thansettakij
thansettakij
คมนาคมเปิดเวทีรับฟังความเห็นชาวระยอง เพื่อร่วมพัฒนารถไฟไทย -จีน

คมนาคมเปิดเวทีรับฟังความเห็นชาวระยอง เพื่อร่วมพัฒนารถไฟไทย -จีน

10 มี.ค. 59 | 06:36 น.
อัปเดตล่าสุด :10 มี.ค. 59 | 13:13 น.
นายธีระพงษ์ รอดประเสริฐ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงคมนาคม เปิดเผยในโอกาสเป็นประธานเปิดการสัมมนา เพื่อสร้างการรับรู้ข้อมูล ความเข้าใจ รับฟังความคิดเห็น และข้อเสนอแนะของประชาชน ครั้งที่ 6 ภายใต้โครงการสร้าง การรับรู้ ความเข้าใจ และรับฟังความคิดเห็นของประชาชนต่อการพัฒนาโครงการก่อสร้างรถไฟขนาดทางมาตรฐาน  ในวันที่ 10 มีนาคม 2559 เวลา 09.30 น. ณ ห้องบอลรูม โรงแรมโนโวเทล ริมเพ รีสอร์ท จังหวัดระยองว่า  เพื่อให้ความรู้ สร้างความเข้าใจต่อการพัฒนาโครงการฯ  และรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน โดยมีผู้แทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน ธุรกิจ อุตสาหกรรม สมาคมการค้าจังหวัด และประชาชน เข้าร่วมการสัมมนาฯ มากกว่า 300 คน

“จังหวัดระยอง อยู่ในแนวเส้นทางโครงการก่อสร้างรถไฟขนาดทางมาตรฐาน ที่รัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในการก่อสร้างรถไฟขนาดทางมาตรฐานตามกรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งของไทย พ.ศ. 2558 - 2565 โดย พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นผู้ลงนามของฝ่ายรัฐบาลไทย และผู้อำนวยการคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติเป็นผู้ลงนามของฝ่ายรัฐบาลจีน ณ ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 19 ธ.ค.57 โดยการสัมมนาครั้งนี้จัดขึ้น เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับโครงการฯ เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน เพื่อนำมารวบรวมและพัฒนาโครงการฯ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนในแนวเส้นทางโครงการ”นายธีระพงษ์ กล่าว

สำหรับการดำเนินโครงการก่อสร้างรถไฟขนาดทางมาตรฐาน ขนาด 1.435 เมตร (Standard Gauge)    มีแนวเส้นทาง แบ่งเป็น 4 ช่วง ได้แก่ ช่วงที่ 1 กรุงเทพฯ (บางซื่อ) - แก่งคอย ระยะทาง 118 กม. ช่วงที่ 2 แก่งคอย - มาบตาพุด ระยะทาง 239 กม. ช่วงที่ 3 แก่งคอย - นครราชสีมา ระยะทาง 134 กม. และช่วงที่ 4 นครราชสีมา - หนองคาย ระยะทาง 354  กม. รวมระยะทาง 845 กม. ซึ่งจะช่วยให้การขนส่งสินค้าและผู้โดยสาร มีความสะดวก สบาย ตรงเวลา และรวดเร็วมากขึ้น ทำให้ประเทศไทยสามารถเชื่อมโยงระบบราง ผ่านสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และเดินทางถึงสาธารณรัฐประชาชนจีนได้  และเพิ่มทางเลือกในการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะผลิตผลทางการเกษตร เช่น ข้าว ยางพารา ผลไม้ มันสำปะหลัง เป็นต้น ที่ไทยจะส่งไปยังจีน ทวีปยุโรป และสหรัฐอเมริกาได้

นายธีระพงษ์ รอดประเสริฐ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในขณะเดียวกัน รัฐบาลได้เห็นความสำคัญของการพัฒนาทางรถไฟขนาดทาง 1 เมตร (Meter Gauge) ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน เพราะเป็นโครงข่ายระบบรางพื้นฐานของประเทศ ที่จะสามารถพัฒนาให้เป็นระบบหลักของการขนส่งทางรางได้ภายในระยะเวลา 5 ปี ดังจะเห็นได้จากโครงการพัฒนารถไฟทางคู่ระยะเร่งด่วน จำนวน 7 โครงการ ระยะทางรวม 993 กิโลเมตร และโครงการก่อสร้างทางรถไฟสายใหม่ จำนวน 3 โครงการ ระยะทางรวม 688 กิโลเมตร ซึ่งหากทางรถไฟดังกล่าวได้ก่อสร้างแล้วเสร็จ จะช่วยให้การขนส่งในระบบรางของประเทศไทย มีประสิทธิภาพและตรงต่อเวลามากขึ้น ควบคู่ไปกับการพัฒนารถไฟขนาดทางมาตรฐาน

