
เผยยอดใช้ Digital Payment พุ่ง83%
ธปท.ผนึกแบงก์เตรียมเดินแผนกลยุทธ์ระบบการชำระเงิน ฉบับที่ 4 เผยแผน 3 คนหันใช้ดิจิทัลเพย์เม้นต์เกือบ 6,000 ล้านรายการต่อปี
นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เป็นประธานในงานแถลงข่าวแผนกลยุทธ์ระบบการชำระเงิน ฉบับที่ 4 (พ.ศ.2562-2564และร่วมเสวนาในหัวข้อ “ก้าวต่อไปของ Digital Payment”
สำหรับสาระสำคัญของแผนกลยุทธ์ระบบการชำะระเงิน ฉบับที่ 4 ซึ่งมุ่งสร้างระบบนิเวศน์ หรือ Ecosystem ให้ Digital Payment เป็นทางเลือกหลักของการชำระเงิน โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทั้งการช่วยให้บริการชำระเงินให้มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย ราคาถูก และตรงความต้องการของผู้ใช้ทั้งประชาชน ธุรกิจ e-Commerce และ Social Commerce ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมถึงธุรกิจ SME และธุรกิจขนาดใหญ่ ตลอดจนขยาการใช้บริการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ให้ครอบคลุมทั่วประเทศผ่าน
กรอบการพัฒนา 5 ด้าน ได้แก่
(1) การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินให้ได้มาตรฐานพร้อมเชื่อมโยง(InteroperableInfrastructure)
โดยเพิ่มขีดความสามารถและความมั่นคงปลอดภัยของระบบการช าระเงินสำคัญให้ได้มาตรฐานสากล ยกระดับการใช้ ISO20022 เพื่อรองรับการส่งข้อมูลทางธุรกิจและการเชื่อมโยงกับต่างประเทศ
(2) การส่งเสริมนวัตกรรมและบริการชำระเงิน (Innovation) โดยพัฒนาบริการที่ตอบโจทย์
กลุ่มเป้าหมายทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ
(3) การส่งเสริมการเข้าถึงและใช้บริการช าระเงิน (Inclusion) โดยขยายการใช้ Digital Payment และความรู้ความเข้าใจในทุกภาคส่วน
(4) การกำกับดูแลและบริหารความเสี่ยง (Immunity) สร้างภูมิคุ้มกันพร้อมรับมือภัยไซเบอร์และคุ้มครองผู้ใช้บริการอย่างเหมาะสม
(5) การพัฒนาข้อมูลชำระเงิน (Information) โดยเชื่อมโยงข้อมูลการชำระเงินอย่างบูรณาการและพัฒนาการวิเคราะห์เชิงลึก
การขับเคลื่อนแผนกลยุทธ์ฯ ฉบับนี้มีระยะเวลาดำเนินการระหว่างปี 2562 – 2564 โดย ธปท. จะร่วมกับสถาบันการเงิน ผู้ให้บริการชำระเงิน และหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อผลักดันมาตรการต่างๆให้บรรลุผล ซึ่งจะช่วยยกระดับโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินให้มีความมั่นคง ปลอดภัย รองรับการพัฒนานวัตกรรม เพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของประเทศ และสร้างโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการเงินของประชาชน
ทั้งนี้ การขับเคลื่อนแผนกลยุทธ์ระบบการชำระเงิน ฉบับที่ 3 ที่ผ่านมา ช่วยให้การใช้Digital Paymentในภาพรวมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีปริมาณการใช้ถึง 5,868 ล้านรายการต่อเดือน (ณ 31 ธ.ค. 2561) เพิ่มขึ้น 83% จากปี 2559 เฉลี่ย 89 ครั้ง/คน/ปี โดยการใช้พร้อมเพย์มีการลงทะเบียนรวม 46.5 ล้านเลขหมาย (ณ 31 ธ.ค. 2561) เฉลี่ย 4.5 ล้านรายการต่อวัน มูลค่าเฉลี่ย 5,000 บาทต่อรายการ ในปี 2561 เติบโตเฉลี่ย 20% ต่อเดือน สำหรับการใช้Mobile Payment มีจำนวน 47 ล้านบัญชี (ณ 31 ธ.ค. 2561) เพิ่มขึ้นจาก 21 ล้านบัญชีในปี 2559 และ Internet Banking มีจำนวน 27.8 ล้านบัญชี (ณ 31 ธ.ค. 2561) เพิ่มขึ้นจาก 14.6 ล้านบัญชีในปี 2559 นอกจากนี้ การใช้บัตรเดบิตและเครดิตขยายตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะทาง Online ที่จำนวนการทำรายการเพิ่มขึ้น 155%
นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เป็นประธานในงานแถลงข่าวแผนกลยุทธ์ระบบการชำระเงิน ฉบับที่ 4 (พ.ศ.2562-2564และร่วมเสวนาในหัวข้อ “ก้าวต่อไปของ Digital Payment”
สำหรับสาระสำคัญของแผนกลยุทธ์ระบบการชำะระเงิน ฉบับที่ 4 ซึ่งมุ่งสร้างระบบนิเวศน์ หรือ Ecosystem ให้ Digital Payment เป็นทางเลือกหลักของการชำระเงิน โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทั้งการช่วยให้บริการชำระเงินให้มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย ราคาถูก และตรงความต้องการของผู้ใช้ทั้งประชาชน ธุรกิจ e-Commerce และ Social Commerce ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมถึงธุรกิจ SME และธุรกิจขนาดใหญ่ ตลอดจนขยาการใช้บริการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ให้ครอบคลุมทั่วประเทศผ่าน
กรอบการพัฒนา 5 ด้าน ได้แก่
(1) การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินให้ได้มาตรฐานพร้อมเชื่อมโยง(InteroperableInfrastructure)
โดยเพิ่มขีดความสามารถและความมั่นคงปลอดภัยของระบบการช าระเงินสำคัญให้ได้มาตรฐานสากล ยกระดับการใช้ ISO20022 เพื่อรองรับการส่งข้อมูลทางธุรกิจและการเชื่อมโยงกับต่างประเทศ
(2) การส่งเสริมนวัตกรรมและบริการชำระเงิน (Innovation) โดยพัฒนาบริการที่ตอบโจทย์
กลุ่มเป้าหมายทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ
(3) การส่งเสริมการเข้าถึงและใช้บริการช าระเงิน (Inclusion) โดยขยายการใช้ Digital Payment และความรู้ความเข้าใจในทุกภาคส่วน
(4) การกำกับดูแลและบริหารความเสี่ยง (Immunity) สร้างภูมิคุ้มกันพร้อมรับมือภัยไซเบอร์และคุ้มครองผู้ใช้บริการอย่างเหมาะสม
(5) การพัฒนาข้อมูลชำระเงิน (Information) โดยเชื่อมโยงข้อมูลการชำระเงินอย่างบูรณาการและพัฒนาการวิเคราะห์เชิงลึก
การขับเคลื่อนแผนกลยุทธ์ฯ ฉบับนี้มีระยะเวลาดำเนินการระหว่างปี 2562 – 2564 โดย ธปท. จะร่วมกับสถาบันการเงิน ผู้ให้บริการชำระเงิน และหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อผลักดันมาตรการต่างๆให้บรรลุผล ซึ่งจะช่วยยกระดับโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินให้มีความมั่นคง ปลอดภัย รองรับการพัฒนานวัตกรรม เพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของประเทศ และสร้างโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการเงินของประชาชน
ทั้งนี้ การขับเคลื่อนแผนกลยุทธ์ระบบการชำระเงิน ฉบับที่ 3 ที่ผ่านมา ช่วยให้การใช้Digital Paymentในภาพรวมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีปริมาณการใช้ถึง 5,868 ล้านรายการต่อเดือน (ณ 31 ธ.ค. 2561) เพิ่มขึ้น 83% จากปี 2559 เฉลี่ย 89 ครั้ง/คน/ปี โดยการใช้พร้อมเพย์มีการลงทะเบียนรวม 46.5 ล้านเลขหมาย (ณ 31 ธ.ค. 2561) เฉลี่ย 4.5 ล้านรายการต่อวัน มูลค่าเฉลี่ย 5,000 บาทต่อรายการ ในปี 2561 เติบโตเฉลี่ย 20% ต่อเดือน สำหรับการใช้Mobile Payment มีจำนวน 47 ล้านบัญชี (ณ 31 ธ.ค. 2561) เพิ่มขึ้นจาก 21 ล้านบัญชีในปี 2559 และ Internet Banking มีจำนวน 27.8 ล้านบัญชี (ณ 31 ธ.ค. 2561) เพิ่มขึ้นจาก 14.6 ล้านบัญชีในปี 2559 นอกจากนี้ การใช้บัตรเดบิตและเครดิตขยายตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะทาง Online ที่จำนวนการทำรายการเพิ่มขึ้น 155%






