
เลื่อนประชุม JTCไทย-พม่า เปิดดูไฮไลต์ประเด็นรอถก
ไทย-เมียนมาเลื่อนประชุม JTC เหตุรอรัฐบาลชุดใหม่ของเมียนมาลงตัวก่อน ขณะวงในเผยเตรียมประเด็นสำคัญไว้รอท่า ทั้งการหารือดันการค้า 2 ฝ่ายแตะ 1 หมื่นล้านดอลล์ในปีหน้า ชูค้าชายแดนเป็นหัวหอก ขณะกระทรวงพาณิชย์ตั้งเป้าส่งออกไปเมียนมาปี 59 โต 12% พร้อมโชว์แผนงานดันเต็มสูบ
แหล่งข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า จากที่ไทยและเมียนมามีกำหนดการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมทางการค้า (JTC) ครั้งที่ 7 ระหว่างวันที่ 17 - 18 มีนาคม 2559 ณ กรุงเนปิดอร์นั้น ล่าสุดมีอันต้องเลื่อนออกไปไม่กำหนดเนื่องจากทางเมียนมาอยู่ระหว่างกระบวนการคัดเลือกประธานาธิบดีและรองประธานาธิบดีคนใหม่ ประกอบกับนางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของไทยที่จะเป็นหัวหน้าเข้าร่วมประชุมยังติดภารกิจ ดังนั้นทั้ง 2 ฝ่ายจึงเห็นควรให้มีการเลื่อนการประชุมออกไปก่อน
อย่างไรก็ดีตามกำหนดการประชุมครั้งนี้ มีประเด็นสำคัญที่จะมีการหารือและแลกเปลี่ยนข้อมูลประเด็นความร่วมมือที่แต่ละฝ่ายมีความสนใจและมีศักยภาพ เช่น การตั้งเป้าหมายการค้า 2 ฝ่าย ให้มีมูลค่า 1.0-1.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี 2560 (จากปี 2558 การค้าสองฝ่ายมีมูลค่า 7.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ความร่วมมือด้านการส่งเสริมการค้าชายแดน โดยกำหนดมาตรการในการส่งเสริมการค้าระหว่างเมืองชายแดนที่มีความสำคัญ เช่น แม่สอด-เมียวดี ความร่วมมือด้านการส่งเสริมและอำนวยความสะดวกทางการค้าและการลงทุนระหว่างกัน
นอกจากนี้จะมีการแลกเปลี่ยนการเยือนระหว่างกัน การจัดงานแสดงสินค้าและจับคู่ธุรกิจ และการเปิดและยกระดับจุดผ่านแดน ความร่วมมือด้านสินค้าเกษตร โดยหารือเกี่ยวกับการควบคุมคุณภาพและอำนวยความสะดวกในการค้าสินค้าเกษตรบริเวณชายแดน การหารือถึงความร่วมมือในการเชื่อมโยงทั้งโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง และการจัดทำความตกลงด้านการขนส่งระหว่างไทยกับเมียนมา ความร่วมมือด้านการเงินและการธนาคารของทั้ง 2 ประเทศผ่านการสนับสนุนการใช้เงินสกุลท้องถิ่นในการทำการค้าการลงทุนระหว่างประเทศ โดยเร่งดำเนินการในเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายและเขตเศรษฐกิจพิเศษอื่นๆ เป็นต้น
"ในเรื่องการค้าชายแดนซึ่งมีสัดส่วนกว่า 80% ของการค้าไทย-เมียนมา ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ฝ่ายไทยจะหยิบยกขึ้นหารือโดยเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมารัฐมนตรีการค้าของทั้ง 2 ฝ่ายได้ตั้งเป้าหมายร่วมกันที่จะผลักดันให้การค้าชายแดนของทั้ง 2 ฝ่ายให้มีมูลค่า 3 แสนล้านบาทในปี 2560 (จากปี 2558 มีมูลค่า 2.1 แสนล้านบาท)"
อย่างไรก็ดีในปี 2559 กระทรวงพาณิชย์ได้ตั้งเป้าหมายการส่งออกไปยังเมียนมาขยายตัวที่ 12% จากปี 2558 ไทยส่งออกไปเมียนมามูลค่า 4.17 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯโดยกิจกรรมส่งเสริมการตลาดเมียนมาในปีนี้ เช่นการจัดงานแสดงสินค้าสุดยอดแบรนด์ไทย (Top Thai Brands) ณ กรุงย่างกุ้ง ,งานแสดงสินค้าไทย Mini Thailand Week ณ เมืองตองยี , กิจกรรมส่งเสริมการขายร่วมกับห้างสรรพสินค้า ณ กรุงย่างกุ้ง (4 ห้าง) มัณฑะเลย์ เมียวดี/เมาะลำไย มะริด และทวาย จัดคณะผู้แทนการค้าสินค้าอุตสาหกรรมหนักเดินทางไปเจรจาการค้า และนำคณะผู้ประกอบการ SMEs กลุ่มเครื่องจักรกลการเกษตรของภาคตะวันออกเฉียงเหนือสำรวจตลาดและเจรจาการค้า เป็นต้น
