
ทล.-ทช.ลดความสูญเสียงบซ่อมถนน ดึง16 หน่วยจัดโครงการรถบรรทุกสีขาว
กรมทางหลวง และกรมทางหลวงชนบท ผนึก 16 หน่วยงานจัดโครงการรถบรรทุกสีขาว หวังลดความเสียหายของถนนจากรถบรรทุกน้ำหนักเกินอย่างยั่งยืน เผยแต่ละปีสูญเสียงบซ่อมบำรุงปีละราว 2-3 หมื่นล้านบาท
นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยภายหลังพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการรถบรรทุกสีขาว โดยมีนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในพิธีว่า ตามที่รัฐบาลมีนโยบายในการเข้มงวดกวดขันน้ำหนักรถบรรทุกให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อยืดอายุถนนไม่ให้ได้รับความเสียหายเร็วกว่าที่กำหนด
โดยในแต่ละปีกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบทต้องเสียงบประมาณในการซ่อมบำรุงถนนที่คิดเป็นสัดส่วน 20% ของงบประมาณทั้งหมด หรือราวปีละ 2-3 หมื่นล้านบาท ส่งผลทำให้รัฐบาลต้องสูญเสียงบประมาณในการซ่อมบำรุงเป็นจำนวนมาก และส่งผลต่อความปลอดภัยของผู้ใช้เส้นทางซึ่งได้รับอันตรายจากการชำรุดเสียหายของถนน เกิดอุบัติเหตุทางการจราจร
ดังนั้นจากมาตรการเข้มงวดกวดขันการจับกุมรถบรรทุกน้ำหนักเกินของรัฐบาล กรมทางหลวง ได้มีการจับกุมรถบรรทุกน้ำหนักเกินเพิ่มขึ้นในแต่ละปี แต่อย่างไรก็ตามการจับกุมรถบรรทุกน้ำหนักเกินนั้นเป็นเพียงปลายเหตุของปัญหา หากจะแก้ไขที่ต้นเหตุจำเป็นต้องให้ทุกภาคส่วนตระหนักถึงความสำคัญในการปฏิบัติตามกฎหมาย ป้องกันถนนสาธารณะไม่ให้เกิดความชำรุดเสียหายอย่างยั่งยืนจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องบูรณาการร่วมกันแก้ไข้ปัญหาจากทุกภาคส่วน
อธิบดีกรมทางหลวง กล่าวต่อไปอีกว่า กรมทางหลวงจึงได้นำ “โครงการรถบรรทุกสีขาว”เป็นโครงการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ในการควบคุมน้ำหนักรถบรรทุกที่เดินรถบนทางหลวง และสายทางต่างๆ โดยมีต้นแบบจากนโยบายประชารัฐ จังหวัดฉะเชิงเทรา มาบูรณาการแก้ไขปัญหาการบรรทุกน้ำหนักเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดของยานพาหนะขนส่งทั่วประเทศ ในทุกพื้นที่โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการบูรณาการทุกภาคส่วนร่วมแก้ไขปัญหารถบรรทุกน้ำหนักเกินให้หมดไปพร้อมทั้งปลูกจิตสำนึกให้ทุกภาคส่วน รักและหวงแหนทางหลวง และสร้างเครือข่าย ภาครัฐภาคเอกชน และประชาชนให้เข้มแข็ง เพื่อเป็นแนวร่วมในการดูแลรักษาทางหลวง แจ้งเบาะแสผู้กระทำผิดกฎหมาย
ทั้งนี้หน่วยงานที่เล็งเห็นความสำคัญเข้าร่วม “โครงการรถบรรทุกสีขาว” 16 หน่วยงานได้แก่ 1.ส่วนราชการ ประกอบด้วย กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท กรมการขนส่งทางบก กรมเจ้าท่า 2.รัฐวิสาหกิจ ประกอบด้วยการรถไฟแห่งประเทศไทย การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย การท่าเรือแห่งประเทศไทย การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค 3.ภาคอุตสาหกรรมปิโตรเลียม ประกอบด้วยบริษัทไทยออยล์จำกัด (มหาชน) (TOP) บริษัทพีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (PTTGC) บริษัทสตาร์ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (SPRC) บริษัทบางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) (BCP ) บริษัทไออาร์พีซีจำกัด (มหาชน) (IRPC) บริษัทเอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (ESSO) 4.สหพันธ์และสมาคมด้านการขนส่ง ประกอบด้วยสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย สมาคมอุตสาหกรรมการก่อสร้างไทยในพระบรมราชูปถัมภ์
