
ตรุษจีนสะพัด2แสนล้านค้าปลีกอัดโปรชิงเม็ดเงินอาตี๋-อาหมวย
คาดตรุษจีนเงินสะพัดกว่า 2 แสนล้านบาท ปลุกค้าปลีกแห่สาดงบ ดูดกำลังซื้อนักช็อป ชี้ปัจจัยเอื้อเพียบทั้งการซื้อเครื่องเซ่นไหว้ แจกอั้งเปา รวมถึงช้อปคืนแวต ดันบรรยากาศจับจ่ายคึกคัก
กำลังซื้อของผู้บริโภคอยู่ในทิศทางบวกต่อเนื่องมาจากช่วงปลายปี ทำให้ในตรุษจีนปีนี้คึกคักขึ้น จากข้อมูลของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง หรือสศค. คาดว่าในช่วงเทศกาลตรุษจีนจะมีเงินสะพัดไม่ตํ่ากว่า 2 แสนล้านบาท จากการจับจ่ายซื้อเครื่องเซ่นไหว้เทพเจ้า บรรพบุรุษ การเลี้ยงสังสรรค์ การแจกอั้งเปา รวมถึงการซื้อของขวัญ เสื้อผ้า และสินค้าตกแต่งบ้าน ทำความสะอาดบ้านเพื่อต้อนรับเทศกาลปีใหม่ของชาวไทยเชื้อสายจีน นอกจากนี้ยังมีมาตรการช้อปคืนแวตรับตรุษจีน 5% ที่รัฐบาลจัดให้มีในช่วงเวลา ดังกล่าว เชื่อว่าจะทำให้ผู้บริโภคออกมาจับจ่ายและเลือกซื้อสินค้ามากขึ้นด้วย ปลุกให้กลุ่มค้าปลีกต้องเร่งอัดฉีดแคมเปญเพื่อดึงบรรดานักช็อปทั้งไทยและต่างชาติ
โดยนายสุพจน์ ชัยวัฒน์ศิริกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด เปิดเผยว่า ช่วงเทศกาลตรุษจีนถือเป็นช่วงสำคัญเพราะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาจำนวนมาก โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีนดังนั้นในปีนี้ไอคอนสยามจึงใช้งบลงทุนกว่า 50 ล้านบาทในการจัดแคมเปญ The ICONSIAM Eternal Prosperity Golden Pig Chinese New Year 2019 โดยไฮไลต์ของงานเป็นโชว์กายกรรมตระการตาจากคณะกายกรรมของสาธารณรัฐประชาชนจีน การแสดงพญามังกรมงคลติดไฟ LED ยาว 108 เมตร ยาวที่สุดในประเทศไทย เป็นต้น
นางชนิสา แก้วเรือน รองกรรมการ ผู้จัดการอาวุโสสายงานสร้างสรรค์ประสบการณ์วันสยาม บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ผู้บริหารสยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่ หรือวันสยาม กล่าวว่า ตรุษจีนปีนี้วันสยาม ใช้เงินกว่า 50 ล้านบาท จัดแคมเปญ “OneSiam The Great & Glorious Chinese New Year 2019” โดยแต่ละศูนย์จะนำเสนออีเวนต์มาสร้างสีสัน ปัจจุบันสยามพารากอนมีลูกค้าเข้ามาจับจ่ายเฉลี่ย 1.5-2 แสนคนต่อวัน สยาม เซ็นเตอร์และสยามดิสคัฟเวอรี่ 7 หมื่น-1 แสนคนต่อวัน และไอคอนสยาม 1.2-1.5 แสน คนต่อวัน แบ่งเป็นลูกค้าคนไทย 60% และต่างชาติ 40% โดยคาดว่าการจัดอีเวนต์ฉลองเทศกาลตรุษจีนครั้งนี้จะทำให้มีลูกค้าทั้งชาวไทยและต่างชาติเข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้น 10-15%
อย่างไรก็ดี ด้วยไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปทำให้คาดว่าการช็อปปิ้งในช่วงเทศกาลตรุษจีนปีนี้มีความแตกต่างกันไปจากปีก่อนๆ ทำให้ผู้ประกอบการค้าปลีกต้องปรับกลยุทธ์ จากเดิมที่เน้นรูปแบบ Omni channel หรือการ เลือกซื้อในหลายช่องทางทั้งออนไลน์ ออฟไลน์ แต่เชื่อว่าการมีส่วนร่วมหรือมีประสบการณ์ในการเลือกซื้อสินค้าจะได้รับกระแสตอบรับที่ดีกว่า ในรูปแบบของ Omnipresence
นายณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บมจ. เซ็นทรัลพัฒนา หรือซีพีเอ็น กล่าวว่า การสร้างประสบ การณ์ที่เหนือกว่าจนทำให้ผู้บริโภคอยากมาใช้บริการในศูนย์การค้าเชื่อว่าจะตรงกับไลฟ์สไตล์และความต้องการที่ครบครันในช่วงเทศกาลตรุษจีนนี้ ซึ่งปีนี้บริษัทมุ่งไปยังกลุ่ม Mass Affluent ที่มีกำลังซื้อและส่วนใหญ่สืบเชื้อสายมาจากจีน โดยมีหลายสัญชาติ เป็นกลุ่มคนที่เปิดรับเทคโนโลยีที่ทันสมัย แต่ยังมีแนวความคิด ในเชิงประเพณีนิยมอยู่
