
กทท.ร่วมมือกับกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน พัฒนาหลักสูตรทักษะเฉพาะด้านการท่าเรือ
กทท.ร่วมมือกับกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน จัดโครงการพัฒนาบุคลากรและบุคคลทั่วไป หลักสูตรพัฒนาทักษะเฉพาะด้านเกี่ยวกับการปฏิบัติงานท่าเรือ การฝึกขับเครื่องมือทุ่นแรง หลักสูตรการจัดการสินค้าอันตราย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับบุคคลทั่วไป และสถานประกอบการ รองรับต่อการขยายตัวของระบบเศรษฐกิจในอนาคต
พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยภายหลังเป็นประธาน และสักขีพยานในพิธีลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือว่าด้วยการพัฒนาบุคลากรและบุคคลทั่วไป ระหว่างการท่าเรือแห่งประเทศไทย(กทท.) และกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน โดยมี ร.ต.ต. มนตรี ฤกษ์จำเนียร ผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง (ทลฉ.) รักษาการแทนผู้อำนวยการ กทท. และนายสุทธิ สุโกศล อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เป็นผู้ลงนามฯ เพื่อพัฒนาหลักสูตรพัฒนาทักษะเฉพาะด้านเกี่ยวกับการปฏิบัติงานท่าเรือ ณ ห้องประชุมชั้น 19 อาคารที่ทำการ กทท.
สำหรับโครงการดังกล่าว กทท. ได้ให้บริการหลักสูตรพัฒนาทักษะเฉพาะด้านเกี่ยวกับการปฏิบัติงานท่าเรือ เช่น หลักสูตรการฝึกขับเครื่องมือทุ่นแรง หลักสูตรการดับเพลิงขั้นต้น หลักสูตรการฝึกซ้อมดับเพลิงและฝึกซ้อมอพยพหนีไฟ หลักสูตรการจัดการสินค้าอันตราย ซึ่งเป็นความสามารถพิเศษขององค์กรที่สามารถดำเนินการเผยแพร่สร้างความรู้ให้แก่บุคคลทั่วไป
“การดำเนินงานดังกล่าวได้รับความชื่นชมในมาตรฐานการฝึกอบรม และเป็นที่ต้องการของสถานประกอบการภายนอก สอดรับกับกลยุทธ์เรื่องการสร้างความนิยมและยอมรับ ความเข้าใจของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่อกิจการท่าเรือ อีกทั้งเป็นการตอบแทนสังคม (CSR) ให้กับชุมชนรอบท่าเรือทั้งในกรุงเทพและส่วนภูมิภาค ในลักษณะการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานให้กับบุคคลทั่วไป สร้างประโยชน์ให้กับสังคมผ่านทรัพยากรของ กทท. ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อเป็นการขยายการทำงานให้เกิดประโยชน์สร้างรายได้ให้กับองค์กร และกลุ่มเป้าหมายที่เข้ารับการฝึกอบรมในหลักสูตรที่อยู่ภายในโครงการฯ”
ด้านนายสมศักดิ์ ห่มม่วง ประธานกรรมการการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) กล่าวว่าผู้ผ่านการอบรมจะได้รับวุฒิบัตรการรับรองมาตรฐานที่สามารถนำไปใช้ประกอบในการปฏิบัติงาน กทท. จึงได้ประสานความร่วมมือกับกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินงาน ออกแบบหลักสูตรร่วมกัน ทั้งในส่วนของการกำหนดหลักสูตร หัวข้อวิชา ระยะเวลาการประเมินผลฯ พร้อมทั้งมีการแบ่งปันการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ของหน่วยงาน จนได้ข้อสรุปของกรอบความร่วมมือในการดำเนินงานร่วมกัน
“เพื่อพัฒนาบุคลากรและบุคคลทั่วไป ให้มีความรู้ ความสามารถและทักษะฝีมือสูงขึ้น ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ตอบสนองนโยบายรัฐบาลด้านการพัฒนาให้บุคคลทั่วไปมีศักยภาพ มีฝีมือแรงงานที่มีมาตรฐานเพียงพอที่จะรองรับการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะในเขตระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ต่อไป อีกทั้งยังสร้างความเชื่อมั่นให้กับบุคคลทั่วไป และสถานประกอบการ รองรับต่อการขยายตัวของระบบเศรษฐกิจในอนาคต”
พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยภายหลังเป็นประธาน และสักขีพยานในพิธีลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือว่าด้วยการพัฒนาบุคลากรและบุคคลทั่วไป ระหว่างการท่าเรือแห่งประเทศไทย(กทท.) และกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน โดยมี ร.ต.ต. มนตรี ฤกษ์จำเนียร ผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง (ทลฉ.) รักษาการแทนผู้อำนวยการ กทท. และนายสุทธิ สุโกศล อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เป็นผู้ลงนามฯ เพื่อพัฒนาหลักสูตรพัฒนาทักษะเฉพาะด้านเกี่ยวกับการปฏิบัติงานท่าเรือ ณ ห้องประชุมชั้น 19 อาคารที่ทำการ กทท.