ทั้งนี้กรมทางหลวงได้ดำเนินการประชาสัมพันธ์ ขอความร่วมมือ ผู้ประกอบการไม่บรรทุกน้ำหนักเกินตามกฎหมายกำหนด ซึ่งหากฝ่าฝืนจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับเพื่อเป็นการยืดอายุการใช้งานและลดการเกิดอุบัติเหตุบนทางหลวง
นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยภายหลังพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการรถบรรทุกสีขาว โดยมีนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในพิธีว่า ตามที่รัฐบาลมีนโยบายในการเข้มงวดกวดขันน้ำหนักรถบรรทุกให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อยืดอายุถนนไม่ให้ได้รับความเสียหายเร็วกว่าที่กำหนด
โดยในแต่ละปีกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบทต้องเสียงบประมาณในการซ่อมบำรุงถนนที่คิดเป็นสัดส่วน 20% ของงบประมาณทั้งหมด หรือราวปีละ 2-3 หมื่นล้านบาท ส่งผลทำให้รัฐบาลต้องสูญเสียงบประมาณในการซ่อมบำรุงเป็นจำนวนมาก และส่งผลต่อความปลอดภัยของผู้ใช้เส้นทางซึ่งได้รับอันตรายจากการชำรุดเสียหายของถนน เกิดอุบัติเหตุทางการจราจร
ดังนั้นจากมาตรการเข้มงวดกวดขันการจับกุมรถบรรทุกน้ำหนักเกินของรัฐบาล กรมทางหลวง ได้มีการจับกุมรถบรรทุกน้ำหนักเกินเพิ่มขึ้นในแต่ละปี แต่อย่างไรก็ตามการจับกุมรถบรรทุกน้ำหนักเกินนั้นเป็นเพียงปลายเหตุของปัญหา หากจะแก้ไขที่ต้นเหตุจำเป็นต้องให้ทุกภาคส่วนตระหนักถึงความสำคัญในการปฏิบัติตามกฎหมาย ป้องกันถนนสาธารณะไม่ให้เกิดความชำรุดเสียหายอย่างยั่งยืนจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องบูรณาการร่วมกันแก้ไข้ปัญหาจากทุกภาคส่วน
อธิบดีกรมทางหลวง กล่าวต่อไปอีกว่า กรมทางหลวงจึงได้นำ “โครงการรถบรรทุกสีขาว”เป็นโครงการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ในการควบคุมน้ำหนักรถบรรทุกที่เดินรถบนทางหลวง และสายทางต่างๆ โดยมีต้นแบบจากนโยบายประชารัฐ จังหวัดฉะเชิงเทรา มาบูรณาการแก้ไขปัญหาการบรรทุกน้ำหนักเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดของยานพาหนะขนส่งทั่วประเทศ ในทุกพื้นที่โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการบูรณาการทุกภาคส่วนร่วมแก้ไขปัญหารถบรรทุกน้ำหนักเกินให้หมดไปพร้อมทั้งปลูกจิตสำนึกให้ทุกภาคส่วน รักและหวงแหนทางหลวง และสร้างเครือข่าย ภาครัฐภาคเอกชน และประชาชนให้เข้มแข็ง เพื่อเป็นแนวร่วมในการดูแลรักษาทางหลวง แจ้งเบาะแสผู้กระทำผิดกฎหมาย
ทั้งนี้หน่วยงานที่เล็งเห็นความสำคัญเข้าร่วม “โครงการรถบรรทุกสีขาว” 16 หน่วยงานได้แก่ 1.ส่วนราชการ ประกอบด้วย กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท กรมการขนส่งทางบก กรมเจ้าท่า 2.รัฐวิสาหกิจ ประกอบด้วยการรถไฟแห่งประเทศไทย การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย การท่าเรือแห่งประเทศไทย การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค 3.ภาคอุตสาหกรรมปิโตรเลียม ประกอบด้วยบริษัทไทยออยล์จำกัด (มหาชน) (TOP) บริษัทพีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (PTTGC) บริษัทสตาร์ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (SPRC) บริษัทบางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) (BCP ) บริษัทไออาร์พีซีจำกัด (มหาชน) (IRPC) บริษัทเอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (ESSO) 4.สหพันธ์และสมาคมด้านการขนส่ง ประกอบด้วยสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย สมาคมอุตสาหกรรมการก่อสร้างไทยในพระบรมราชูปถัมภ์
ทั้งนี้กรมทางหลวงได้ดำเนินการประชาสัมพันธ์ ขอความร่วมมือ ผู้ประกอบการไม่บรรทุกน้ำหนักเกินตามกฎหมายกำหนด ซึ่งหากฝ่าฝืนจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับเพื่อเป็นการยืดอายุการใช้งานและลดการเกิดอุบัติเหตุบนทางหลวง






