thansettakij
thansettakij
SCBT คาดจีดีพีไทยปี 62 โตกว่า 4% จากแรงหนุนใช้จ่ายช่วงเลือกตั้ง-เบิกจ่ายภาครัฐ

SCBT คาดจีดีพีไทยปี 62 โตกว่า 4% จากแรงหนุนใช้จ่ายช่วงเลือกตั้ง-เบิกจ่ายภาครัฐ

24 ม.ค. 62 | 08:10 น.
อัปเดตล่าสุด :24 ม.ค. 62 | 15:13 น.
SCBT คาดจีดีพีโลกโต 3.6%  ชี้การใช้จ่ายในต่างจังหวัดช่วงหาเสียงและเบิกจ่ายภาครัฐ หนุนเศรษฐกิจไทยทั้งปี 62 ขยายตัวกว่า 4%

ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด สรุปในงานวิจัยว่า การเติบโตที่ขับเคลื่อนไปด้วยกันทั่วโลกตั้งแต่ต้นปี 2561 เริ่มส่งสัญญาณเป็นทิศทางอ่อนตัวลง โดยปัจจัยสนับสนุนการเติบโตหลายปัจจัยที่ตลาดรับรู้ตลอดช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมากำลังผันแปรไปในทางตรงกันข้าม โดยมองเห็นความเสี่ยงจากการยุติมาตรการ QE และการกีดกันทางการค้าที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งมีหลายปัจจัยที่อาจจะทำให้การเติบโตชะลอตัวลงอย่างชัดเจน อาทิเช่น สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน การเมืองยุโรป นโยบายการรักษาสมดุลที่เข้มงวดของจีน และความผันผวนของราคาน้ำมัน

[caption id="attachment_379027" align="aligncenter" width="503"] ดร.ทิม ลีฬหะพันธุ์ ดร.ทิม ลีฬหะพันธุ์[/caption]

ด้านภาพรวมเศรษฐกิจไทยนั้น แนวโน้มยังดีแม้มีปัจจัยเสี่ยงจากภายนอก ดร.ทิม ลีฬหะพันธุ์ นักเศรษฐศาสตร์ประจำธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) กล่าวว่า ปีนี้เป็นเรื่องของการสานต่อนโยบายอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้มีปัจจัยกระตุ้นอะไรใหม่ โดยเรื่องหลักในปีนี้คือการติดตามการเลือกตั้งที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงต้นปีนี้

“แม้ว่าจะมีความเคลื่อนไหวทางการเมืองเพิ่มขึ้นในช่วงก่อนการเลือกตั้ง แต่เราคาดว่าการเลือกตั้งและการส่งมอบงานจะเป็นไปอย่างราบรื่น ซึ่งจะช่วยสร้างบรรยากาศที่ดี เศรษฐกิจของประเทศไทยขยายตัวได้ดีและสอดคล้องกับสิ่งที่เรามองว่าอัตราการเติบโตกว่า 4% ในปี 2562และภาคส่งออกขยายตัว5%บนสมติฐานว่ารัฐบาลใหม่จะยังคงดำเนินนโยบายต่อเนื่องไปอีก 2-3 ปีข้างหน้าซึ่งครึ่งปีแรกจะได้รับผลบวกจากช่วงการหาเสียงเลือกตั้งจะสนับสนุน
การใช้จ่ายในต่างจังหวัดและครึ่งหลังยังมีการเร่งเบิกจ่ายของภาครัฐที่เข้มข้นขึ้นเป็นปัจจัยขับเคลื่อนจีดีพีควบคู่กับความต่อเนื่องโครงการโครงสร้างพื้นฐาน/โครงการเมกะโปรเจคที่ จะดำเนินไปได้ตามแผนที่วางไว้"

