thansettakij
thansettakij
เผย 5 เทรนด์ "รีเทล-การตลาด" 2019

เผย 5 เทรนด์ "รีเทล-การตลาด" 2019

11 ม.ค. 62 | 09:09 น.
อัปเดตล่าสุด :13 ม.ค. 62 | 13:12 น.
'เอ็นไวโรฯ' บริษัทวิจัยระดับโลก เผย 5 ทิศทางวงการรีเทลและการตลาด รับปีหมูทอง ชี้! พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน แนะผู้ประกอบการเชื่อมออฟไลน์ ผสานออนไลน์ พร้อมดึงข้อมูลและตัวตนลูกค้า กระตุ้นการจับจ่ายรับสังคมยุคใหม่

ในปี 2561 ที่ผ่านมา จะพบว่า ในโลกออฟไลน์มีการเปลี่ยนแปลงอย่างหนัก หนึ่งในตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจน คือ สหรัฐอเมริกา ที่ประสบกับปัญหาการปิดตัวลงของร้านค้าต่าง ๆ จำนวนมากถึง 8,828 ร้าน ไม่ว่าจะเป็น Macy, Gap, Toys R us, Walgreen, Best buy สร้างความตื่นตระหนกในวงการรีเทลเป็นอย่างมาก ขณะเดียวกันจะพบว่า ร้านค้าที่โด่งดังในโลกออนไลน์ หันมาเปิดร้านค้าใหม่อย่างคับคั่ง ไม่ว่าจะเป็น Amazon Go, Amazon Book store ทำให้ทิศทางของวงการรีเทลและการตลาดเปลี่ยนแปลง ไม่เป็นไปตามรูปแบบเดิม

นางสาวสรินพร จิวานันต์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็นไวโร ประเทศไทย จำกัด บริษัทในเครือของ บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ด้วยพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงของตลาด ทำให้เกิดการคาดการณ์ถึงทิศทางของธุรกิจรีเทลและการตลาดในปี 2562 ไว้ 5 เทรนด์ ประกอบไปด้วย


MP31-3434-A-

เทรนด์ที่ 1 เงาตามตัว หรือ Shadow Shopping (Not Window Shopping) ที่ในอดีตพฤติกรรมการ Window Shopping คือ ดูแต่ไม่ซื้อ แต่นับจากนี้เทรนด์รีเทลและนักการตลาดจะเปลี่ยนไป เป็นเหมือนเงาตามตัวผู้บริโภค ที่จะรู้ทุกข้อมูล เรียกได้ว่า รีเทลและนักการตลาดจะเน้นกลยุทธ์ที่จะเปลี่ยนการดู (Browse) มาเป็นการซื้อ (Buy) เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสการขายอีกต่อไป

2.ถูกที่ถูกเวลา Sellrounding (Sell + Surrounding) ในอนาคต พื้นที่ขายไม่ได้จำกัดอยู่แค่ร้านค้าออนไลน์หรือออฟไลน์เท่านั้น แต่พื้นที่รอบตัวผู้บริโภคสามารถเป็นพื้นที่ขายได้หมด และทุกที่รอบตัวผู้บริโภคล้วนเป็นพื้นที่ในการแสดงและขายสินค้าได้ การซื้อขายไม่จำกัดพื้นที่อีกต่อไป

3.ผสมพันธุ์การค้า Syntail (Synergistic R(E)tail) การผสมพันธุ์ของผู้ค้าต่างสายธุรกิจ เพื่อให้เข้าถึงผู้ซื้อในทุก ๆ ขั้นตอน (Journey) และทุกช่องทาง (Touch Point) ความร่วมมือกันของแบรนด์ต่าง ๆ เช่น Alibaba + Starbucks เพื่อเปิดโอกาสให้คนสั่ง Starbucks Online ได้, Ikea + Task Rabbit เพื่อขยายการบริการส่งและประกอบเฟอร์นิเจอร์ตามบ้าน เป็นต้น ดังนั้น ธุรกิจที่ได้เปรียบ คือ ธุรกิจที่เข้าได้ทุกช่องทางของผู้บริโภค ไม่ใช่เฉพาะแค่กระบวนการซื้อขาย แต่ยังหมายรวมถึงระบบการขนส่ง (Logistic) ที่เป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญ


INDEX_สรินพร จิวานันต์_2

4.Shopperscape (Shopper Landscape) รีเทลและนักการตลาดจะปล่อยให้ผู้บริโภคควบคุมกระบวนการซื้อด้วยตัวเอง และมีทางเลือกที่จะช็อป รับสินค้าแบบออนไลน์หรือออฟไลน์ก็ได้อย่างอิสระเสรี ไม่มีเส้นแบ่งอีกต่อไป เช่น Amazon Go หรือ Tao Cafe ที่ไม่มีพนักงานมาคอยบริการ ซึ่งผู้บริโภคสามารถช็อป ตัดเงินอัตโนมัติ เป็นต้น

5.Selfluencer (Self Influencer) ต่อจากนี้ไป รีเทลและนักการตลาดจะใช้ข้อมูลของผู้บริโภคเองเป็น Influencer มากกว่าจะใช้ดาราหรือการยัดเยียดผ่านโฆษณา หรือ สงครามราคาใด ๆ และนี่คือ การสร้าง "Trust" และ "Brand Loyalty" รูปแบบใหม่ โดยที่ผู้บริโภคแทบไม่ต้องเสียเวลาคิดเยอะ เลือกเยอะ โลเลอีกต่อไป อย่างไรก็ตาม พฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปเหล่านี้ ทำให้นักการตลาดต้องเปลี่ยนวิธีในการเข้าถึงผู้บริโภคในรูปแบบใหม่ ไม่ว่าจะเป็น การนำข้อมูลเฉพาะตัวบุคคลของผู้บริโภคมาวิเคราะห์ เพื่อนำเสนอสินค้าและบริการที่โดนใจ และตรงกับไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคใหม่ ที่ไม่ชอบรอ ชอบควบคุมกระบวนการซื้อด้วยตัวเอง ดังนั้น รีเทลและนักการตลาดจึงเห็นโอกาสในทุกที่และทุกเวลา รวมถึงโอกาสในการร่วมมือกับแบรนด์ต่าง ๆ เพื่อสร้างโอกาสใหม่ ๆ ในการเข้าถึงผู้บริโภค

หน้า 32 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ | ฉบับ 3,434 ระหว่างวันที่ 10-12 มกราคม 2562

595959859