
ก.อุตฯ ดึง 16 บิ๊กพันธมิตรร่วมลงทุน 500 ล้าน จัดตั้ง “ไทยแลนด์อินโนสเปซ”
กระทรวงอุตสาหกรรมเตรียมจัดตั้งศูนย์ส่งเสริมนวัตกรรมร่วมกับ16 หน่วยงานพันธมิตร หวังให้เป็นศูนย์กลางในการส่งเสริมและพัฒนาสตาร์ทอัพไทยและนานาชาติอย่างครบวงจร คาดจัดตั้งภายในเดือนมกราคมปีหน้าด้วยทุนประเดิมจำนวน 500 ล้านบาท พร้อมนำร่องเปิดในพื้นที่โครงการเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก
นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงฯได้ดำเนินการร่วมกับ 16 หน่วยงานพันธมิตรในการเตรียมจัดตั้งศูนย์ส่งเสริมนวัตกรรม หรือ ThailandInnoSpace โดยมุ่งหวังให้เป็นศูนย์กลางในการส่งเสริมและพัฒนาสตาร์ทอัพไทยและนานาชาติอย่างครบวงจร มีกระบวนการการบ่มเพาะและพัฒนาผู้ประกอบการในทุกระดับครอบคลุมทุกสาขาอุตสาหกรรมเป้าหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสาขาอุตสาหกรรมการเกษตรซึ่งเป็นรากฐานของเศรษฐกิจไทย ที่จะต้องเร่งพัฒนาไปสู่อุตสาหกรรมชีวภาพ
นอกจากนี้ ศูนย์ดังกล่าวยังจะมุ่งผลักดันให้สตาร์ทอัพไทยมีขีดความสามารถในการทำการค้าในระดับนานาชาติได้รวดเร็วขึ้น ดังนั้น กระทรวงฯ จึงได้เชื่อมโยงกับหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญจากภาครัฐ สถาบันการศึกษา และภาคเอกชน ทั้งในและต่างประเทศหลายแห่ง มาร่วมเป็นเครือข่ายพันธมิตรในการดำเนินโครงการฯ อีกด้วย
สำหรับการจัดตั้ง Thailand InnoSpace จะเป็นแพลทฟอร์มกลางที่มีพลังในการช่วยส่งเสริมและพัฒนาสตาร์ทอัพไทยแบบครบวงจร ซึ่งขณะนี้ได้มีการเชิญชวนและสรรหาผู้ประกอบการนวัตกรรมที่มีมูลค่าสูงทั้งในและต่างประเทศ เข้ามาร่วมเป็นเครือข่ายทั้งในด้านองค์ความรู้ เทคนิคและการปฏิบัติการ รวมถึงการเผยแพร่เทคโนโลยีและนวัตกรรมในลักษณะ Open innovation หรือนวัตกรรมแบบเปิด นอกจากนี้ เพื่อให้การดำเนินงานมีความสอดคล้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ยังจะมีการจัดตั้งเป็นบริษัทจำกัด โดยใช้ชื่อว่า “บริษัท อินโนสเปซ (ประเทศไทย) จำกัด” หรือ InnoSpace (Thailand) Co., Ltd. คาดว่าจะจัดตั้งภายในเดือนมกราคม 2562 ด้วยทุนประเดิม จำนวน 500 ล้านบาท โดยมีองค์กรภาคเอกชนรายใหญ่เป็นผู้ถือหุ้นในสัดส่วนที่เท่ากัน นอกจากนี้ เพื่อให้องค์กรเชื่อมโยงและรองรับนโยบายของภาครัฐได้ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จะเข้าร่วมถือหุ้นด้วย โดยกระทรวงอุตสาหกรรมจะสนับสนุนการดำเนินงานโครงการนี้ในเชิงนโยบาย เพื่อขับเคลื่อนและเติมเต็มการดำเนินงานไปสู่การปฏิบัติอย่างเต็มกำลัง
ทั้งนี้ 16 หน่วยงานพันธมิตรที่จะร่วมดำเนินโครงการ Thailand InnoSpace นั้นประกอบด้วย บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) สถาบันวิทยสิริเมธี ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เอสซีจี บริษัท ทรูคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เครือเจริญโภคภัณฑ์ Hong Kong Cyberport Management Company Limited , Hong Kong Trade Development Council , องศ์กรวางแผนผังด้านสถาปัตยกรรมประเทศฮ่องกง (Ho & Partners Architects) Bangkok Ventures Co., Ltd. กระทรวงพาณิชย์และแรงงานประเทศอิสราเอล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สำนักงาน EEC และกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม
