
ยันพค.เซ็นสัญญารถไฟไทย-จีนเฟส1 ครบ มีลุ้นสัญญา 2.3 เจรจา 27กพ.นี้ที่ปักกิ่ง
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารการพัฒนาโครงการความร่วมมือด้านรถไฟระหว่างไทย – จีน ครั้งที่ 1/2562 ว่า โครงการความร่วมมือด้านรถไฟระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ในการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงเพื่อเชื่อมโยงภูมิภาคช่วงกรุงเทพมหานคร - หนองคาย (ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร - นครราชสีมา) ในช่วงที่ 1 กลางดง - ปางอโศก ปัจจุบันการก่อสร้างมีความคืบหน้า 50% ช่วงที่ 2 สีคิ้ว - กุดจิก ขณะนี้ได้ผู้รับจ้างแล้ว คาดว่าจะลงนามในสัญญาจ้างได้ในวันที่ 6 มีนาคม 2562
ในส่วนของสัญญาที่ 3 -1 ช่วงแก่งคอย - กลางดง และปางอโศก - บันไดม้า สัญญา 3 – 4 ช่วงลำตะคลอง - สีคิ้ว และกุดจิก - โคกกรวด สัญญาที่ 4 – 2 ช่วงดอนเมือง - นวนคร สัญญาที่ 4 – 3 ช่วงนวนคร - บ้านโพ และสัญญาที่ 4 – 6 ช่วงพระแก้ว - สระบุรี รวม 5 สัญญา ระยะทางรวม 144 กิโลเมตร จะประกวดราคาในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ส่วนที่เหลืออีก 7 สัญญา ระยะทางรวม 91.25 กิโลเมตร จะประกวดราคาในเดือนมีนาคม 2562 ต่อเนื่องกันไป
สำหรับโครงการฯ ระยะที่ 2 ช่วงนครราชสีมา - หนองคาย ได้ดำเนินการของบประมาณเพื่อออกแบบแล้ว และจะมีการกระชุมคณะกรรมการร่วมเพื่อความร่วมมือด้านรถไฟระหว่างไทย - จีน ครั้งที่ 27 ระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 2562 ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยจะเจรจาในส่วนของสัญญา 2.3 งานด้านระบบรถไฟฟ้า งานวางราง ระบบอาณัติสัญญาณ จัดหารถและการบำรุงรักษาให้แล้วเสร็จ
ทั้งนี้ฝ่ายไทยกมุ่งเจรจาเรื่องเงินประกันให้ได้ข้อสรุปชัดเจนภายใต้ระเบียบกฏหมายของไทย อาทิ กรณีการรับประกันสัญญาผลงาน 1 ปี โดยฝ่ายไทยขอ 2 ปี และค่าปรับฝ่ายจีนขออัตรา 0.0001 แต่ฝ่ายใช้ใช้อัตรา 0.1 กรณีเกิดความล่าช้าขึ้นซึ่งยังต้องเจรจากันต่อไป เช่นเดียวกับฝ่ายไทยงานก่อสร้างล่าช้าจากเหตุต่างๆ ฝ่ายจีนได้ขอปรับ แต่ฝ่ายไทยใช้รูปแบบการขยายระยะเวลาสัญญาออกไปแทนการจ่ายเงินค่าปรับ
“ปัจจุบันระยะ 3.5 กม.อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ส่วนสัญญา 2-1 ระยะทาง 11 กม.จะลงนามสัญญาในวันที่ 6 มี.ค.นี้ ขณะนี้กลุ่มที่ 3 ระยะทาง 144 กม. เปิดรับฟังความเห็นร่างเอกสารประกวดราคาครั้งที่ 1 เปิดยื่นซองประกวดราคาเดือนเม.ย.นี้ ส่วนอีก 7 สัญญาในกลุ่มที่ 4 น่าจะทำราคากลางแล้วเสร็จและประกาศทีโออาร์ภายในเดือนมี.ค.นี้ต่อไป คาดว่าเดือน พ.ค.-มิ.ย.น่าจะลงนามสัญญาในระยะที่ 1 ได้ครบก่อนที่จะได้ก่อสร้างภายในเดือนมิถุนายนครบทั้งหมด”
นายอาคมกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมได้พิจารณาผลการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการปรับปรุงระบบขนส่งสาธารณะต่าง ๆ เพื่อทำหน้าที่เป็นระบบสนับสนุนผู้โดยสารให้กับระบบรถไฟความเร็วสูง โดยเห็นชอบข้อเสนอของคณะอนุกรรมการฯ ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้แก่ ขยายถนนงามเขตต์ ทางหลวง 3053 ทางหลวง 309 ทางหลวง 3477 ทางหลวง 356 ให้เป็นถนน 4 ช่องจราจร ก่อสร้างถนนจากถนนโรจนะเชื่อมเข้าไปด้านหลังสถานีรถไฟ ก่อสร้างสะพานคนเดินข้ามแม่น้ำป่าสักเชื่อมสถานีรถไฟกับตลาดเจ้าพรหม ก่อสร้างสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดพระนครศรีอยุธยาแห่งใหม่ พัฒนาท่าเทียบเรือให้มีความมั่นคงแข็งแรง และปรับปรุงรถโดยสารในเขตเมืองพร้อมปรับเส้นทางรถโดยสารให้มีความเหมาะสม
