thansettakij
thansettakij
สหรัฐฯชี้ไทยร่วมมือดีในการปราบปรามการค้าสัตว์ป่า

สหรัฐฯชี้ไทยร่วมมือดีในการปราบปรามการค้าสัตว์ป่า

11 มี.ค. 59 | 07:41 น.
อัปเดตล่าสุด :11 มี.ค. 59 | 14:48 น.
สหรัฐฯ ออกรายงานปราบปรามการค้าสัตว์ป่าฉบับแรก ระบุไทยมีความร่วมมือที่ดี หลายมิติ ยกเป็นปัญหาข้ามชาติของอาเซียนที่ไทยมีบทบาทสำคัญ ด้านรัฐบาลย้ำมุ่งพิทักษ์รักษาป่าและสัตว์ป่าอย่างยั่งยืน

พลตรี สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เผยแพร่รายงานความคืบหน้าการปราบปรามการลักลอบค้าสัตว์ป่า ประจำปี 2558 (Wildlife Trafficking Annual Progress Report) เมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยในรายงานได้กล่าวถึงประเทศไทยว่ามีความร่วมมือที่ดีกับสหรัฐฯ ในการต่อต้านการลักลอบค้าสัตว์ป่า โดยเป็น 1 ใน 2 ประเทศของเอเชียรวมกับจีนที่มีสำนักงาน U.S. Fish and Wildlife Service (USFWS) ตั้งอยู่

“รายงานยังระบุด้วยว่า ไทยมีความร่วมมือกับสหรัฐฯ ทั้งมิติการปราบปราม การฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ การประชาสัมพันธ์และรณรงค์ การห้ามบริโภคและซื้อสัตว์ป่า กระตุ้นให้เกิดกระแสการงดเสิร์ฟหูฉลามในโรงแรมหลายแห่ง รวมถึงไทยยังมีนโยบายที่ไม่สนับสนุนการลักลอบค้าสัตว์ป่า และช่วยผลักดันให้ประเด็นดังกล่าวบรรจุเป็นหนึ่งในประเด็นปัญหาข้ามชาติในกลุ่มประเทศอาเซียน”

พลตรี สรรเสริญ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมารัฐบาลให้ความสำคัญกับการพิทักษ์รักษาป่าและสัตว์ป่า เช่น หยุดยั้งการบุกรุกทําลายทรัพยากรป่าไม้ จัดการป่าต้นน้ำเสื่อมสภาพบนพื้นที่สูงชัน (เขาหัวโล้น) จัดทำแผนปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการลักลอบบุกรุกพื้นที่ จัดทําแผนปฏิบัติการงาช้างแห่งประเทศไทยตามอนุสัญญา CITES ผลักดันกฎหมายหลัก 2 ฉบับคือ พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2557 และ พ.ร.บ.งาช้าง พ.ศ.2558 ปราบปรามการค้างาช้าง และสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งเป็นแนวทางการรักษาความมั่นคงของทรัพยากรธรรมชาติ โดยสร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน

“ท่านนายกฯ เน้นให้ส่งเสริมการอนุรักษ์ป่า โดยให้คนสามารถอยู่ร่วมกับป่าได้ ด้วยการใช้ประโยชน์ควบคู่กับรักษาป่า ส่วนการลักลอบค้าสัตว์ป่านั้นจะต้องเริ่มจากการป้องกันไปสู่การปราบปราม โดยการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาการค้างาช้าง ที่รัฐบาลให้ความสำคัญเร่งด่วน เพราะหากเราไม่ดำเนินการอย่างเด็ดขาด อาจถูกระงับการค้าพืชและสัตว์ตามบัญชี CITES ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ”

ทั้งนี้ รายงานของสหรัฐฯ ฉบับดังกล่าว เป็นฉบับแรกตั้งแต่ที่มีการจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อต่อต้านและปราบปรามการค้าสัตว์ป่า โดยประธานาธิบดีบารัค โอบามา เมื่อปี 2556