ดังนั้นแคมเปญที่นำเสนอจึงมีทั้งด้านอาหาร แฟชั่น การแสดงโชว์ นอกจากนี้เพื่อรองรับกลุ่มทัวริสต์ บริษัทได้ร่วม กับสายการบินและเอเยนซีทัวร์ดึงทราฟฟิกมายังศูนย์ทั้ง 32 แห่งทั่วประเทศ พร้อมแจกฟรีดิจิตอล อั้งเปา ซึ่งการจัดอีเวนต์ครั้งนี้คาดว่จะดึงให้นักช็อปเข้ามาในศูนย์เพิ่มขึ้น 20%
ด้านนางสาววรลักษณ์ ตุลาภรณ์ กรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า เดอะ มอลล์ กรุ๊ป ใช้งบลงทุนกว่า 105 ล้านบาทในการจัดแคมเปญตรุษจีน แบ่งออกเป็น งบการตลาดของห้างสรรพสินค้าเดอะ มอลล์ 70 ล้านบาท สำหรับทำแคมเปญ “Chinese New Year Joy Luck Love : ฉลองตรุษ สุขรับปีกุน” และ 35 ล้านบาท สำหรับจัดแคมเปญ “THE MALL HAPPY CHINESE NEW YEAR 2019” อิ่มเอม สุขสันต์ มั่งคั่งปีหมู ในส่วนของศูนย์การค้าเดอะ มอลล์ ช้อปปิ้งเซ็นเตอร์ โดยตั้งเป้าหมายที่จะมียอดขายราว 3,500 ล้านบาท
นางสาววิมล เลิศสังข์แจ่มใส ผู้อำนวยการอาวุโส สายการตลาด บริษัท โรบินสัน จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า โรบินสันทุ่มงบกว่า 15 ล้านบาท จัดอีเวนต์ในช่วงเทศกาลตรุษจีน ภายในห้างสรรพสินค้าโรบินสันทั้ง 48 แห่งและโรบินสันไลฟ์สไตล์ 22 แห่ง ภายใต้แคมเปญ “ROBINSON CHINESE NEW YEAR 2019” เพื่อชิงกำลังซื้อในช่วงตรุษจีนนี้ นอกจากนี้ยังมีมาตการของภาครัฐที่มาช่วยกระตุ้นกำลังซื้อไม่ว่าจะเป็น ช็อปตรุษจีน “ลดใช้เงินสด ได้รับเงินคืน” 5% ผ่านระบบพร้อมเพย์ และ AMAZING THAILAND GRAND SALE ‘PASSPORT PRIVILEGES’ เพื่อกระตุ้นการจับจ่ายของทัวริสต์ด้วย โดยปีนี้โรบินสันตั้งเป้าที่จะมีนักช็อปเข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้น 15% ในช่วงเวลาดังกล่าว
หน้า 32 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ | ฉบับ 3,438 ระหว่างวันที่ 24-26 มกราคม 2562
กำลังซื้อของผู้บริโภคอยู่ในทิศทางบวกต่อเนื่องมาจากช่วงปลายปี ทำให้ในตรุษจีนปีนี้คึกคักขึ้น จากข้อมูลของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง หรือสศค. คาดว่าในช่วงเทศกาลตรุษจีนจะมีเงินสะพัดไม่ตํ่ากว่า 2 แสนล้านบาท จากการจับจ่ายซื้อเครื่องเซ่นไหว้เทพเจ้า บรรพบุรุษ การเลี้ยงสังสรรค์ การแจกอั้งเปา รวมถึงการซื้อของขวัญ เสื้อผ้า และสินค้าตกแต่งบ้าน ทำความสะอาดบ้านเพื่อต้อนรับเทศกาลปีใหม่ของชาวไทยเชื้อสายจีน นอกจากนี้ยังมีมาตรการช้อปคืนแวตรับตรุษจีน 5% ที่รัฐบาลจัดให้มีในช่วงเวลา ดังกล่าว เชื่อว่าจะทำให้ผู้บริโภคออกมาจับจ่ายและเลือกซื้อสินค้ามากขึ้นด้วย ปลุกให้กลุ่มค้าปลีกต้องเร่งอัดฉีดแคมเปญเพื่อดึงบรรดานักช็อปทั้งไทยและต่างชาติ
โดยนายสุพจน์ ชัยวัฒน์ศิริกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด เปิดเผยว่า ช่วงเทศกาลตรุษจีนถือเป็นช่วงสำคัญเพราะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาจำนวนมาก โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีนดังนั้นในปีนี้ไอคอนสยามจึงใช้งบลงทุนกว่า 50 ล้านบาทในการจัดแคมเปญ The ICONSIAM Eternal Prosperity Golden Pig Chinese New Year 2019 โดยไฮไลต์ของงานเป็นโชว์กายกรรมตระการตาจากคณะกายกรรมของสาธารณรัฐประชาชนจีน การแสดงพญามังกรมงคลติดไฟ LED ยาว 108 เมตร ยาวที่สุดในประเทศไทย เป็นต้น
