
พาต้าผนึกเคทีซีกระตุ้นบูทิคโฮลเทล
พาต้าแนะภาครัฐและเอกชน กระตุ้นตลาดบูทิคโฮเทล แก้ปัญหารายได้จากการท่องเที่ยวไทยไหลออกนอกประเทศ เผยจากงานวิจัยพบเงินไหลออกนอกประเทศ ปีละ 30-70%
จากโครงการ Thailand Boutique Awards Season 4 (2016-2017) ของบริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด(มหาชน) ที่จับมือกับสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส และมาสเตอร์การ์ด ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 4 ในปีนี้ ผศ.ดร.จุฑามาศ วิศาลสิงห์ กรรมการบริหารสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ประจำประเทศไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมการตัดสินที่ 1 โครงการฯ เปิดเผยว่า คอนเซ็ปต์การจัดงานในปีนี้ คือ "วิถีไทย" หรือ "Colores of Thai" ซึ่งเป็นการเน้นสีสันความเป็นไทย ทั้งในรูปแบบของ 1.บริการ (Hospitality) การดูแลเอาใจใส่แบบไทยๆ 2. ความคิดสร้างสรรค์ (Creativity) และ 3. สิ่งแวดล้อม (Environment) ถือเป็นส่วนหนึ่งในกระตุ้นให้ตลาดบูทิค โฮลเทลได้รับความนิยมมากขึ้น และเป็นแนวทางหนึ่งในการแก้ปัญหาเงินรายได้จากการท่องเที่ยวของประเทศไทย ที่ไหลออกนอกประเทศมาตลอด
"จากการทำงานวิจัย เรื่องเกี่ยวกับการท่องเที่ยวในชุมชน ทำให้ได้ศึกษาตัวเรื่องของเงินจากการท่องเที่ยว ประเทศไทยเราดูแค่ตัวจำนวนนักท่องเที่ยว เราก็ตื่นเต้นแล้ว แต่ดูเรื่องเงิน มันไหลออกไป 70% จากรายได้ 2.23 ล้านล้านบาท และไม่ได้สร้างงานให้กับคนไทยเลย ตัวเลขที่เราชื่นชม คือตัวเลขจำนวนนักท่องเที่ยวที่เราอยากชื่นชมเท่านั้นเอง" ผศ.ดร.จุฑามาศกล่าวและว่า จากการคำนวณรายได้ 185 ประเทศที่เป็นสมาชิก ไทยเรามีตัวเลขรายได้เราอยู่ที่ระดับ 7-8 ของโลก แต่ตัวเลขรายได้ที่เข้าประเทศจริงๆ ของไทย กลับอยู่ที่อันดับ 183 ของโลก
ตัวเลขรายได้ที่เห็น เป็นตัวเลขจากสภาการเดินทางและการท่องเที่ยวโลก (World Travel and Tourism Council : WTTC) องค์กรภาคเอกชนระดับโลก ที่จัดตั้งขึ้นจากการรวมตัวของธุรกิจทุกประเภทในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว โดยเม็ดเงินที่ไหลออกนั้นไหลออกจาก 1.การจ้างงาน ที่ไม่ใช่คนไทย สังเกตได้จากตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปของโรงแรมต่างๆ มักไม่ใช่คนไทย และขนาดนี้เริ่มมีตำแนห่งอื่นๆ เพิ่มขึ้น 2.วัตถุดิบ ซัพพลายทั้งหลายที่เรานำเข้ามา แทนที่จะใช้สินค้าไทยๆ หรือสินค้าโอท็อปในการบริการลูกค้าในโรงแรม และ 3. เงินรายได้ที่ไหลออกก่อนจะมาถึงประเทศไทย เช่น การจองโรงแรม การจองสายการบินผ่านเวปไซด์ชื่อดังในต่างประเทศ แทนที่จะมีการจองผ่านเวปไซด์ของคนไทย หรือหน่วยงานไทย
ผศ.ดร.จุฑามาส กล่าวว่า หากอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยสามารถเชื่อมต่อทุกอย่างเข้าสู่อุตสาหกรรมได้ จะช่วยให้เงินที่ไหลออกลดปริมาณลง หรือจะไหลเข้าสู่ประเทศทั้งหมด นั่นคือส่วนหนึ่งที่งานประกวดฯ ครั้งนี้ จะช่วยกระตุ้นได้ เพราะจากการศึกษาพบว่า ตัวเลขประมาณ 80-90% เจ้าของโรงแรมบูทิค เป็นคนไทย หากสามารถกระตุ้นให้โรงแรมเหล่านี้ได้รับควาามนิยมมากขึ้นได้ จะช่วยกระตุ้นการจ้างงาน และอุตสาหกรรมอื่นๆ ได้อย่างเป็นระบบ
ปัจจุบัน มีโรงแรมบูทิคทั่วประเทศที่สนใจสมัครเข้าร่วมประกวด ใน 3 ขนาด คือ ไซด์ S ขนาด 3 ห้อง ไซด์ M 21-50 ห้อง และ ไซด์ L ขนาด 51-80 ห้อง สามารถสมัครเข้าประกวดได้ตั้งแต่วันนี้ - 15 เมษายน 2559 และจะประกาศผลรอบสุดท้าย ธันวาคม 2559
โรงแรมบูทิค เป็นโรงแรมขนาดเล็กที่เป็นตัวต้นแบบในการจัดการเรื่องนโยบายเศรษฐกิจฐานรากของประเทสได้ โรงแรมบูทิค สามารถตอบโจทย์ได้หมด สามารรถทำการซื้อวัตถุดิบจากคนต้นทางในท้องที่ได้ เขาซื้อด้วยความคิดสร้างสรรค์ด้วย เพราะเขาเป็นโรงแรมบูทิค รวมถึงการพัฒนาความรู้ให้กับคนในชุมชนได้ด้วย






