thansettakij
thansettakij
เศรษฐเสวนา จุฬาฯทัศนะ | เศรษฐกิจสีเขียว Green Economy (ตอน 1)

เศรษฐเสวนา จุฬาฯทัศนะ | เศรษฐกิจสีเขียว Green Economy (ตอน 1)

23 ม.ค. 62 | 04:30 น.
อัปเดตล่าสุด :05 ก.พ. 62 | 12:14 น.
| คอลัมน์ : เศรษฐเสวนา จุฬาฯทัศนะ

| เรื่อง : เศรษฐกิจสีเขียว Green Economy (ตอน 1)

| โดย ดร.วัชรพงศ์ รติสุขพิมล คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

……………….


ในปัจจุบัน เราไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่า เราอยู่ในยุคที่ต้องหันมาตระหนักและใส่ใจปัญหาสิ่งแวดล้อมกันอย่างจริงจังมากขึ้น ตัวอย่างที่เห็นได้อย่างชัดเจน ก็คือ ปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ที่ปกคลุมในพื้นที่เขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา สร้างผลกระทบทางด้านสุขภาพต่อประชาชนในพื้นที่เป็นจำนวนมาก และเราสามารถเห็นได้ชัดเจนว่า ปัญหาสิ่งแวดล้อมในด้านต่าง ๆ ที่คนในโลกกำลังเผชิญอยู่

ไม่ว่าจะเป็น ปัญหามลพิษประเภทต่าง ๆ ปัญหาความขาดแคลนทรัพยากรธรรมชาติบางประเภท ล้วนแล้วแต่ตอกย้ำถึงความไม่ยั่งยืนของวิถีการพัฒนาของประเทศ และผลจากความไม่ยั่งยืนดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อทุกชีวิตบนโลก ที่ผ่านมาประเทศต่าง ๆ ได้พยายามหาแนวทางในการปรับเปลี่ยนวิถีการพัฒนาให้มุ่งหน้าไปสู่ทิศทางของความยั่งยืนมาโดยตลอด

จากจุดเริ่มต้นของการเดินทางสู่เป้าหมายของการพัฒนาที่ยั่งยืน ในการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยสิ่งแวดล้อมและการพัฒนา หรือ Earth Summit ที่กรุงริโอ เดอ จาเนโร ประเทศบราซิล ในปี 2535 จนกระทั่งถึงบัดนี้ กว่า 25 ปีที่ผ่านมา คำว่า "การพัฒนาที่ยั่งยืน" ได้รับการพูดถึงในวงกว้าง แต่ว่ากลับเป็นเพียงนามธรรมที่ไม่อาจมองเห็นหนทางอันชัดเจนที่จะนำไปสู่เป้าหมายตามที่เราทุกคนต้องการได้


โปรโมทแทรกอีบุ๊ก

เมื่อการประชุม Rio+20 ได้มาถึงในปี 2555 ประเทศต่าง ๆ ได้พยายามหาทางออก ด้วยการร่วมมือกันสร้างวิธีการที่เป็นรูปธรรม มีความชัดเจนมากขึ้น เพื่อกำหนดอนาคตของโลก โดยผ่านแนวคิด "เศรษฐกิจสีเขียว" (Green Economy) ซึ่งเป็นคำสำคัญของการประชุมดังกล่าว หลังจากแนวคิดนี้ได้ถูกจุดประเด็นขึ้น ประเทศต่าง ๆ ได้ร่วมเสนอมุมมองและแสดงทรรศนะต่อแนวคิดที่อาจส่งผลในการกำหนดอนาคตของโลกที่ทุกคนต้องการ และต่างเห็นพ้องในเรื่องจุดหมายของการพัฒนาที่ต้องมีความยั่งยืนอย่างแท้จริง

