
ทุนญี่ปุ่นมุ่งหน้าสู่อีอีซี ผลสำรวจชี้กว่าครึ่งสนใจลงทุน ทั้งขยายฐานผลิตและสร้างธุรกิจใหม่
องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (ไจก้า) ได้ทำการสำรวจความสนใจลงทุนเพิ่มเติมในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) โดยสอบถามบริษัทญี่ปุ่นในไทยจำนวน 213 บริษัท พบว่า บริษัทญี่ปุ่นกว่าครึ่ง (57%) หรือ 122 บริษัทที่ตอบคำถามการสำรวจ แสดงความสนใจที่จะลงทุนในอีอีซี ขณะที่ 33% หรือ 69 บริษัทยังไม่สนใจจะลงทุน
ทั้งนี้ บริษัทที่สนใจลงทุนส่วนใหญ่มีเป้าหมายต้องการ “ขยายฐานการผลิต” เป็นอันดับหนึ่ง รองลงมาคือเพื่อ “สร้างธุรกิจใหม่” เพื่อ “พัฒนาผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่” และเพื่อ “ลงทุนในเทคโนโลยีใหม่” ตามลำดับ
ผู้ประกอบการในกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ของญี่ปุ่น ยังคงมองว่าการพัฒนาสู่ไทยแลนด์ 4.0 เป็นเรื่องไกลตัว อย่างไรก็ตาม มีบริษัทญี่ปุ่น 50 รายจาก 122 รายที่แสดงความสนใจจะลงทุนในอีอีซี ให้ความสนใจลงทุนด้านอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคต และรองลงมาเป็นอุตสาหกรรมหุ่นยนต์
การสำรวจยังประมวลภาพสิ่งที่บริษัทญี่ปุ่นคาดหวังจากรัฐบาลไทยเอาไว้ สรุปได้ดังนี้ คือ 1. ความต่อเนื่องของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานตามแผนที่วางไว้ 2. การเผยแพร่ข้อมูลที่ชัดเจนในด้านสิทธิประโยชน์การลงทุน 3. จำนวนบุคลากรที่ประเทศไทยมีสำหรับการรองรับการพัฒนาอุตสาหกรรมในอนาคต 4. ความต้องการวิศวกรด้านเทคโนโลยีและบุคลากรด้านการบริหารจัดการ และ 5. การปรับปรุงขั้นตอนการดำเนินธุรกิจ
[caption id="attachment_392220" align="aligncenter" width="503"]
นายฮิโรคิ มิทสึมะตะ ประธาน เจโทร กรุงเทพฯ นายเคนสุเกะ ไซโตะ ผู้อำนวยการ สำนักอุตสาหกรรมชิ้นส่วนและวัสดุอากาศยาน กระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น (METI) พร้อมคณะนักธุรกิจด้านอุตสาหกรรมการบินจากประเทศญี่ปุ่น 30 ราย เดินทางมาประเทศไทยเพื่อรับฟังนโยบายด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมการบิน และโลจิสติกส์ของประเทศไทย รวมถึงศึกษาลู่ทางการลงทุน[/caption]
ทั้งนี้ ระหว่างวันที่ 11- 12 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา องค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร กรุงเทพฯ) นำโดยนายฮิโรคิ มิทสึมะตะ ประธานเจโทร กรุงเทพฯ ก็ได้นำนักลงทุนญี่ปุ่น 33 ราย 29 บริษัทมาเยือนไทยเพื่อรับฟังนโยบายด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมการบิน โลจิสติกส์ และศึกษาลู่ทางการลงทุนในพื้นที่อีอีซี สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจและความเชื่อมั่นของนักลงทุนญี่ปุ่นที่มีต่อศักยภาพทางเศรษฐกิจของไทย และเป็นผลสืบเนื่องจากการที่สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) ได้ลงนามบันทึกความร่วมมือกับเจโทร กรุงเทพฯ เมื่อเดือนตุลาคม 2561 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อผลักดันการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายของไทยซึ่งรวมถึงอุตสาหกรรมอากาศยาน
[caption id="attachment_392223" align="aligncenter" width="503"]
ขอบคุณภาพจากสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ)[/caption]
สำหรับความร่วมมือไทยและญี่ปุ่นนั้น มีความใกล้ชิดกันมายาวนาน ที่ผ่านมาทิศทางความเชื่อมั่นและเม็ดเงินการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสาขาการบินและโลจิสติกส์ (Logistics) สาขาหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ (Robotics and Smart automation) และสาขาการแพทย์สมัยใหม่ (New Regenerative medicine) ได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเมื่อปี 2560 ถึงกันยายน 2561 ประเทศญี่ปุ่นถือเป็นผู้ลงทุนอันดับ 1 ในพื้นที่อีอีซี ด้วยมูลค่าการลงทุน 109,600 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 46% ของการลงทุนในพื้นที่อีอีซีทั้งหมด
