thansettakij
thansettakij
โละCTXสุวรรณภูมิ  ทอท.ลุยไฟจัดซื้อใหม่2.8 พันล้าน

โละCTXสุวรรณภูมิ ทอท.ลุยไฟจัดซื้อใหม่2.8 พันล้าน

09 ก.พ. 62 | 02:50 น.
อัปเดตล่าสุด :09 ก.พ. 62 | 09:50 น.
การเปิดประมูลจัดซื้อเครื่องตรวจระเบิด (EDS) รุ่นใหม่ มูลค่า 2.8 พันล้านบาท เพื่อทดแทนเครื่อง CTX 9400 Dsi  26 ตัวที่ติดตั้งมาตั้งแต่เปิดสนามบินปี 2549 และใช้งานมากว่า 12 ปี จริงๆ ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะบริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือทอท. พูดถึงเรื่องนี้มาตั้งแต่ปี 2558 ถึงขั้นจ้างบริษัทที่ปรึกษาต่างชาติมาศึกษาเรื่องนี้โดยเฉพาะ
ยันประมูลใหม่คุ้มกว่า

ภายใต้เหตุผลที่ว่าผู้ผลิตจะยกเลิกการผลิตเครื่อง CTX รุ่น 9400 DSI ในปี 2557 หากจะใช้ CTX รุ่นนี้ต่อ ทางบริษัท Morpho Detection Interna tional, LLC. (MD LLC) ในไทย ซึ่งรับดูแลและซ่อมแซมเครื่อง CTX เสนอเงื่อนไขให้ทอท.ต้องลงทุนปรับปรุงซ่อมแซม (Refurbish) โดยต้องจ่ายค่า Refurbish และค่าดูแลและการซ่อมแซมเครื่อง 1,680 ล้านบาท ตามที่โควตราคามา แลกกับการดูแลต่อจากปี 2562 ไปถึงปี 2571 หรือราว 9 ปี

ในมุมของทอท.มองว่าเป็นการลงทุนที่ไม่คุ้มค่า เพราะเป็นการใช้เทคโนโลยีเดิม ซึ่ง EDS รุ่นนี้มีความเร็วสายพาน 0.1 เมตรต่อวินาทีเท่านั้น และจะมีปัญหาเรื่องของการจัดหาอะไหล่ เนื่องจากเป็นเครื่องที่มีการเลิกผลิตไปแล้ว หากเทียบกับลงทุนใหม่แล้วได้ใช้เทคโนโลยีใหม่ล่าสุด EDS ที่มีความเร็วสายพาน 0.5 เมตรต่อวินาที ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงกว่าเพราะเครื่องรุ่นใหม่จะตรวจแบบ 3 มิติ 360 องศา ความละเอียดของภาพสูง รองรับได้ไปอีก 13-15 ปี นับจากติดตั้งเสร็จ

M10-3443B

ยื้อ2ปีหลังถูกโวยล็อกสเปก

การประมูลรอบใหม่นี้จริงๆ ก็จะเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2560 ถูกสกัดด้วยการออกมาเปิดประเด็น “ล็อกสเปก” เพราะด้วยสเปก EDS ที่มีความเร็วสายพาน 0.5 เมตรต่อวินาที แถมยังกำหนดว่าต้องผ่านการรับรองมาตรฐานจาก Transportation Security Administration (TSA) ของสหรัฐอเมริกา และการอนุมัติจาก ECAC Standard-3 หรือสูงกว่า ซึ่งเป็นมาตรฐานของยุโรป แน่นอนว่าตอนนี้ CTX หมดสิทธิ์ และ MD LLC ในไทย ก็จะถูกตัดออกไปจากระบบ เนื่องจากปัจจุบัน CTX 9800 ที่มี 2 รุ่น คือ ความเร็วสายพาน 0.3 เมตรต่อวินาที ผ่านการรับรองแล้วทั้ง 2 มาตรฐาน แต่รุ่นความเร็วสายพาน 0.5 เมตรต่อวินาทียังไม่ผ่านมาตรฐาน TSA
แอร์ไลน์วิตกกระทบบริการ

