thansettakij
thansettakij
กสศ. เปิดโอกาส "เด็กเก่งแต่ขาดแคลน" สมัครทุน "นวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง" 18 ก.พ. - 18 มี.ค.

กสศ. เปิดโอกาส "เด็กเก่งแต่ขาดแคลน" สมัครทุน "นวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง" 18 ก.พ. - 18 มี.ค.

08 ก.พ. 62 | 05:33 น.
อัปเดตล่าสุด :08 ก.พ. 62 | 17:12 น.
กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาเปิดโอกาสเยาวชนชั้น ม.3, ม.6, ปวช.3 ที่มีศักยภาพ แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ สมัครทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง 18 ก.พ. – 18 มี.ค.

เมื่อวันที่ 7 ก.พ. 2562 ที่กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) มีการแถลงข่าวเปิดผลคัดเลือกสถาบันต้นแบบ "ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง" เพื่อช่วยเหลือเยาวชนผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ที่มีศักยภาพ ให้มีโอกาสเรียนต่อสายอาชีพและมีงานทำทันทีเมื่อจบการศึกษา ผ่านความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาสายอาชีพทั้งภาครัฐและเอกชน

ศาสตราจารย์ ดร.นักสิทธิ์ คูวัฒนาชัย ที่ปรึกษากองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และประธานคณะกรรมการกำกับทิศทางโครงการส่งเสริมนักเรียนขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาสเพื่อการศึกษาต่อสายอาชีพขั้นสูง กล่าวว่า จากการเปิดรับสมัครสถาบันการศึกษาส่งโครงการเข้ารับพิจารณาจำนวนรวม 154 โครงการ จาก 99 สถาบัน กระจายใน 51 จังหวัด โดยมีคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจาก 3 ฝ่าย ทั้งภาควิชาการ เอกชน และสื่อมวลชน รวม 21 ท่าน และคณะกรรมการกำกับทิศทางโครงการฯ ร่วมกลั่นกรองข้อเสนอโครงการตามเกณฑ์คุณภาพ โดยต้องเป็นโครงการที่มีนวัตกรรม 4 ประการ คือ


IMG_0479

1.หลักสูตรและกระบวนการเรียนการสอนที่มีคุณภาพสูง 2.มีระบบทวิภาคีที่ดี เชื่อมโยงระหว่างหลักสูตรและสถานประกอบการ/นายจ้างอย่างชัดเจน 3.มีระบบดูแลความเป็นอยู่และสวัสดิภาพของผู้รับทุนให้สามารถเรียนจนจบตามกำหนดเวลา เช่น การมีพี่เลี้ยงทางวิชาการ มีกระบวนการดูแล นักศึกษาเป็นรายคน 4.มีการค้นหาและคัดเลือกนักเรียน/นักศึกษาผู้รับทุนเชิงรุก สถาบันจะออกไปตรวจสอบความยากจนถึงบ้าน เพื่อให้แน่นอนว่ามีฐานะยากจนหรือด้อยโอกาสจริงและมีคณะกรรมการรวมถึงกระบวนการคัดเลือกอย่างมีส่วนร่วม ซึ่งผลการคัดเลือกได้โครงการผ่านเกณฑ์การพิจารณาทั้งสิ้น 55 โครงการ ดำเนินการในสถาบันการศึกษาจำนวน 39 สถาบันใน 23 จังหวัด แบ่งเป็น 2 ประเภททุน คือ ทุน 5 ปี ปวช. ต่อเนื่อง ปวส. หรือ อนุปริญญา สำหรับนักเรียนที่กำลังศึกษาชั้น ม.3 หรือเทียบเท่า และทุน 2 ปี ปวส. อนุปริญญา สำหรับนักเรียนที่กำลังศึกษาชั้น ม.6 / ปวช.3 หรือเทียบเท่า โดยเปิดสอนในหลักสูตรและสาขาวิชาเป้าหมายของประเทศ สาขาขาดแคลน สาขา STEM และเทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่ง กสศ. มีงบประมาณสำหรับสนับสนุนนักเรียน/นักศึกษาในปีการศึกษา 2562 จำนวน 2,500 ทุน จากที่สถาบันเสนอขอทุนมาทั้งหมด 8,479 ทุน ทั้งนี้ ระหว่างวันศุกร์ที่ 8 และเสาร์ที่ 9 ก.พ. 2562 กสศ. เชิญสถาบันการศึกษาที่ผ่านเกณฑ์การพิจารณาเข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อชี้แจงแนวทางและเครื่องมือในการค้นหาและคัดเลือกนักเรียนผู้รับทุน การบริหารงบประมาณโครงการและการปรับปรุงแก้ไขโครงการให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น


