
จับ "เนื้อเถื่อน" โคราชยึดของกลางมูลค่ากว่า 3.7 ล้านบาท
ชุดเฉพาะกิจบังคับใช้กฎหมายของกรมปศุสัตว์โคราชบุกเข้าตรวจค้นห้องเย็นในพื้นที่ทั้งจังหวัด ตามโครงการตรวจสอบห้องเย็นเพื่อปราบปรามขบวนการลักลอบนำเข้าซากสัตว์ ผงะ! พบเนื้อเถื่อน 1.5 หมื่นกิโลกรัม มูลค่ากว่า 3.7 ล้านบาท เผย มีความผิดจำคุกสูงสุดไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า กรมปศุสัตว์มีนโยบายเข้มงวดตรวจจับการลักลอบนำเข้าสินค้าปศุสัตว์ (ซากสัตว์) อย่างเคร่งครัด โดยให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานคลอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ตามโครงการตรวจสอบห้องเย็นเพื่อปราบปรามขบวนการลักลอบนำเข้าซากสัตว์
การนี้ชุดปฏิบัติงานกองสารวัตรและกักกัน ด่านกักกันสัตว์นครราชสีมา สำนักงานปศุสัตว์เขต 3 และสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดนครราชสีมา ร่วมกับฝ่ายข่าวกรอง ศูนย์ประมวลข้อมูลการข่าวทางศุลกากร ลงพื้นที่เข้าตรวจสอบห้องเย็นในพื้นที่ อ.เมือง จ.นครราชสีมา พบเนื้อกระบือแช่แข็งลักลอบนำเข้า น้ำหนักประมาณ 15,000 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 3,750,000 บาท เจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจฯ ทำการยึดของกลางดังกล่าวไว้ทั้งหมด พร้อมดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด และขยายผลการจับกุมเครือข่ายขบวนการลักลอบนำสินค้าปศุสัตว์ (ซากสัตว์) เข้าราชอาณาจักรต่อไป
โดยแจ้งข้อหาการกระทำความผิด ดังนี้
"3 ข้อหา ได้แก่ 1.ฝ่าฝืนมาตรา 31 แห่งพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 กรณีนำซากสัตว์เข้าราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตจากอธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย ต้องระวางโทษตามมาตรา 68 จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ, 2.ฝ่าฝืนมาตรา 34 แห่งพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 กรณีนำซากสัตว์ไปยังท้องที่จังหวัดอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตจากสัตวแพทย์ประจำท้องที่ต้นทาง ต้องระวางโทษตามมาตรา 71 จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และ 3.ฝ่าฝืนมาตรา 24 แห่งพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 กรณีทำการค้าซากสัตว์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน ต้องระวางโทษตามมาตรา 66 จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ"
อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมปศุสัตว์มีความตระหนักถึงการป้องกันเชื้อโรคระบาดสัตว์จากต่างประเทศ ซึ่งอาจติดมากับสินค้าปศุสัตว์ (ซากสัตว์) ที่เป็นพาหะของโรคระบาด และมีความห่วงใยในสุขภาพของประชาชนทั่วไป โดยสินค้าปศุสัตว์ทุกชนิดที่นำมาจำหน่ายต้องได้รับการตรวจรับรองเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนและผู้บริโภคสินค้าปศุสัตว์ได้อย่างปลอดภัย ซึ่งสินค้าปศุสัตว์ (ซากสัตว์) ที่ถูกลักลอบนำเข้าราชอาณาจักรมานั้น อาจมาจากต้นทางที่เป็นแหล่งของโรคระบาดสัตว์และไม่มีการควบคุมการผลิต รวมถึงไม่ได้รับการตรวจรับรองใด ๆ ที่ผ่านมา กรมปศุสัตว์กรมปศุสัตว์มีมาตรการเข้มงวดจับกุมการลักลอบนำเข้าสินค้าปศุสัตว์ (ซากสัตว์)