ทั้งนี้ จังหวัดระยอง ตั้งอยู่ในภาคตะวันออก มีอาณาเขตติดต่อกับจังหวัดชลบุรี จันทบุรี ตราด มีพื้นที่ติดกับชายฝั่งทะเลอ่าวไทย และเป็นศูนย์กลางการผลิตสินค้าอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เช่น โรงงานผลิตปิโตรเคมี โรงงานชิ้นส่วนยานยนต์ เป็นต้น รวมทั้งเป็นที่ตั้งของนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นเมืองอุตสาหกรรมใหม่ของประเทศไทย นอกจากนี้ ยังเป็นฐานการผลิตและแปรรูปผลไม้เพื่อการส่งออก เช่น เงาะ มังคุด ทุเรียน เป็นต้น และมีแหล่งท่องเที่ยว ทางทะเลที่มีชื่อเสียง ประชาชนส่วนมาก ในพื้นที่จังหวัดระยอง มีอาชีพเกษตรกรรม การประมง และอุตสาหกรรมเกษตร โดยในอนาคตจังหวัดระยองจะเป็นศูนย์กลางการค้าและการส่งออกที่สำคัญแห่งหนึ่งของภาคตะวันออก เนื่องจากมีท่าเรือมาบตาพุด ซึ่งเป็นท่าเรือน้ำลึกที่มีศักยภาพรองรับปริมาณการส่งออกสินค้าไปสู่ประเทศเพื่อนบ้าน และนานาประเทศทั่วโลก

นอกจากนี้ กระทรวงคมนาคมมีแผนงานดำเนินการโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง สายกรุงเทพฯ – ระยอง ซึ่งขณะนี้โครงการอยู่ระหว่างขั้นตอนจ้างบริษัทที่ปรึกษาดำเนินการศึกษาความเหมาะสมและรูปแบบการลงทุนโครงการ คาดว่าผลการศึกษาจะแล้วเสร็จภายในปี พ.ศ. 2559 โดยหากการพัฒนาโครงการก่อสร้างรถไฟขนาดทางมาตรฐาน ช่วงที่ 2 แก่งคอย - มาบตาพุด และโครงการก่อสร้างรถไฟความสูง สายกรุงเทพฯ-ระยอง แล้วเสร็จ จะช่วยเพิ่มศักยภาพ ในการเชื่อมต่อการเดินทางขนส่งและช่วยกระจายสินค้าระหว่างภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ไปสู่พื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก ที่ท่าเรือแหลมฉบัง และท่าเรือมาบตาพุด ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งสอดคล้องตามแผนยุทธศาสตร์ ของจังหวัด ที่ต้องการพัฒนาจังหวัดให้เป็นเมืองอุตสาหกรรม การค้า และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับภาคธุรกิจการท่องเที่ยว เพื่อให้ประชาชนชาวระยองมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

การจัดสัมมนาครั้งนี้ ประกอบด้วย การบรรยาย เรื่อง “กรอบความร่วมมือรถไฟไทย - จีน ท้องถิ่น ได้ประโยชน์อะไร” โดย รศ.ดร.อักษรศรี พานิชสาส์น  ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยยุทธศาสตร์ไทย-จีน สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ หัวข้อ “รัฐ เอกชน ประชาชน ร่วมกันคิด กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น กับ รถไฟขนาดทางมาตรฐาน” จากตัวแทนภาครัฐและเอกชน ได้แก่  นายมนตรี ชนะชัยวิบูลวัฒน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง นายสุชีพ สุขสว่าง รองวิศวกรใหญ่ด้านบำรุง ฝ่ายการช่างโยธา การรถไฟแห่งประเทศไทย นายสุรพล สุทธจินดา ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดระยอง นางอนุชิดา ชินศิรประภา ประธานหอการค้าจังหวัดระยอง เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองความรู้ ความคิดเห็นร่วมกันเกี่ยวกับประโยชน์ต่าง ๆ ที่ประชาชนใน จ.ระยอง จะได้รับจากการพัฒนาโครงการฯ หลังจากนั้น จะเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของผู้เข้าร่วมสัมมนา

ภายหลังการจัดสัมมนาฯ กระทรวงคมนาคม จะรวบรวมความคิดเห็น ข้อเสนอแนะที่ได้จากประชาชนที่เข้าร่วมสัมมนา นำมาใช้ประกอบการพิจารณาดำเนินโครงการต่อไป