IMG_0469

"ต้องขอบคุณสถาบันการศึกษาทุกแห่งที่ร่วมเสนอโครงการในปีนี้ คณะกรรมการมองเห็นถึงความตั้งใจ แต่ กสศ. มีงบประมาณจำกัดสามารถสนับสนุนโครงการได้เพียงจำนวนหนึ่ง และเหตุผลสำคัญที่โครงการไม่ผ่านการคัดเลือก เนื่องมาจากสาขาวิชาชีพที่เสนอไม่สอดคล้องกับสาขาที่กำหนด ขาดข้อมูลเหตุผลประกอบความขาดแคลนที่ชัดเจน ขาดความสมเหตุสมผลของงบประมาณ และขาดแนวทางนวัตกรรม ซึ่งหลังจากนี้ กสศ. จะจัดให้มีเวทีทำความเข้าใจเพื่อถอดบทเรียน แลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาโครงการให้กับสถาบันที่ไม่รับการคัดเลือกในปีนี้ เพื่อจะได้มีโอกาสได้รับการคัดเลือกในปีต่อไป" ที่ปรึกษา กสศ. กล่าว

ด้าน นายสุภกร บัวสาย ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กล่าวว่า ขั้นตอนหลังจากนี้ สถาบันการศึกษาจะเป็นผู้สร้างกระบวนการการคัดเลือกผู้รับทุนอย่างมีส่วนร่วมกับโรงเรียนในพื้นที่จังหวัดใกล้เคียงกับที่ตั้งของแต่ละสถาบัน โดยเฉพาะสถาบันการศึกษา อาจส่งวิทยากรไปประชาสัมพันธ์เชิงรุกที่โรงเรียนที่มีนักเรียนฐานะยากจนจำนวนมาก สำหรับคุณสมบัติของผู้ได้รับทุนจะต้องเป็นเยาวชนที่กำลังศึกษาระดับชั้น ม.3 / ม.6 หรือเทียบเท่า / ปวช.3 ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์หรือด้อยโอกาส มีรายได้ครอบครัวเฉลี่ยต่อคนไม่เกิน 3,000 บาทต่อเดือน โดยจะมีกระบวนการตรวจสอบความยากจนเพิ่มเติมและเป็นนักเรียนที่มีศักยภาพในการเรียนต่อ โดยพิจารณาจากเกรดเฉลี่ยสะสม หรือมีความสามารถพิเศษ มีศักยภาพโดดเด่นด้านทักษะฝีมือ นวัตกรรม เป็นนักประดิษฐ์ และมีประสบการณ์ในกิจกรรมสร้างสรรค์เพื่อส่วนรวมที่พิสูจน์ได้ ซึ่งผู้ผ่านการคัดเลือกจะได้รับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายประจำเดือน และค่าธรรมเนียมการศึกษาในอัตราประหยัด โดยไม่มีข้อผูกมัดที่ผู้รับทุนจะต้องชดใช้ทุนในอนาคต หากเรียนจนจบการศึกษา ทั้งนี้ ตลอดเส้นทางการศึกษา เยาวชนผู้ได้รับทุนจะมีโอกาสที่ดีใน 3 เรื่องสำคัญ คือ 1.ได้เรียนรู้กับนายจ้างและปฏิบัติการจริง 2.ได้เรียนรู้ทักษะใหม่และทักษะอนาคต และ 3.แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศ สำหรับเยาวชนที่สนใจทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง มีกำหนดเปิดรับสมัครอยู่ในช่วงวันที่ 18 ก.พ. – 18 มี.ค. 2562 โดยแต่ละสถาบันอาจจะประกาศวิธีปฏิบัติ รวมถึงข้อมูลติดต่อรับสมัครของตนเอง ทั้งนี้ สามารถตรวจสอบรายชื่อสถาบันสายอาชีพทั้ง 39 สถาบันที่ร่วมโครงการและสาขาที่เปิดรับ และดาวน์โหลดใบสมัครทุนสำหรับนักเรียน/นักศึกษาที่สนใจ ซึ่งมีรายละเอียดคุณสมบัติได้ที่เว็บไซต์ www.eef.or.th หรือโทร. 02-079-5475 ต่อ 2 เฉพาะวันจันทร์ถึงศุกร์ตามเวลาราชการ