แต่ก็เห็นต่างในด้านวิธีการนำไปปฏิบัติ เช่น กลุ่มอเมริกาเหนือ (สหรัฐอเมริกาและแคนาดา) กลุ่ม G 77 (กลุ่มประเทศกำลังพัฒนาที่เป็นสมาชิกองค์การสหประชาชาติ) และประเทศจีน มีความเห็นว่า เศรษฐกิจสีเขียวเป็นเครื่องมือที่เป็นทางเลือกหนึ่งในบรรดาเครื่องมือที่มีอยู่เป็นจำนวนมากเพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

การนำไปใช้ในทางปฏิบัติควรขึ้นอยู่กับแต่ละประเทศที่จะกำหนดและตัดสินใจทางเลือกให้สอดคล้องกับบริบททางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมของประเทศนั้น ๆ จึงไม่จำเป็นต้องมีการจัดทำแบบแผนการดำเนินงานที่เป็นกรอบตายตัว ในขณะที่ กลุ่มสหภาพยุโรป ซึ่งสนับสนุนและผลักดันแนวคิดเศรษฐกิจสีเขียวอย่างเต็มที่ในเวทีการประชุมระหว่างประเทศ มีความเห็นว่า ทุกประเทศควรดำเนินการเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบเศรษฐกิจสีเขียวอย่างเร่งด่วน พร้อมทั้งสร้างผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม

จึงควรกำหนดแบบแผนการดำเนินงาน เป้าหมาย วิธีการดำเนินงาน ระยะเวลา ตลอดจนตัวชี้วัดเกี่ยวกับเศรษฐกิจสีเขียว ได้แก่ การจัดการนํ้า การดูแลรักษาแหล่งนํ้า การบริหารจัดการที่ดิน และระบบนิเวศอย่างยั่งยืน การใช้พลังงานทางเลือก และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า รวมไปถึงการจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นต้น

แนวคิดเรื่องเศรษฐกิจสีเขียวนี้ไม่ได้มาแทนที่แนวคิดเรื่องการพัฒนาที่ยั่งยืน แต่เป็นการมองว่า การจะพัฒนาไปสู่เป้าหมายความยั่งยืนได้จำเป็นต้องมีการจัดการให้ระบบเศรษฐกิจเป็นไปในทิศทางที่ถูกต้อง และแนวทางของเศรษฐกิจสีเขียวก็เป็นหนึ่งในรูปแบบของการแก้ปัญหาดังกล่าว


bulb-solar-panel-and-eolic-fan_1134-129

ในวงการวิชาการก็มีกระแสของการปรับทฤษฎีและองค์ความรู้ใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้น เช่น ในแวดวงเศรษฐศาสตร์ จากเดิมที่โลกของเรายังอุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรธรรมชาติ ปัญหามลพิษยังไม่รุนแรง กิจกรรมทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น การผลิต การบริโภค หรือ การขนส่งสินค้า ล้วนส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระดับที่ไม่รุนแรงมากนัก ต่อมาเมื่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจมีขนาดใหญ่ขึ้นและมีความเข้มข้นมากขึ้น

ผลกระทบจากกิจกรรมดังกล่าวเริ่มส่งผลในระดับที่มีความรุนแรงมากขึ้น จนทำให้นักเศรษฐศาสตร์เริ่มหันมาตระหนักถึงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกันอย่างจริงจัง จนนำไปสู่การกำเนิดของวิชาเศรษฐศาสตร์สิ่งแวดล้อม (Environmental Economics) ซึ่งวิเคราะห์ปัญหาสิ่งแวดล้อมในระบบเศรษฐกิจแบบตลาดสมัยใหม่ พร้อมทั้งหาวิธีแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้น และวิชาเศรษฐศาสตร์ทรัพยากรธรรมชาติ (Natural Resource Economics) ซึ่งศึกษาการใช้ทรัพยากรธรรมชาติประเภทต่าง ๆ ให้เกิดประสิทธิภาพ อันเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาความขาดแคลนของทรัพยากร

เมื่อสิ่งแวดล้อมกำลังจะกลายเป็นปัญหาที่เริ่มมีความรุนแรงมากขึ้น มนุษย์ก็มีแนวโน้มที่จะรวมกลุ่ม หรือ รวมพลังกันเป็นขบวนการใหญ่ เพื่อที่จะแสวงหาทางออกใหม่ร่วมกัน ในโลกตะวันตกเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า "การเคลื่อนไหวทางสิ่งแวดล้อม" (Green Movement) ซึ่งนับว่าเป็นการเคลื่อนไหวสังคมรูปแบบหนึ่งที่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสิ่งแวดล้อม

แนวคิดกระบวนการเคลื่อนไหวสีเขียวแบบราดิคอล ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวทางด้านสิ่งแวดล้อมแบบถอนรากถอนโคน ก็ได้ผลิตเศรษฐศาสตร์แนวใหม่ ชื่อว่า "เศรษฐศาสตร์สีเขียว" (Green Economics) ซึ่งวิพากษ์ระบบทุนนิยม และได้เสนอแนวคิดเกี่ยวกับการสร้างระบบเศรษฐกิจใหม่บนพื้นฐานของกฎแห่งนิเวศวิทยา ผ่านการกระตุ้นให้มีการปฏิบัติการเคลื่อนไหวทางการเมือง พร้อมสร้างจิตสำนึกทางสิ่งแวดล้อมให้กับประชาชน รวมไปถึงการเข้าไปมีบทบาททางการเมือง เพื่อปรับปรุงและแก้ไขนโยบายสิ่งแวดล้อม เพื่อให้รอดพ้นจากวิกฤตการณ์ทางธรรมชาติได้นั่นเอง

แนวคิดของเศรษฐศาสตร์สีเขียวนั้น ปฏิเสธความคิดที่บอกว่า การจัดระบบเศรษฐกิจมีเป้าหมายเพื่อสนองความต้องการที่ไม่สิ้นสุดของมนุษย์ ซึ่งมีชีวิตอยู่ด้วยความโลภท่ามกลางระบบตลาดเสรี หรือ ทุนนิยม เศรษฐศาสตร์สีเขียวมองว่า ความคิดแบบนี้เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม

สิ่งที่สำคัญกว่าความต้องการของปัจเจกชน คือ ความต้องการส่วนรวม เศรษฐศาสตร์สีเขียวต้องการสร้าง "เศรษฐกิจสีเขียว" (Green Economy) ซึ่งเป็นเศรษฐกิจที่มีความสามารถในการฟื้นฟูตัวเองได้อย่างยั่งยืน ซึ่งเกี่ยวพันไปถึงเรื่อง "การพัฒนาแบบยั่งยืน" ในระยะเวลายาวนานอีกด้วย พร้อมทั้งพัฒนาการทางเศรษฐกิจ โดยก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด โดยมีการใช้เทคโนโลยีหรือนวัตกรรมบางอย่างที่สามารถจะประหยัดในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติได้ สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยก่อให้เกิดมลพิษที่น้อยลงนั่นเอง

ในครั้งต่อไป ผู้เขียนจะนำเสนอแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจสีเขียวหลากหลายมุมมองจากองค์กรต่าง ๆ รวม ไปถึงการนำเสนอสถานการณ์ปัจจุบันของเศรษฐกิจสีเขียวเป็นลำดับถัดไป


……………….

หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 39 ฉบับที่ 3,438 วันที่ 24 - 26 ม.ค. 2562 หน้า 07

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
● ไทยพร้อมฝึกทักษะแรงงานสู่เศรษฐกิจสีเขียว
● บุกญี่ปุ่นดูงานเศรษฐกิจสีเขียว ยลต้นแบบจัดการขยะให้อยู่หมัด (ตอนจบ)

บทความน่าสนใจ :
● เศรษฐเสวนา จุฬาฯทัศนะ | ประชาคมอาเซียนย่างเข้าปีที่ 52 และไทยจะเป็นผู้นำ
● เศรษฐเสวนา จุฬาฯทัศนะ | คุณลำเอียง โดยไม่ได้ตั้งใจบ้างไหม?

ดาวน์โหลดอีบุ๊กแทรกข่าว