นอกจากนี้เรายังคงติดตามว่ารัฐบาลจะมีมาตรการใดออกมาช่วยการชะลอตัวลงของภาคการท่องเที่ยวหลังจากเกิดเหตุเรือล่มที่จังหวัดภูเก็ต เมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่ผ่านมา และดึงดูดนักท่องเที่ยวให้กลับมาในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว ที่ผ่านมารัฐบาลได้พยายามส่งเสริมการท่องเที่ยวในต่างจังหวัดที่ยังไม่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว โดยในปีนี้รัฐบาลคาดว่าตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติจะอยู่ที่ 40 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ 38 ล้านคน

อย่างไรก็ตาม ด้านเงินเฟ้อจะปรับตัวเพิ่มอย่างต่อเนื่องปีนี้ แม้ปีที่ผ่านมาอัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำ จึงปรับลดประมาณการอัตราเงินเฟ้อทั่วไปว่าจะอยู่ที่ 2.0% ในปี 2562 (จากเดิมที่คาดว่าจะอยู่ที่ 2.3%) แต่เงินเฟ้ออาจเพิ่มสูงขึ้นหากราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้นอีก อัตราเงินเฟ้อทั่วไป ยังอยู่ในกรอบเป้าหมายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซึ่งตั้งไว้ที่ 1%-4% หลังจากที่ส่วนมากอยู่ต่ำกว่าระดับ 1% นับตั้งแต่มีการใช้นโยบายกรอบเงินเฟ้อดังกล่าวในปี 2558

ติดตามฐาน สำหรับทิศทางดอกเบี้ยนโยบายการเงินนั้นคาดว่า ธปท. จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายสองครั้งในปีนี้ โดยมองความเสี่ยงต่อเสถียรภาพทางการเงิน ซึ่งประมาณการในตลาดคาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ โดยมองพัฒนาการของตลาดโลกประกอบด้วย ทั้งนี้ ธปท. มีความกังวลเรื่องความเสี่ยงต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจมากขึ้น เนื่องจากการคงอัตราดอกเบี้ยไว้ระดับต่ำเป็นเวลานาน อีกทั้งยังมีความผันผวนในภาคอสังหาริมทรัพย์ซึ่งเกิดจากการซื้อเก็งกำไรและพฤติกรรมของการแสวงหาผลตอบแทนที่สูงขึ้นซึ่งอาจนำมาซึ่งความเสี่ยง โดย คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีความเห็นว่ามาตรการที่รอบคอบแบบมหภาคอย่างเดียวไม่เพียงพอจะดูแลความเสี่ยงเหล่านั้น การประชุม กนง. ในเดือนกุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ เราคาดว่าจะมีการส่งสัญญาณหลังจากที่กระบวนการปรับอัตราดอกเบี้ยให้อยู่ในระดับปกติเริ่มขึ้นเมื่อปลายปีที่ผ่านมา

มองไปข้างหน้า เราเห็นว่าจะมีการใช้จ่ายที่มากขึ้นและมีความไม่แน่นอนในภาคการท่องเที่ยว ดังนั้นเราเชื่อว่า ช่วงเวลาที่ประเทศไทยมีดุลบัญชีเดินสะพัดที่เข้มแข็งได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว เพื่อสะท้อนปัจจัยเหล่านี้ เราได้ปรับลดประมาณการดุลบัญชีเดินสะพัดในปี 2562 ลงมาอยู่ที่ 5.0% ของจีดีพี จากเดิมที่มองไว้ที่ 7.0% โดยค่าเฉลี่ยของตลาดอยู่ที่ 8%

" ช่วงเวลาควรระวัง ความท้าทายมาเป็นระลอกแต่ยังอยู่ในวิสัย เราคาดว่าเศรษฐกิจโลกจะค่อยๆ ชะลอตัวลงในปี 2562 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสหรัฐฯ ยุโรป และจีน การระดมทุนมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้น ความตึงเครียดทางการค้า และการเมืองยุโรปจะเป็นเรื่องที่ต้องติดตามในปีนี้ และต่อเนื่องไป ซึ่งสร้างความท้าทายมากขึ้นให้กับตลาดประเทศเกิดใหม่" 090861-1927-9-335x503-8-335x503-9-2-335x503