
“ฉัตรชัย” ยกระดับประมงพื้นบ้าน
พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยระหว่างการเดินทางลงพื้นที่เพื่อตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเกษตรกรชาวประมง โดยมีนายขจรเกียรติ รักพานิชมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช และตัวแทนกลุ่มประมงพื้นบ้านทั้งจากฝั่งอ่าวไทยและฝั่งอันดามัน รวม 13 จังหวัดว่า การแก้ปัญหาประมงของประเทศไทยต้องแยกปัญหาให้ชัดเจนเพราะเรามีทั้งประมงพื้นบ้านและประมงพาณิชย์ ซึ่งประมงพาณิชย์ก็แบ่งเป็น ในน่านน้ำและนอกน่านน้ำ ซึ่งการแก้ปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย หรือ "ไอยูยู" รัฐบาลดำเนินการครอบคลุมทุกกลุ่ม
แต่เน้นในเรื่องของประมงพาณิชย์นอกน่านน้ำที่จะต้องดำเนินการตามกติกาสากล ส่วนประมงพื้นบ้านนั้นรัฐบาลปรับให้สามารถทำประมงได้อย่างยั่งยืน ซึ่งรัฐบาลไม่ได้เน้นที่จะทำให้ถูกปลดออกจากใบเหลืองใบแดง แต่รัฐบาลเน้นที่จะทำให้ทรัพยากรทางทะเลมีความสมบูรณ์สามารถทำประมงพาณิชย์และประมงพื้นบ้านสามารถมีรายได้ยกระดับชีวิตของชาวประมงได้ บางพื้นที่ถึงขนาดทำลายล้างเครื่องมือที่ไม่ถูกต้องที่ทำให้เกิดการทำลายสัตว์น้ำ
พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวอีกว่า เมื่อครั้งที่เคยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เคยได้พูดในเวทีอาเซียนว่า ทะเลมีความต่อเนื่องกันของทุกประเทศในอาเซียน และมีหลายประเทศทำประมง ดังนั้นจึงต้องหันหน้ามาร่วมมือกันให้อาเซียนทำประมงอย่างยั่งยืน ผลักดันให้มีการทำประมงที่ยั่งยืน ทั้งนี้เพื่อเป็นการแก้ปัญหาคนรุ่นใหม่ออกจากภาคการประมง และทรัพยากรสัตว์น้ำลดลง ซึ่งทั้งหมดจะต้องใช้แนวทางการอนุรักษ์และต้องควบคุมเครื่องมือการทำประมงที่ไม่มีลักษณะของการทำลายล้าง และผู้ที่อยู่ในภาคการประมงต้องเข้าใจการตลาด รู้ว่าสัตว์น้ำชนิดใด หรือขนาดใดที่เป็นความต้องการของตลาดและขายได้ราคาดี ไม่ใช่การจับแบบสุ่มทั้งหมด ซึ่งที่สุดแล้วจะทำให้ปลาขนาดเล็ก ปลาที่ยังไม่โตเต็มที่ หรือสัตว์น้ำที่ไม่เป็นความต้องการของตลาดต้องสูญเสียไปทั้งยังต้องมีความรู้เรื่องของการแปรรูปสินค้าประมงให้ได้ราคาสูงขึ้น