นอกจากนั้นได้เห็นชอบข้อเสนอในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งในจังหวัดสระบุรี ได้แก่ ก่อสร้างสะพานข้ามแยกแก่งคอย แยกตาลเดี่ยว และแยกเสาไห้ ก่อสร้างอุโมงค์ข้ามทางรถไฟ ขยายทางหลวง 362 ทางหลวง 3222 ทางหลวง 3034 ทางหลวง 3048 ทางหลวง 3188 ให้เป็นถนน 4 ช่องจราจร ก่อสร้างทางขนานทางหลวง 362 และก่อสร้างถนนเชื่อมศูนย์ราชการกับสถานีรถไฟสระบุรี
ในส่วนของสัญญาที่ 3 -1 ช่วงแก่งคอย - กลางดง และปางอโศก - บันไดม้า สัญญา 3 – 4 ช่วงลำตะคลอง - สีคิ้ว และกุดจิก - โคกกรวด สัญญาที่ 4 – 2 ช่วงดอนเมือง - นวนคร สัญญาที่ 4 – 3 ช่วงนวนคร - บ้านโพ และสัญญาที่ 4 – 6 ช่วงพระแก้ว - สระบุรี รวม 5 สัญญา ระยะทางรวม 144 กิโลเมตร จะประกวดราคาในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ส่วนที่เหลืออีก 7 สัญญา ระยะทางรวม 91.25 กิโลเมตร จะประกวดราคาในเดือนมีนาคม 2562 ต่อเนื่องกันไป
สำหรับโครงการฯ ระยะที่ 2 ช่วงนครราชสีมา - หนองคาย ได้ดำเนินการของบประมาณเพื่อออกแบบแล้ว และจะมีการกระชุมคณะกรรมการร่วมเพื่อความร่วมมือด้านรถไฟระหว่างไทย - จีน ครั้งที่ 27 ระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 2562 ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยจะเจรจาในส่วนของสัญญา 2.3 งานด้านระบบรถไฟฟ้า งานวางราง ระบบอาณัติสัญญาณ จัดหารถและการบำรุงรักษาให้แล้วเสร็จ
ทั้งนี้ฝ่ายไทยกมุ่งเจรจาเรื่องเงินประกันให้ได้ข้อสรุปชัดเจนภายใต้ระเบียบกฏหมายของไทย อาทิ กรณีการรับประกันสัญญาผลงาน 1 ปี โดยฝ่ายไทยขอ 2 ปี และค่าปรับฝ่ายจีนขออัตรา 0.0001 แต่ฝ่ายใช้ใช้อัตรา 0.1 กรณีเกิดความล่าช้าขึ้นซึ่งยังต้องเจรจากันต่อไป เช่นเดียวกับฝ่ายไทยงานก่อสร้างล่าช้าจากเหตุต่างๆ ฝ่ายจีนได้ขอปรับ แต่ฝ่ายไทยใช้รูปแบบการขยายระยะเวลาสัญญาออกไปแทนการจ่ายเงินค่าปรับ
“ปัจจุบันระยะ 3.5 กม.อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ส่วนสัญญา 2-1 ระยะทาง 11 กม.จะลงนามสัญญาในวันที่ 6 มี.ค.นี้ ขณะนี้กลุ่มที่ 3 ระยะทาง 144 กม. เปิดรับฟังความเห็นร่างเอกสารประกวดราคาครั้งที่ 1 เปิดยื่นซองประกวดราคาเดือนเม.ย.นี้ ส่วนอีก 7 สัญญาในกลุ่มที่ 4 น่าจะทำราคากลางแล้วเสร็จและประกาศทีโออาร์ภายในเดือนมี.ค.นี้ต่อไป คาดว่าเดือน พ.ค.-มิ.ย.น่าจะลงนามสัญญาในระยะที่ 1 ได้ครบก่อนที่จะได้ก่อสร้างภายในเดือนมิถุนายนครบทั้งหมด”
นายอาคมกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมได้พิจารณาผลการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการปรับปรุงระบบขนส่งสาธารณะต่าง ๆ เพื่อทำหน้าที่เป็นระบบสนับสนุนผู้โดยสารให้กับระบบรถไฟความเร็วสูง โดยเห็นชอบข้อเสนอของคณะอนุกรรมการฯ ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้แก่ ขยายถนนงามเขตต์ ทางหลวง 3053 ทางหลวง 309 ทางหลวง 3477 ทางหลวง 356 ให้เป็นถนน 4 ช่องจราจร ก่อสร้างถนนจากถนนโรจนะเชื่อมเข้าไปด้านหลังสถานีรถไฟ ก่อสร้างสะพานคนเดินข้ามแม่น้ำป่าสักเชื่อมสถานีรถไฟกับตลาดเจ้าพรหม ก่อสร้างสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดพระนครศรีอยุธยาแห่งใหม่ พัฒนาท่าเทียบเรือให้มีความมั่นคงแข็งแรง และปรับปรุงรถโดยสารในเขตเมืองพร้อมปรับเส้นทางรถโดยสารให้มีความเหมาะสม
นอกจากนั้นได้เห็นชอบข้อเสนอในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งในจังหวัดสระบุรี ได้แก่ ก่อสร้างสะพานข้ามแยกแก่งคอย แยกตาลเดี่ยว และแยกเสาไห้ ก่อสร้างอุโมงค์ข้ามทางรถไฟ ขยายทางหลวง 362 ทางหลวง 3222 ทางหลวง 3034 ทางหลวง 3048 ทางหลวง 3188 ให้เป็นถนน 4 ช่องจราจร ก่อสร้างทางขนานทางหลวง 362 และก่อสร้างถนนเชื่อมศูนย์ราชการกับสถานีรถไฟสระบุรี