นางชนิสา แก้วเรือน รองกรรมการ ผู้จัดการอาวุโสสายงานสร้างสรรค์ประสบการณ์วันสยาม บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ผู้บริหารสยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่ หรือวันสยาม กล่าวว่า ตรุษจีนปีนี้วันสยาม ใช้เงินกว่า 50 ล้านบาท จัดแคมเปญ “OneSiam The Great & Glorious Chinese New Year 2019” โดยแต่ละศูนย์จะนำเสนออีเวนต์มาสร้างสีสัน ปัจจุบันสยามพารากอนมีลูกค้าเข้ามาจับจ่ายเฉลี่ย 1.5-2 แสนคนต่อวัน สยาม เซ็นเตอร์และสยามดิสคัฟเวอรี่ 7 หมื่น-1 แสนคนต่อวัน และไอคอนสยาม 1.2-1.5 แสน คนต่อวัน แบ่งเป็นลูกค้าคนไทย 60% และต่างชาติ 40% โดยคาดว่าการจัดอีเวนต์ฉลองเทศกาลตรุษจีนครั้งนี้จะทำให้มีลูกค้าทั้งชาวไทยและต่างชาติเข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้น 10-15%
อย่างไรก็ดี ด้วยไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปทำให้คาดว่าการช็อปปิ้งในช่วงเทศกาลตรุษจีนปีนี้มีความแตกต่างกันไปจากปีก่อนๆ ทำให้ผู้ประกอบการค้าปลีกต้องปรับกลยุทธ์ จากเดิมที่เน้นรูปแบบ Omni channel หรือการ เลือกซื้อในหลายช่องทางทั้งออนไลน์ ออฟไลน์ แต่เชื่อว่าการมีส่วนร่วมหรือมีประสบการณ์ในการเลือกซื้อสินค้าจะได้รับกระแสตอบรับที่ดีกว่า ในรูปแบบของ Omnipresence
ดังนั้นแคมเปญที่นำเสนอจึงมีทั้งด้านอาหาร แฟชั่น การแสดงโชว์ นอกจากนี้เพื่อรองรับกลุ่มทัวริสต์ บริษัทได้ร่วม กับสายการบินและเอเยนซีทัวร์ดึงทราฟฟิกมายังศูนย์ทั้ง 32 แห่งทั่วประเทศ พร้อมแจกฟรีดิจิตอล อั้งเปา ซึ่งการจัดอีเวนต์ครั้งนี้คาดว่จะดึงให้นักช็อปเข้ามาในศูนย์เพิ่มขึ้น 20%
ด้านนางสาววรลักษณ์ ตุลาภรณ์ กรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า เดอะ มอลล์ กรุ๊ป ใช้งบลงทุนกว่า 105 ล้านบาทในการจัดแคมเปญตรุษจีน แบ่งออกเป็น งบการตลาดของห้างสรรพสินค้าเดอะ มอลล์ 70 ล้านบาท สำหรับทำแคมเปญ “Chinese New Year Joy Luck Love : ฉลองตรุษ สุขรับปีกุน” และ 35 ล้านบาท สำหรับจัดแคมเปญ “THE MALL HAPPY CHINESE NEW YEAR 2019” อิ่มเอม สุขสันต์ มั่งคั่งปีหมู ในส่วนของศูนย์การค้าเดอะ มอลล์ ช้อปปิ้งเซ็นเตอร์ โดยตั้งเป้าหมายที่จะมียอดขายราว 3,500 ล้านบาท
นางสาววิมล เลิศสังข์แจ่มใส ผู้อำนวยการอาวุโส สายการตลาด บริษัท โรบินสัน จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า โรบินสันทุ่มงบกว่า 15 ล้านบาท จัดอีเวนต์ในช่วงเทศกาลตรุษจีน ภายในห้างสรรพสินค้าโรบินสันทั้ง 48 แห่งและโรบินสันไลฟ์สไตล์ 22 แห่ง ภายใต้แคมเปญ “ROBINSON CHINESE NEW YEAR 2019” เพื่อชิงกำลังซื้อในช่วงตรุษจีนนี้ นอกจากนี้ยังมีมาตการของภาครัฐที่มาช่วยกระตุ้นกำลังซื้อไม่ว่าจะเป็น ช็อปตรุษจีน “ลดใช้เงินสด ได้รับเงินคืน” 5% ผ่านระบบพร้อมเพย์ และ AMAZING THAILAND GRAND SALE ‘PASSPORT PRIVILEGES’ เพื่อกระตุ้นการจับจ่ายของทัวริสต์ด้วย โดยปีนี้โรบินสันตั้งเป้าที่จะมีนักช็อปเข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้น 15% ในช่วงเวลาดังกล่าว
หน้า 32 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ | ฉบับ 3,438 ระหว่างวันที่ 24-26 มกราคม 2562