นายอุตตม กล่าวต่อไปอีกว่า โครงสร้างองค์กรของโครงการดังกล่าว จะประกอบด้วย 3 กลุ่มงาน ได้แก่ ด้านส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการและนวัตกรรม (Operations) ด้านการเชิญชวนและสรรหาสตาร์ทอัพ และนวัตกรรม (Scouting) และด้านบริหารการลงทุน (Investment Management) นอกจากนี้ การดำเนินงานของหน่วยงานพันธมิตรจะมีความร่วมมือใน 3 รูปแบบ คือ พันธมิตรด้านการบ่มเพาะ (Incubation Partner) พันธมิตรด้านองค์ความรู้ (Knowledge Partner) และพันธมิตรด้านการลงทุน Investment Partner) โดยคาดว่าจะมีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ของทุกๆหน่วยงานเพื่อร่วมดำเนินการและจัดตั้งโครงการ Thailand InnoSpace ภายในไตรมาสแรกของปี 2562 เช่นดียวกัน
ด้านสถานที่ตั้งโครงการ จะอยู่ในพื้นที่โครงการเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EECi ณ สถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC) จังหวัดระยอง และจะมีเครือข่ายอีก 5 แห่ง ได้แก่ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กล้วยน้ำไท) ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 1 จังหวัดเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์พัทยา อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา และจะเชื่อมโยงไปยังสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ อย่างไรก็ตาม การจัดตั้งศูนย์ส่งเสริมนวัตกรรม หรือ Thailand Innospace นั้น เชื่อว่าเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือที่จะช่วยยกระดับและพัฒนาสตาร์ทอัพพร้อมสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยสามารถเข้าถึงเทคโนโลยี งานวิจัย และนวัตกรรมที่จะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าและบริการ
นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงฯได้ดำเนินการร่วมกับ 16 หน่วยงานพันธมิตรในการเตรียมจัดตั้งศูนย์ส่งเสริมนวัตกรรม หรือ ThailandInnoSpace โดยมุ่งหวังให้เป็นศูนย์กลางในการส่งเสริมและพัฒนาสตาร์ทอัพไทยและนานาชาติอย่างครบวงจร มีกระบวนการการบ่มเพาะและพัฒนาผู้ประกอบการในทุกระดับครอบคลุมทุกสาขาอุตสาหกรรมเป้าหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสาขาอุตสาหกรรมการเกษตรซึ่งเป็นรากฐานของเศรษฐกิจไทย ที่จะต้องเร่งพัฒนาไปสู่อุตสาหกรรมชีวภาพ
นอกจากนี้ ศูนย์ดังกล่าวยังจะมุ่งผลักดันให้สตาร์ทอัพไทยมีขีดความสามารถในการทำการค้าในระดับนานาชาติได้รวดเร็วขึ้น ดังนั้น กระทรวงฯ จึงได้เชื่อมโยงกับหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญจากภาครัฐ สถาบันการศึกษา และภาคเอกชน ทั้งในและต่างประเทศหลายแห่ง มาร่วมเป็นเครือข่ายพันธมิตรในการดำเนินโครงการฯ อีกด้วย
