
ตามรอยพ่อ เรียนรู้วิถีชีวิต เส้นทางสตรอว์เบอร์รี่ ผลิตผลเพื่อคนไทย
จากแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินไปทรงงานในพื้นที่ห่างไกลทุรกันดารในภูมิภาคต่างๆ ของประเทศไทยกว่า 40 ปี และจากการเสด็จประพาสทางภาคเหนือของพระองค์ เมื่อปี 2512 พระองค์ทรงทอดพระเนตรความทุกข์ยากลำบากของราษฎรและปัญหาการปลูกฝิ่น อันเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติและการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ พระองค์จึงได้ทรงพระราชดำริให้ส่งเสริมและให้ความรู้ในการเพาะปลูกผักและผลไม้เมืองหนาว
พร้อมกันนี้พระราชทานทุนทรัพย์ส่วนพระองค์ในการก่อตั้งโรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูปที่ 1 (ฝาง) เพื่อรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรและแปรรูปจำหน่ายภายใต้เครื่องหมายการค้า “ดอยคำ” หรือบริษัท ดอยคำ ผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด โดยมีสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์เป็นผู้ถือหุ้นร่วมกับมูลนิธิโครงการหลวง มีวัตถุประสงค์ของการดำเนินงานในการส่งเสริมการเพาะปลูกและรับซื้อผลผลิตทางการเกษตรเพื่อนำมาผลิตและจัดจำหน่ายเป็นผลิตภัณฑ์แปรรูปที่มีคุณค่าทางโภชนาการ
“แก้ปัญหาโดยไม่เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต” ในช่วงแรกของการหว่านเมล็ดพันธุ์พืชสู่การปรับเปลี่ยนทัศนคติของชาวเขาเผ่ามูเซอดำ ปะหล่อง จีนฮ่อ และไทยใหญ่ ที่นิยมปลูกฝิ่นและทำไร่เลื่อนลอยนั้น องค์ความรู้ผสมผสานกับพันธุ์พืชที่ได้ผ่านการวิจัยจากมูลนิธิโครงการหลวง ได้นำมาถ่ายทอดและทดลองปลูกจนผลิดอกออกผลสู่การวางรากฐานด้านการพัฒนาสังคมขั้นพื้นฐานที่หล่อหล่อมเป็นแบบอย่างในการยกระดับคุณภาพชีวิต ผ่านการปลูกพืชผักและผลไม้เมืองหนาวอย่างเช่น ท้อ ลิ้นจี่ แอปเปิล ถั่วแดงหลวง มะเขือเทศ และสตรอว์เบอร์รี่
โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับสตรอว์เบอร์รี่ได้รับความนิยมของผู้บริโภคอย่างแพร่หลาย ปัจจุบันมูลนิธิโครงการหลวงได้มีการส่งเสริม สนับสนุนองค์ความรู้ เกษตรกรในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำแม่งอนและดอยอ่างขางปลูกสตรอว์เบอร์รี่เพื่อจัดจำหน่ายทั้งแปรรูปและผลิตภัณฑ์สด ซึ่งพันธุ์สตรอว์เบอร์รี่ที่นิยมนำมาแปรรูปได้แก่ พันธุ์ 329 เป็นพันธุ์ที่มีผลขนาดใหญ่ รสชาติหวานอมเปรี้ยว ขณะเดียวกันสำหรับพันธุ์ 80 เหมาะสำหรับทานสดๆ มีความหอม หวาน กลิ่นสดชื่นและแต่ละลูกมีขนาดพอดีกับการรับประทาน
จากการสอบถามเกษตรกรในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำแม่งอนและดอยอ่างขาง เล่าว่า การได้รับองค์ความรู้จากมูลนิธิโครงการหลวงเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในแง่ของการประกอบอาชีพ ซึ่งสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของแต่ละครอบครัวได้อย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน อย่างไรก็ดีสำหรับฤดูการของการปลูกสตรอว์เบอร์รี่นั้นจะเริ่มขึ้นในช่วงเดือน ตุลาคม - ธันวาคม หลังจากนั้นในเดือน มกราคม - มีนาคม คือระยะเก็บเกี่ยว และช่วงเวลาที่เหลือคือการปรับปรุงคุณภาพดินให้พร้อมต่อการปลูกในฤดูกาลใหม่ต่อไป
