน 19,586 ล้านบาท ลดลง 15,124 ล้านบาท หรือลดลง 77% เมื่อเทียบกับเดือน ม.ค. 2561 จำนวน 5,563 ล้านบาท ลดลง 1,101 ล้านบาท หรือ 20%
"แนวโน้มการจัดตั้งธุรกิจปีนี้ ยังคาดว่าจะมีอัตราการเติบโตใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา โดยคาดว่าจะมีการจัดตั้งธุรกิจใหม่ทั่วประเทศปี 2562 น่าจะใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา อยู่ที่ 70,000-72,000 ราย และเป็นไปตามการประเมินจากอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจ หรือ จีดีพี รวมถึงแนวโน้มด้านเศรษฐกิจ สังคม โดยอาจส่งผลให้ยอดจดทะเบียน เดือน ก.พ. 2562 อาจจะชะลอเล็กน้อยเมื่อเทียบกับ ม.ค. 2562 ที่มียอดจดทะเบียนค่อนข้างสูง ส่งผลให้เดือน ก.พ. สูงขึ้นในอัตราชะลอลงเล็กน้อย ไม่ถือว่าผิดปกติแต่อย่างใด"
นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวถึงการจดทะเบียนธุรกิจของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ประจำเดือน ม.ค. 2562 ว่า มีจำนวน 7,311 ราย เมื่อเทียบกับเดือน ธ.ค. 2561 จำนวน 4,102 ราย เพิ่มขึ้นจำนวน 3,209 ราย คิดเป็น 78% และเมื่อเทียบกับเดือน ม.ค. 2561 จำนวน 6,965 ราย เพิ่มขึ้นจำนวน 346 ราย คิดเป็น 5% ประเภทธุรกิจจัดตั้งใหม่สูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป จำนวน 620 ราย คิดเป็น 8% รองลงมา คือ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จำนวน 386 ราย คิดเป็น 5% และอันดับ 3 คือ ธุรกิจขนส่งและขนถ่ายสินค้า รวมถึงคนโดยสาร จำนวน 184 ราย คิดเป็น 3% มูลค่าทุนธุรกิจจัดตั้งใหม่ ในเดือน ม.ค. 2562 มีจำนวนทั้งสิ้น 17,693 ล้านบาท เมื่อเทียบกับเดือน ธ.ค. 2561 จำนวน 38,669 ล้านบาท ลดลงจำนวน 20,976 ล้านบาท คิดเป็น 54% และเมื่อเทียบกับเดือน ม.ค. 2561 จำนวน 17,940 ล้านบาท ลดลงจำนวน 247 ล้านบาท คิดเป็น 1% ส่วนธุรกิจดำเนินกิจการอยู่ทั่วประเทศ จำนวน718,777 ราย มูลค่าทุน 16.56 ล้านล้านบาท
[caption id="attachment_392602" align="aligncenter" width="503"]
"สิ่งที่น่าสนใจ คือ การจัดตั้งบริษัทในพื้นที่โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ EEC ใน จ.ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง มีมากขึ้นถึง 5% เพื่อรองรับกับการเติบโตของอีอีซี โดยเฉพาะธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจคลังสินค้า ธุรกิจขนถ่ายสินค้า ค้าปลีกค้าส่ง โดยเฉพาะ จ.ฉะเชิงเทรา สูงถึง 51% ส่วนในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ หรือ SEC (Southern Economic Corridor) พื้นที่ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราชนั้น ในภาพรวมสูงขึ้น 6% ส่วนใหญ่เป็นการจดทะเบียนเพื่อประกอบธรกิจก่อสร้าง โดยเฉพาะ จ.ชุมพร ขยายตัวถึง 40% แสดงให้เห็นถึงการที่ภาคเอกชนได้รับประโยชน์จากนโยบายภาครัฐ" นายวุฒิไกร กล่าวและว่า
สำหรับธุรกิจเลิกประกอบกิจการ เดือน ม.ค. มีจำนวน 1,401 ราย เมื่อเทียบกับเดือน ธ.ค. 2561 จำนวน 5,511 ราย ลดลงจำนวน 4,110 ราย คิดเป็น 75% และเมื่อเทียบกับเดือน ม.ค. 2561 จำนวน 1,350 ราย เพิ่มขึ้นจำนวน 51 ราย คิดเป็น 4% และประเภทธุรกิจเลิกประกอบกิจการสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป จำนวน 150 ราย คิดเป็น 11% รองลงมา คือ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จำนวน 75 ราย คิดเป็น 5% และธุรกิจให้คำปรึกษาด้านการจัดการ จำนวน 44 ราย คิดเป็น 3% ส่วนมูลค่าธุรกิจที่ยกเลิกกิจการ 4,462 ล้านบาท เมื่อเทียบกับเดือน ธ.ค. 2561 จำนวน 19,586 ล้านบาท ลดลง 15,124 ล้านบาท หรือลดลง 77% เมื่อเทียบกับเดือน ม.ค. 2561 จำนวน 5,563 ล้านบาท ลดลง 1,101 ล้านบาท หรือ 20%
"แนวโน้มการจัดตั้งธุรกิจปีนี้ ยังคาดว่าจะมีอัตราการเติบโตใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา โดยคาดว่าจะมีการจัดตั้งธุรกิจใหม่ทั่วประเทศปี 2562 น่าจะใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา อยู่ที่ 70,000-72,000 ราย และเป็นไปตามการประเมินจากอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจ หรือ จีดีพี รวมถึงแนวโน้มด้านเศรษฐกิจ สังคม โดยอาจส่งผลให้ยอดจดทะเบียน เดือน ก.พ. 2562 อาจจะชะลอเล็กน้อยเมื่อเทียบกับ ม.ค. 2562 ที่มียอดจดทะเบียนค่อนข้างสูง ส่งผลให้เดือน ก.พ. สูงขึ้นในอัตราชะลอลงเล็กน้อย ไม่ถือว่าผิดปกติแต่อย่างใด"