ทั้งที่ผ่านมา CTX ยังไม่เคยมีปัญหาเลยนับจากเปิดสนามบินสุวรรณภูมิ CTX บางคนมองว่าทำไมทอท.ไม่เลือกปรับเป็น CTX9800 ที่ลงทุนน้อยกว่า หลายสนามบินเลือกปรับแบบนี้

ในประเด็นนี้ ทอท.มองว่าหากจะปรับเปลี่ยนเครื่องใหม่เป็น CTX 9800 อย่างที่มีการเสนอแนะของบางกลุ่ม ก็ยังเป็นการใช้ยี่ห้อเดิม ซึ่งต้องใช้วิธีการจัดจ้างโดยใช้วิธีพิเศษ แล้วใครจะกล้าเสี่ยงติดคุก หากถูกร้องเรียนว่าเป็นการผูกขาด

บางคนมองว่า จำเป็นต้องใช้สเปกสูงใช้ความเร็วที่ 0.3 เมตรต่อวินาที ไม่ได้หรือ เพราะสนามบินสุวรรณภูมิไม่มีปัญหาเรื่องระบบ EDS หรือระบบสายพานลำเลียงกระเป๋า แต่ปัญหาอยู่ที่ฝั่งอาคารผู้โดยสาร ที่ใช้งานเกินศักยภาพไปกว่า 18 ล้านคนแล้ว และลึกๆ สายการบินต่างก็วิตกว่าการปรับเปลี่ยนระบบอาจจะกระทบกับการให้บริการ

ทำให้ร่วม 2 ปีมานี้ ทอท.ต้องเดินสายเคลียร์และชี้แจง  จนมั่นใจถึงการประมูล ทั้งยังได้นำโครงการนี้เข้าร่วมในข้อตกลงคุณธรรม (IP) ด้วย กันข้อครหาไม่โปร่งใสในการเปิดประมูล โดยเนื้องานครอบคลุม 4 ด้าน คือ 1. การเปลี่ยนเครื่องเอกซเรย์ ที่จะเป็นเครื่องตรวจจับระเบิด 16 เครื่อง 2. ปรับปรุงสายพานที่มีอยู่ 2 ลูป (เส้นทาง) ให้ข้ามระหว่างกันได้ 3. การปรับปรุงคอมพิวเตอร์แม่ข่าย 4. ปรับปรุงห้องควบคุมทั้งหมด

ทอท.จะทยอยปรับปรุงไล่ติดตั้ง EDS ไปทีละตัว และทำการทดสอบ ควบคู่กับการรันระบบเก่า จนมั่นใจจึงถอดระบบเก่าออก และการปรับปรุงสายพานลำเลียงกระเป๋า ก็ทำเฉพาะจุดที่เปลี่ยนเครื่อง EDS ไม่ได้เปลี่ยนสายพานทั้งเส้น และสายการบินยังคงให้บริการได้ตามปกติ

  2 ยี่ห้อจ้องตาเป็นมัน

จากสเปกนี้ใครเข้าประมูลได้ มีอย่างน้อย 2 ยี่ห้อ คือ H-Scan 10080 XCT ของ บริษัท สมิทส์ ดีเทคชั่นฯ และ L3 รุ่น MVD ซึ่ง L3 ก็เป็นพันธมิตรกับล็อกซเล่ย์

สำหรับ CTX ในปีที่ผ่านมาเมื่อสมิทส์ ดีเทคชั่น ได้เข้าไปซื้อกิจการของ Morpho Detection ทำให้กลายเป็นเจ้าของเครื่อง CTX ไปแล้ว โดยรอบนี้ด้วยการเปิดประมูลล่าสุดจริงๆ สมิทส์ดีเทคชั่น อยากนำ CTX 9800 ความเร็วสายพาน 0.5 เข้ามา แข่งเหมือนกัน แต่ติดตรงที่สเปกนี้ยังไม่มีการรับรองจาก TSA งานนี้คงต้องลุ้นว่า จะผ่านการรับรองจาก TSA ได้ก่อนวันยื่นข้อเสนอในวันที่ 27 มีนาคมนี้หรือไม่นั่นเอง

รายงาน โดย โต๊ะข่าวท่องเที่ยว

หน้า 10 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3443 ระหว่างวันที่ 10 - 13 กุมภาพันธ์ 2562

ดาวน์โหลดอีบุ๊กแทรกข่าว