
สปส. เร่งหามาตรการยกระดับคุณภาพชีวิต“แม่บ้าน” เข้าระบบประกันสังคมภายใน 1 ปี
นายโกวิท สัจจวิเศษ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม(สปส.) เปิดเผยว่า ตามที่เครือข่ายลูกจ้างทำงานบ้านแห่งประเทศไทย เข้ายื่นหนังสือต่อสำนักงานประกันสังคม เพื่อเรียกร้องขอเข้าเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 โดยอ้างอิงคำนิยามของ “ลูกจ้าง” หมายความว่า ผู้ซึ่งทำงานให้นายจ้าง โดยรับค่าจ้าง ซึ่งบัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2558 นั้น ขอเรียนว่าสำนักงานประกันสังคมคำนึงถึงคุณภาพชีวิตของผู้ใช้แรงงานทุกกลุ่ม จึงได้ออกแบบระบบประกันสังคมให้มีความครอบคลุมทั้งมาตรา 33 , 39 และ 40
ในส่วนของอาชีพแม่บ้านและลูกจ้างภาคการเกษตรเป็นอาชีพที่สำนักงานประกันสังคมมีความห่วงใยไม่แพ้อาชีพอิสระอื่น ๆ อย่างไรก็ดีพระราชกฤษฎีกากำหนดลูกจ้างตามมาตรา 4 (6) แห่งพระราชบัญญัติประกันสังคม ซึ่งประกาศใช้เมื่อปี 2545 ได้กำหนดให้ลูกจ้าง 8 ประเภทกิจการ โดยรวมถึงอาชีพแม่บ้านและลูกจ้างภาคการเกษตรกร ไม่สามารถเข้ามาเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 และ39 ได้ ดังนั้นในเบื้องต้นสำนักงานประกันสังคมจะส่งเสริมให้คนกลุ่มนี้เข้ามาเป็นผู้ประกันตนมาตรา 40 เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายอย่างเต็มที่และมีหลักประกันชีวิตที่ดีในอนาคต
ทั้งนี้สำนักงานประกันสังคมอยู่ในขั้นตอนให้สถาบันการศึกษาช่วยทำวิจัยเกี่ยวกับกลุ่มลูกจ้างทำงานบ้านตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2559 – กรกฎาคม 2560 โดยจะสุ่มสำรวจ 2,000 -3,000 คน จากจำนวนลูกจ้างทั่วประเทศ เพื่อนำข้อมูลมาประกอบการพิจารณาในการหาแนวทางดูแลคุ้มครองลูกจ้างทำงานบ้าน
เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวด้วยว่า ผลสรุปของผู้ทำวิจัยอาจเสนอเป็น 2 แนวทางก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นการเสนอแก้ไขพระราชบัญญัติประกันสังคม เพื่อให้ลูกจ้างทำงานบ้านเข้าเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 หรือการพัฒนาระบบประกันสังคมมาตรา 40 เพื่อรองรับการดูแลแรงงานกลุ่มนี้อยู่ ซึ่งนับเป็นแนวทางหนึ่งในการให้ความคุ้มครองและการเพิ่มสิทธิประโยชน์ ให้กับผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมและคืนความสุขให้กับผู้ประกันตนตามนโยบายรัฐบาล ที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับผู้ประกันตน ลูกจ้าง ต่อไป