"กรมปศุสัตว์อนุมัติโครงการเข้าตรวจสอบสถานที่พักซากสัตว์ทั่วประเทศ ตามหนังสือกรมปศุสัตว์ ที่ กษ 0621/3384 ลงวันที่ 7 ธ.ค. 2561 เพื่อดำเนินการตรวจสอบและดำเนินคดีกับผู้ลักลอบนำเข้าซากสัตว์จากต่างประเทศ และนำมาซุกซ่อนไว้ตามห้องเย็นต่าง ๆ ดังนั้น จึงได้ทำหนังสือขอความร่วมมือถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตามหนังสือกรมปศุสัตว์ ที่ กษ 0621/6828-6830 ลงวันที่ 20 พ.ย. 2561 เพื่อร่วมมือในการป้องกันการลักลอบนำเข้าซากสัตว์ ทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ จัดทำเครื่องหมายประจำตัวสำหรับซากสัตว์ที่นำเข้า เพื่อใช้ตรวจสอบซากสัตว์ที่นำเข้าจากต่างประเทศอย่างถูกกฎหมาย และสามารถตรวจสอบย้อนกลับสินค้าดังกล่าวได้ จึงทำให้แยกแยะกับซากสัตว์ที่ลักลอบนำเข้าได้ ง่ายต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่"
นอกจากนี้ ยังมีชุดปฏิบัติงานสุนัขดมกลิ่นตรวจสอบการลักลอบนำเข้าซากสัตว์ในพื้นที่สนามบินทุกแห่ง เพื่อตรวจสอบผู้โดยสารที่นำซากสัตว์เข้าราชอาณาจักรอย่างผิดกฎหมาย ด้วยวิธีการ Hand Carry โดยมีผลการปฏิบัติงานยึด อายัดซากสัตว์ ในปีงบประมาณที่ผ่านมา (2561) จำนวน 80 ครั้ง คิดเป็นมูลค่า 263,321 บาท และปีงบประมาณนี้ (2562) จำนวน 11 ครั้ง คิดเป็นมูลค่า 9,305 บาท อย่างไรก็ดี ทางกรมปศุสัตว์ได้มีการจัดตั้งหน่วยปฏิบัติการพิเศษปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมายในความรับผิดชอบของกรมปศุสัตว์ ตามคำสั่งกรมปศุสัตว์ที่ 918/2559 ลงวันที่ 25 พ.ย. 2559
โดยหน่วยปฏิบัติติการดังกล่าวมีอำนาจหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบและป้องกันการลักลอบนำเข้าเนื้อโค กระบือ จากต่างประเทศได้ทั่วราชอาณาจักร ทั้งนี้ ในปีงบประมาณที่ผ่านมา (2561) มีการจับกุมผู้กระทำความผิด 118 ครั้ง ดำเนินคดี 38 คดี มูลค่าของกลาง 4,976,631 บาท และปีงบประมาณนี้ (2562) มีการจับกุมผู้กระทำความผิด 30 ครั้ง ดำเนินคดีทั้ง 17 คดี มูลค่าของกลาง 6,848,951 บาท
นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า กรมปศุสัตว์มีนโยบายเข้มงวดตรวจจับการลักลอบนำเข้าสินค้าปศุสัตว์ (ซากสัตว์) อย่างเคร่งครัด โดยให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานคลอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ตามโครงการตรวจสอบห้องเย็นเพื่อปราบปรามขบวนการลักลอบนำเข้าซากสัตว์
การนี้ชุดปฏิบัติงานกองสารวัตรและกักกัน ด่านกักกันสัตว์นครราชสีมา สำนักงานปศุสัตว์เขต 3 และสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดนครราชสีมา ร่วมกับฝ่ายข่าวกรอง ศูนย์ประมวลข้อมูลการข่าวทางศุลกากร ลงพื้นที่เข้าตรวจสอบห้องเย็นในพื้นที่ อ.เมือง จ.นครราชสีมา พบเนื้อกระบือแช่แข็งลักลอบนำเข้า น้ำหนักประมาณ 15,000 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 3,750,000 บาท เจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจฯ ทำการยึดของกลางดังกล่าวไว้ทั้งหมด พร้อมดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด และขยายผลการจับกุมเครือข่ายขบวนการลักลอบนำสินค้าปศุสัตว์ (ซากสัตว์) เข้าราชอาณาจักรต่อไป
โดยแจ้งข้อหาการกระทำความผิด ดังนี้