สำหรับการจัดตั้ง Thailand InnoSpace จะเป็นแพลทฟอร์มกลางที่มีพลังในการช่วยส่งเสริมและพัฒนาสตาร์ทอัพไทยแบบครบวงจร ซึ่งขณะนี้ได้มีการเชิญชวนและสรรหาผู้ประกอบการนวัตกรรมที่มีมูลค่าสูงทั้งในและต่างประเทศ เข้ามาร่วมเป็นเครือข่ายทั้งในด้านองค์ความรู้ เทคนิคและการปฏิบัติการ รวมถึงการเผยแพร่เทคโนโลยีและนวัตกรรมในลักษณะ Open innovation หรือนวัตกรรมแบบเปิด นอกจากนี้ เพื่อให้การดำเนินงานมีความสอดคล้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ยังจะมีการจัดตั้งเป็นบริษัทจำกัด โดยใช้ชื่อว่า “บริษัท อินโนสเปซ (ประเทศไทย) จำกัด” หรือ InnoSpace (Thailand) Co., Ltd. คาดว่าจะจัดตั้งภายในเดือนมกราคม 2562 ด้วยทุนประเดิม จำนวน 500 ล้านบาท โดยมีองค์กรภาคเอกชนรายใหญ่เป็นผู้ถือหุ้นในสัดส่วนที่เท่ากัน นอกจากนี้ เพื่อให้องค์กรเชื่อมโยงและรองรับนโยบายของภาครัฐได้ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จะเข้าร่วมถือหุ้นด้วย โดยกระทรวงอุตสาหกรรมจะสนับสนุนการดำเนินงานโครงการนี้ในเชิงนโยบาย เพื่อขับเคลื่อนและเติมเต็มการดำเนินงานไปสู่การปฏิบัติอย่างเต็มกำลัง
ทั้งนี้ 16 หน่วยงานพันธมิตรที่จะร่วมดำเนินโครงการ Thailand InnoSpace นั้นประกอบด้วย บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) สถาบันวิทยสิริเมธี ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เอสซีจี บริษัท ทรูคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เครือเจริญโภคภัณฑ์ Hong Kong Cyberport Management Company Limited , Hong Kong Trade Development Council , องศ์กรวางแผนผังด้านสถาปัตยกรรมประเทศฮ่องกง (Ho & Partners Architects) Bangkok Ventures Co., Ltd. กระทรวงพาณิชย์และแรงงานประเทศอิสราเอล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สำนักงาน EEC และกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม
นายอุตตม กล่าวต่อไปอีกว่า โครงสร้างองค์กรของโครงการดังกล่าว จะประกอบด้วย 3 กลุ่มงาน ได้แก่ ด้านส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการและนวัตกรรม (Operations) ด้านการเชิญชวนและสรรหาสตาร์ทอัพ และนวัตกรรม (Scouting) และด้านบริหารการลงทุน (Investment Management) นอกจากนี้ การดำเนินงานของหน่วยงานพันธมิตรจะมีความร่วมมือใน 3 รูปแบบ คือ พันธมิตรด้านการบ่มเพาะ (Incubation Partner) พันธมิตรด้านองค์ความรู้ (Knowledge Partner) และพันธมิตรด้านการลงทุน Investment Partner) โดยคาดว่าจะมีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ของทุกๆหน่วยงานเพื่อร่วมดำเนินการและจัดตั้งโครงการ Thailand InnoSpace ภายในไตรมาสแรกของปี 2562 เช่นดียวกัน
ด้านสถานที่ตั้งโครงการ จะอยู่ในพื้นที่โครงการเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EECi ณ สถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC) จังหวัดระยอง และจะมีเครือข่ายอีก 5 แห่ง ได้แก่ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กล้วยน้ำไท) ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 1 จังหวัดเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์พัทยา อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา และจะเชื่อมโยงไปยังสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ อย่างไรก็ตาม การจัดตั้งศูนย์ส่งเสริมนวัตกรรม หรือ Thailand Innospace นั้น เชื่อว่าเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือที่จะช่วยยกระดับและพัฒนาสตาร์ทอัพพร้อมสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยสามารถเข้าถึงเทคโนโลยี งานวิจัย และนวัตกรรมที่จะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าและบริการ