IMG_0477

ด้าน นายวิชัย หาญพลาชัย ผู้อำนวยการ วิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ จ.ชลบุรี หนึ่งในสถาบันที่ได้รับการคัดเลือก กล่าวว่า วิทยาลัยเทคนิคสัตหีบเปิดการเรียนการสอนใน 4 สาขา ที่ต้องตอบโจทย์เขตพื้นที่พัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ได้แก่ สาขาโลจิสติกส์ ช่างอากาศยาน ท่องเที่ยวและการโรงแรม และพลังงาน โดยร่วมกับสถานประกอบการจัดหลักสูตรการเรียนการสอนรูปแบบทวิภาคี นักศึกษาจะได้เรียนไปด้วยและทำงานไปด้วย ได้ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญโดยตรง เรียนจบแล้วมีงานรองรับทันที เช่น นักศึกษาที่เรียนสาขาท่องเที่ยวและการโรงแรม วิทยาลัยจะทำความร่วมมือกับโรงแรมชั้นนำในพื้นที่ เพื่อพัฒนาหลักสูตรให้ตอบโจทย์ตลาดแรงงาน ฝึกนักศึกษาให้มีคุณภาพ หลังจากเรียนจบสามารถทำงานที่โรงแรมได้ทันที และยังร่วมมือกับกับรัฐบาลประเทศออสเตรียในเรื่องการแลกเปลี่ยนผู้เชี่ยวชาญ เพื่อสนับสนุนด้านวิชาการ การพัฒนาหลักสูตรให้มีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ วิทยาลัยมีระบบตรวจสอบการใช้งบประมาณอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะส่วนของนักศึกษาผู้รับทุนมีการให้จัดทำบัญชีค่าใช้จ่าย ครูประจำชั้นทำหน้าที่คอยดูแลแนะนำ เพื่อป้องกันไม่ให้นำเงินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์

"ถือเป็นโครงการที่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำอย่างแท้จริง เป็นการให้โอกาสทางการศึกษาแก่เด็กและเยาวชน ช่วยลดภาระผู้ปกครองไปได้มาก เพราะวิทยาลัยประสบปัญหาทุกปี คือ ผู้ปกครองขอผลัดการชำระค่าเล่าเรียนของเด็กกว่า 100 คน ดังนั้น ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงของ กสศ. ถือได้ว่าเข้ามาช่วยเติมเต็มโอกาสทางการศึกษาของเด็กได้อย่างมาก"


IMG_0476

ด้าน นายสุรปัญญ์ จันทร์สวัสดิ์ อาจารย์สาขาเมคคาทรอนิกส์และหุ่นยนต์ วิทยาลัยอาชีวศึกษาเทคโนโลยีฐานวิทยาศาสตร์ จ.ชลบุรี หนึ่งในสถาบันที่ได้รับการคัดเลือก กล่าวว่า วิทยาลัยเปิดสอนในสาขาช่างอุตสาหกรรมฐานวิทย์ ซึ่งจัดการเรียนการสอนด้วยการให้นักศึกษาทำ Project Learning ตั้งแต่ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ปี 1 เพราะต้องการส่งเสริมให้นักศึกษาปฎิบัติงานจริง เพื่อเป็นนักนวัตกรรมต่อยอดองค์ความรู้ใหม่ ๆ ด้วยตนเองในอนาคต นอกจากนี้ ยังร่วมมือกับหน่วยงานต่างประเทศ พัฒนาหลักสูตรทวิภาคีกับภาคเอกชน ทั้งจากประเทศญี่ปุ่น และบริติช เคานซิล ประเทศไทย โดยการสนับสนุนของกองทุนนิวตัน (Newton Fund) ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญจากสหราชอาณาจักรจากบริษัท Think Learn Challenge ซึ่งการผลิตนักศึกษาที่ผ่านมาได้รับการจ้างงานเป็นที่ยอมรับและพึงพอใจของสถานประกอบการและชุมชนท้องถิ่น ในการรับสมัครครั้งนี้ วิทยาลัยจะประชาสัมพันธ์เชิงรุกไปยังโรงเรียนกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ภาคตะวันออก เพื่อให้แน่ใจว่าได้นักเรียนผู้รับทุนตรงตามเกณฑ์ความยากจนและศักยภาพ

บาร์ไลน์ฐาน ดาวน์โหลดอีบุ๊กแทรกข่าว