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,140 วันที่ 17 - 19 มีนาคม พ.ศ. 2559
แหล่งข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า จากที่ไทยและเมียนมามีกำหนดการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมทางการค้า (JTC) ครั้งที่ 7 ระหว่างวันที่ 17 - 18 มีนาคม 2559 ณ กรุงเนปิดอร์นั้น ล่าสุดมีอันต้องเลื่อนออกไปไม่กำหนดเนื่องจากทางเมียนมาอยู่ระหว่างกระบวนการคัดเลือกประธานาธิบดีและรองประธานาธิบดีคนใหม่ ประกอบกับนางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของไทยที่จะเป็นหัวหน้าเข้าร่วมประชุมยังติดภารกิจ ดังนั้นทั้ง 2 ฝ่ายจึงเห็นควรให้มีการเลื่อนการประชุมออกไปก่อน
อย่างไรก็ดีตามกำหนดการประชุมครั้งนี้ มีประเด็นสำคัญที่จะมีการหารือและแลกเปลี่ยนข้อมูลประเด็นความร่วมมือที่แต่ละฝ่ายมีความสนใจและมีศักยภาพ เช่น การตั้งเป้าหมายการค้า 2 ฝ่าย ให้มีมูลค่า 1.0-1.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี 2560 (จากปี 2558 การค้าสองฝ่ายมีมูลค่า 7.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ความร่วมมือด้านการส่งเสริมการค้าชายแดน โดยกำหนดมาตรการในการส่งเสริมการค้าระหว่างเมืองชายแดนที่มีความสำคัญ เช่น แม่สอด-เมียวดี ความร่วมมือด้านการส่งเสริมและอำนวยความสะดวกทางการค้าและการลงทุนระหว่างกัน
นอกจากนี้จะมีการแลกเปลี่ยนการเยือนระหว่างกัน การจัดงานแสดงสินค้าและจับคู่ธุรกิจ และการเปิดและยกระดับจุดผ่านแดน ความร่วมมือด้านสินค้าเกษตร โดยหารือเกี่ยวกับการควบคุมคุณภาพและอำนวยความสะดวกในการค้าสินค้าเกษตรบริเวณชายแดน การหารือถึงความร่วมมือในการเชื่อมโยงทั้งโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง และการจัดทำความตกลงด้านการขนส่งระหว่างไทยกับเมียนมา ความร่วมมือด้านการเงินและการธนาคารของทั้ง 2 ประเทศผ่านการสนับสนุนการใช้เงินสกุลท้องถิ่นในการทำการค้าการลงทุนระหว่างประเทศ โดยเร่งดำเนินการในเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายและเขตเศรษฐกิจพิเศษอื่นๆ เป็นต้น
"ในเรื่องการค้าชายแดนซึ่งมีสัดส่วนกว่า 80% ของการค้าไทย-เมียนมา ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ฝ่ายไทยจะหยิบยกขึ้นหารือโดยเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมารัฐมนตรีการค้าของทั้ง 2 ฝ่ายได้ตั้งเป้าหมายร่วมกันที่จะผลักดันให้การค้าชายแดนของทั้ง 2 ฝ่ายให้มีมูลค่า 3 แสนล้านบาทในปี 2560 (จากปี 2558 มีมูลค่า 2.1 แสนล้านบาท)"
อย่างไรก็ดีในปี 2559 กระทรวงพาณิชย์ได้ตั้งเป้าหมายการส่งออกไปยังเมียนมาขยายตัวที่ 12% จากปี 2558 ไทยส่งออกไปเมียนมามูลค่า 4.17 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯโดยกิจกรรมส่งเสริมการตลาดเมียนมาในปีนี้ เช่นการจัดงานแสดงสินค้าสุดยอดแบรนด์ไทย (Top Thai Brands) ณ กรุงย่างกุ้ง ,งานแสดงสินค้าไทย Mini Thailand Week ณ เมืองตองยี , กิจกรรมส่งเสริมการขายร่วมกับห้างสรรพสินค้า ณ กรุงย่างกุ้ง (4 ห้าง) มัณฑะเลย์ เมียวดี/เมาะลำไย มะริด และทวาย จัดคณะผู้แทนการค้าสินค้าอุตสาหกรรมหนักเดินทางไปเจรจาการค้า และนำคณะผู้ประกอบการ SMEs กลุ่มเครื่องจักรกลการเกษตรของภาคตะวันออกเฉียงเหนือสำรวจตลาดและเจรจาการค้า เป็นต้น
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,140 วันที่ 17 - 19 มีนาคม พ.ศ. 2559