สำหรับโครงการดังกล่าว กทท. ได้ให้บริการหลักสูตรพัฒนาทักษะเฉพาะด้านเกี่ยวกับการปฏิบัติงานท่าเรือ เช่น หลักสูตรการฝึกขับเครื่องมือทุ่นแรง หลักสูตรการดับเพลิงขั้นต้น หลักสูตรการฝึกซ้อมดับเพลิงและฝึกซ้อมอพยพหนีไฟ หลักสูตรการจัดการสินค้าอันตราย ซึ่งเป็นความสามารถพิเศษขององค์กรที่สามารถดำเนินการเผยแพร่สร้างความรู้ให้แก่บุคคลทั่วไป
“การดำเนินงานดังกล่าวได้รับความชื่นชมในมาตรฐานการฝึกอบรม และเป็นที่ต้องการของสถานประกอบการภายนอก สอดรับกับกลยุทธ์เรื่องการสร้างความนิยมและยอมรับ ความเข้าใจของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่อกิจการท่าเรือ อีกทั้งเป็นการตอบแทนสังคม (CSR) ให้กับชุมชนรอบท่าเรือทั้งในกรุงเทพและส่วนภูมิภาค ในลักษณะการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานให้กับบุคคลทั่วไป สร้างประโยชน์ให้กับสังคมผ่านทรัพยากรของ กทท. ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อเป็นการขยายการทำงานให้เกิดประโยชน์สร้างรายได้ให้กับองค์กร และกลุ่มเป้าหมายที่เข้ารับการฝึกอบรมในหลักสูตรที่อยู่ภายในโครงการฯ”
ด้านนายสมศักดิ์ ห่มม่วง ประธานกรรมการการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) กล่าวว่าผู้ผ่านการอบรมจะได้รับวุฒิบัตรการรับรองมาตรฐานที่สามารถนำไปใช้ประกอบในการปฏิบัติงาน กทท. จึงได้ประสานความร่วมมือกับกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินงาน ออกแบบหลักสูตรร่วมกัน ทั้งในส่วนของการกำหนดหลักสูตร หัวข้อวิชา ระยะเวลาการประเมินผลฯ พร้อมทั้งมีการแบ่งปันการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ของหน่วยงาน จนได้ข้อสรุปของกรอบความร่วมมือในการดำเนินงานร่วมกัน
“เพื่อพัฒนาบุคลากรและบุคคลทั่วไป ให้มีความรู้ ความสามารถและทักษะฝีมือสูงขึ้น ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ตอบสนองนโยบายรัฐบาลด้านการพัฒนาให้บุคคลทั่วไปมีศักยภาพ มีฝีมือแรงงานที่มีมาตรฐานเพียงพอที่จะรองรับการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะในเขตระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ต่อไป อีกทั้งยังสร้างความเชื่อมั่นให้กับบุคคลทั่วไป และสถานประกอบการ รองรับต่อการขยายตัวของระบบเศรษฐกิจในอนาคต”