"3 ข้อหา ได้แก่ 1.ฝ่าฝืนมาตรา 31 แห่งพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 กรณีนำซากสัตว์เข้าราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตจากอธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย ต้องระวางโทษตามมาตรา 68 จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ, 2.ฝ่าฝืนมาตรา 34 แห่งพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 กรณีนำซากสัตว์ไปยังท้องที่จังหวัดอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตจากสัตวแพทย์ประจำท้องที่ต้นทาง ต้องระวางโทษตามมาตรา 71 จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และ 3.ฝ่าฝืนมาตรา 24 แห่งพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 กรณีทำการค้าซากสัตว์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน ต้องระวางโทษตามมาตรา 66 จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ"
อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมปศุสัตว์มีความตระหนักถึงการป้องกันเชื้อโรคระบาดสัตว์จากต่างประเทศ ซึ่งอาจติดมากับสินค้าปศุสัตว์ (ซากสัตว์) ที่เป็นพาหะของโรคระบาด และมีความห่วงใยในสุขภาพของประชาชนทั่วไป โดยสินค้าปศุสัตว์ทุกชนิดที่นำมาจำหน่ายต้องได้รับการตรวจรับรองเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนและผู้บริโภคสินค้าปศุสัตว์ได้อย่างปลอดภัย ซึ่งสินค้าปศุสัตว์ (ซากสัตว์) ที่ถูกลักลอบนำเข้าราชอาณาจักรมานั้น อาจมาจากต้นทางที่เป็นแหล่งของโรคระบาดสัตว์และไม่มีการควบคุมการผลิต รวมถึงไม่ได้รับการตรวจรับรองใด ๆ ที่ผ่านมา กรมปศุสัตว์กรมปศุสัตว์มีมาตรการเข้มงวดจับกุมการลักลอบนำเข้าสินค้าปศุสัตว์ (ซากสัตว์)
"กรมปศุสัตว์อนุมัติโครงการเข้าตรวจสอบสถานที่พักซากสัตว์ทั่วประเทศ ตามหนังสือกรมปศุสัตว์ ที่ กษ 0621/3384 ลงวันที่ 7 ธ.ค. 2561 เพื่อดำเนินการตรวจสอบและดำเนินคดีกับผู้ลักลอบนำเข้าซากสัตว์จากต่างประเทศ และนำมาซุกซ่อนไว้ตามห้องเย็นต่าง ๆ ดังนั้น จึงได้ทำหนังสือขอความร่วมมือถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตามหนังสือกรมปศุสัตว์ ที่ กษ 0621/6828-6830 ลงวันที่ 20 พ.ย. 2561 เพื่อร่วมมือในการป้องกันการลักลอบนำเข้าซากสัตว์ ทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ จัดทำเครื่องหมายประจำตัวสำหรับซากสัตว์ที่นำเข้า เพื่อใช้ตรวจสอบซากสัตว์ที่นำเข้าจากต่างประเทศอย่างถูกกฎหมาย และสามารถตรวจสอบย้อนกลับสินค้าดังกล่าวได้ จึงทำให้แยกแยะกับซากสัตว์ที่ลักลอบนำเข้าได้ ง่ายต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่"
นอกจากนี้ ยังมีชุดปฏิบัติงานสุนัขดมกลิ่นตรวจสอบการลักลอบนำเข้าซากสัตว์ในพื้นที่สนามบินทุกแห่ง เพื่อตรวจสอบผู้โดยสารที่นำซากสัตว์เข้าราชอาณาจักรอย่างผิดกฎหมาย ด้วยวิธีการ Hand Carry โดยมีผลการปฏิบัติงานยึด อายัดซากสัตว์ ในปีงบประมาณที่ผ่านมา (2561) จำนวน 80 ครั้ง คิดเป็นมูลค่า 263,321 บาท และปีงบประมาณนี้ (2562) จำนวน 11 ครั้ง คิดเป็นมูลค่า 9,305 บาท อย่างไรก็ดี ทางกรมปศุสัตว์ได้มีการจัดตั้งหน่วยปฏิบัติการพิเศษปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมายในความรับผิดชอบของกรมปศุสัตว์ ตามคำสั่งกรมปศุสัตว์ที่ 918/2559 ลงวันที่ 25 พ.ย. 2559
โดยหน่วยปฏิบัติติการดังกล่าวมีอำนาจหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบและป้องกันการลักลอบนำเข้าเนื้อโค กระบือ จากต่างประเทศได้ทั่วราชอาณาจักร ทั้งนี้ ในปีงบประมาณที่ผ่านมา (2561) มีการจับกุมผู้กระทำความผิด 118 ครั้ง ดำเนินคดี 38 คดี มูลค่าของกลาง 4,976,631 บาท และปีงบประมาณนี้ (2562) มีการจับกุมผู้กระทำความผิด 30 ครั้ง ดำเนินคดีทั้ง 17 คดี มูลค่าของกลาง 6,848,951 บาท