อย่างไรก็ดีจากการสอบถามนักวิชาการมูลนิธิโครงการหลวงเล่าว่า เหตุผลที่ต้องสนับสนุนให้ปลูกสตรอว์เบอร์รี่ ทั้ง 2 สายพันธุ์ นั้น เนื่องจากต้องการศึกษา ในหลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็น วัชรพืช สภาพภูมิอากาศ ตลอดจนความต้องการของผู้บริโภค และเก็บผลวิจัยพันธุ์สตรอว์เบอร์รี่จากหลากหลายภูมิประเทศ เพื่อนำความรู้ที่ได้ไปต่อยอดและเผยแพร่ให้แก่เกษตรกรต่อไป และด้วยการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง มูลนิธิโครงการหลวงได้ปรับปรุงพันธุ์สตรอว์เบอร์รี่มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2550 ในสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง จนได้สตรอว์เบอร์รี่ พันธุ์พระราชทาน 88 เป็นพันธุ์ลูกผสมระหว่างพันธุ์พระราชทาน 80 และพันธุ์พระราชทาน 60 โดดเด่นในเรื่องของรสชาติที่มีความหวาน ผลมีลักษณะทรงกรวยและปลายแหลม ผิวสีแดงสดน่ารับประทาน ซึ่งขณะนี้ได้ยื่นขอขึ้นทะเบียนพันธุ์จากกรมวิชาการเกษตร โดยคาดว่าจะขยายพันธุ์สตรอว์เบอร์รี่ดังกล่าวและส่งเสริมให้แก่เกษตรกรในปีฤดูปลูก 2559 - 2560
“จากดอยฝิ่น สู่ ดอยคำ” เส้นทางสตรอว์เบอร์รี่ครั้งนี้เป็นดั่งแบบทางความคิดสู่การวางรากแก้วด้านการพัฒนาสังคมขั้นพื้นฐาน เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและยกระดับมาตรฐานความเป็นอยู่ของชาวบ้าน ในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำแม่งอนและดอยอ่างขาง อันเป็นแนวทางการแก้ไขปัญหาสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม แบบรอบด้านและยั่งยืนตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,141 วันที่ 20 - 23 มีนาคม พ.ศ. 2559
พร้อมกันนี้พระราชทานทุนทรัพย์ส่วนพระองค์ในการก่อตั้งโรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูปที่ 1 (ฝาง) เพื่อรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรและแปรรูปจำหน่ายภายใต้เครื่องหมายการค้า “ดอยคำ” หรือบริษัท ดอยคำ ผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด โดยมีสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์เป็นผู้ถือหุ้นร่วมกับมูลนิธิโครงการหลวง มีวัตถุประสงค์ของการดำเนินงานในการส่งเสริมการเพาะปลูกและรับซื้อผลผลิตทางการเกษตรเพื่อนำมาผลิตและจัดจำหน่ายเป็นผลิตภัณฑ์แปรรูปที่มีคุณค่าทางโภชนาการ
“แก้ปัญหาโดยไม่เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต” ในช่วงแรกของการหว่านเมล็ดพันธุ์พืชสู่การปรับเปลี่ยนทัศนคติของชาวเขาเผ่ามูเซอดำ ปะหล่อง จีนฮ่อ และไทยใหญ่ ที่นิยมปลูกฝิ่นและทำไร่เลื่อนลอยนั้น องค์ความรู้ผสมผสานกับพันธุ์พืชที่ได้ผ่านการวิจัยจากมูลนิธิโครงการหลวง ได้นำมาถ่ายทอดและทดลองปลูกจนผลิดอกออกผลสู่การวางรากฐานด้านการพัฒนาสังคมขั้นพื้นฐานที่หล่อหล่อมเป็นแบบอย่างในการยกระดับคุณภาพชีวิต ผ่านการปลูกพืชผักและผลไม้เมืองหนาวอย่างเช่น ท้อ ลิ้นจี่ แอปเปิล ถั่วแดงหลวง มะเขือเทศ และสตรอว์เบอร์รี่
โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับสตรอว์เบอร์รี่ได้รับความนิยมของผู้บริโภคอย่างแพร่หลาย ปัจจุบันมูลนิธิโครงการหลวงได้มีการส่งเสริม สนับสนุนองค์ความรู้ เกษตรกรในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำแม่งอนและดอยอ่างขางปลูกสตรอว์เบอร์รี่เพื่อจัดจำหน่ายทั้งแปรรูปและผลิตภัณฑ์สด ซึ่งพันธุ์สตรอว์เบอร์รี่ที่นิยมนำมาแปรรูปได้แก่ พันธุ์ 329 เป็นพันธุ์ที่มีผลขนาดใหญ่ รสชาติหวานอมเปรี้ยว ขณะเดียวกันสำหรับพันธุ์ 80 เหมาะสำหรับทานสดๆ มีความหอม หวาน กลิ่นสดชื่นและแต่ละลูกมีขนาดพอดีกับการรับประทาน
จากการสอบถามเกษตรกรในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำแม่งอนและดอยอ่างขาง เล่าว่า การได้รับองค์ความรู้จากมูลนิธิโครงการหลวงเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในแง่ของการประกอบอาชีพ ซึ่งสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของแต่ละครอบครัวได้อย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน อย่างไรก็ดีสำหรับฤดูการของการปลูกสตรอว์เบอร์รี่นั้นจะเริ่มขึ้นในช่วงเดือน ตุลาคม - ธันวาคม หลังจากนั้นในเดือน มกราคม - มีนาคม คือระยะเก็บเกี่ยว และช่วงเวลาที่เหลือคือการปรับปรุงคุณภาพดินให้พร้อมต่อการปลูกในฤดูกาลใหม่ต่อไป
อย่างไรก็ดีจากการสอบถามนักวิชาการมูลนิธิโครงการหลวงเล่าว่า เหตุผลที่ต้องสนับสนุนให้ปลูกสตรอว์เบอร์รี่ ทั้ง 2 สายพันธุ์ นั้น เนื่องจากต้องการศึกษา ในหลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็น วัชรพืช สภาพภูมิอากาศ ตลอดจนความต้องการของผู้บริโภค และเก็บผลวิจัยพันธุ์สตรอว์เบอร์รี่จากหลากหลายภูมิประเทศ เพื่อนำความรู้ที่ได้ไปต่อยอดและเผยแพร่ให้แก่เกษตรกรต่อไป และด้วยการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง มูลนิธิโครงการหลวงได้ปรับปรุงพันธุ์สตรอว์เบอร์รี่มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2550 ในสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง จนได้สตรอว์เบอร์รี่ พันธุ์พระราชทาน 88 เป็นพันธุ์ลูกผสมระหว่างพันธุ์พระราชทาน 80 และพันธุ์พระราชทาน 60 โดดเด่นในเรื่องของรสชาติที่มีความหวาน ผลมีลักษณะทรงกรวยและปลายแหลม ผิวสีแดงสดน่ารับประทาน ซึ่งขณะนี้ได้ยื่นขอขึ้นทะเบียนพันธุ์จากกรมวิชาการเกษตร โดยคาดว่าจะขยายพันธุ์สตรอว์เบอร์รี่ดังกล่าวและส่งเสริมให้แก่เกษตรกรในปีฤดูปลูก 2559 - 2560
“จากดอยฝิ่น สู่ ดอยคำ” เส้นทางสตรอว์เบอร์รี่ครั้งนี้เป็นดั่งแบบทางความคิดสู่การวางรากแก้วด้านการพัฒนาสังคมขั้นพื้นฐาน เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและยกระดับมาตรฐานความเป็นอยู่ของชาวบ้าน ในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำแม่งอนและดอยอ่างขาง อันเป็นแนวทางการแก้ไขปัญหาสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม แบบรอบด้านและยั่งยืนตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,141 วันที่ 20 - 23 มีนาคม พ.ศ. 2559