และหากกล่าวเฉพาะเจาะจงถึงอุตสาหกรรมการบินจะพบว่า ประเทศญี่ปุ่นมีบริษัทที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมนี้เป็นอย่างมาก เช่น Mitsubishi Regional Jet (MRJ) ผู้ผลิตเครื่องบินเจ็ทขนาด 70-80 ที่นั่งรายแรกของประเทศญี่ปุ่น ดังนั้น จึงเป็นโอกาสอันดีที่จะได้ช่วยเหลือ แลกเปลี่ยนความรู้ และถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับแรงงานไทย
ทั้งนี้ บริษัทที่สนใจลงทุนส่วนใหญ่มีเป้าหมายต้องการ “ขยายฐานการผลิต” เป็นอันดับหนึ่ง รองลงมาคือเพื่อ “สร้างธุรกิจใหม่” เพื่อ “พัฒนาผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่” และเพื่อ “ลงทุนในเทคโนโลยีใหม่” ตามลำดับ
ผู้ประกอบการในกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ของญี่ปุ่น ยังคงมองว่าการพัฒนาสู่ไทยแลนด์ 4.0 เป็นเรื่องไกลตัว อย่างไรก็ตาม มีบริษัทญี่ปุ่น 50 รายจาก 122 รายที่แสดงความสนใจจะลงทุนในอีอีซี ให้ความสนใจลงทุนด้านอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคต และรองลงมาเป็นอุตสาหกรรมหุ่นยนต์
การสำรวจยังประมวลภาพสิ่งที่บริษัทญี่ปุ่นคาดหวังจากรัฐบาลไทยเอาไว้ สรุปได้ดังนี้ คือ 1. ความต่อเนื่องของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานตามแผนที่วางไว้ 2. การเผยแพร่ข้อมูลที่ชัดเจนในด้านสิทธิประโยชน์การลงทุน 3. จำนวนบุคลากรที่ประเทศไทยมีสำหรับการรองรับการพัฒนาอุตสาหกรรมในอนาคต 4. ความต้องการวิศวกรด้านเทคโนโลยีและบุคลากรด้านการบริหารจัดการ และ 5. การปรับปรุงขั้นตอนการดำเนินธุรกิจ
[caption id="attachment_392220" align="aligncenter" width="503"]
ทั้งนี้ ระหว่างวันที่ 11- 12 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา องค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร กรุงเทพฯ) นำโดยนายฮิโรคิ มิทสึมะตะ ประธานเจโทร กรุงเทพฯ ก็ได้นำนักลงทุนญี่ปุ่น 33 ราย 29 บริษัทมาเยือนไทยเพื่อรับฟังนโยบายด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมการบิน โลจิสติกส์ และศึกษาลู่ทางการลงทุนในพื้นที่อีอีซี สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจและความเชื่อมั่นของนักลงทุนญี่ปุ่นที่มีต่อศักยภาพทางเศรษฐกิจของไทย และเป็นผลสืบเนื่องจากการที่สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) ได้ลงนามบันทึกความร่วมมือกับเจโทร กรุงเทพฯ เมื่อเดือนตุลาคม 2561 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อผลักดันการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายของไทยซึ่งรวมถึงอุตสาหกรรมอากาศยาน
[caption id="attachment_392223" align="aligncenter" width="503"]
สำหรับความร่วมมือไทยและญี่ปุ่นนั้น มีความใกล้ชิดกันมายาวนาน ที่ผ่านมาทิศทางความเชื่อมั่นและเม็ดเงินการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสาขาการบินและโลจิสติกส์ (Logistics) สาขาหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ (Robotics and Smart automation) และสาขาการแพทย์สมัยใหม่ (New Regenerative medicine) ได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเมื่อปี 2560 ถึงกันยายน 2561 ประเทศญี่ปุ่นถือเป็นผู้ลงทุนอันดับ 1 ในพื้นที่อีอีซี ด้วยมูลค่าการลงทุน 109,600 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 46% ของการลงทุนในพื้นที่อีอีซีทั้งหมด
และหากกล่าวเฉพาะเจาะจงถึงอุตสาหกรรมการบินจะพบว่า ประเทศญี่ปุ่นมีบริษัทที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมนี้เป็นอย่างมาก เช่น Mitsubishi Regional Jet (MRJ) ผู้ผลิตเครื่องบินเจ็ทขนาด 70-80 ที่นั่งรายแรกของประเทศญี่ปุ่น ดังนั้น จึงเป็นโอกาสอันดีที่จะได้ช่วยเหลือ แลกเปลี่ยนความรู้ และถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับแรงงานไทย






