
วิเคราะห์สถานการณ์ราคาทองคำประจำวัน(12 ธ.ค.61)
บทวิเคราะห์สถานการณ์ราคาทองคำแท่ง ประจำวันที่ 12 ธันวาคม 2561 โดยบริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
คำแนะนำ
เน้นการหากำไรในกรอบ หากราคาทองคำยังคงพยายามยืนเหนือโซนแนวรับแรก 1,236-1,233 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ทำให้ราคายังคงมีโอกาสขยับขึ้นเพื่อทดสอบแนวต้าน 1,256 ดอลลาร์ต่อออนซ์
หากการอ่อนลงของราคาไม่หลุดโซนแนวรับระยะสั้นอยู่ที่ 1,236-1,233 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ประเมินว่าเป็นการอ่อนตัวลงเพื่อสะสมแรงซื้ออีกครั้ง อย่างไรก็ตาม หากราคาทองคำทดสอบแนวต้านที่ 1,256 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ยังไม่สามารถผ่านได้ ซึ่งนักลงทุนยังคงต้องระมัดระวังแรงขายทำกำไรเนื่องจากครั้งที่ผ่านมาเมื่อราคาทองคำมีการปรับตัวขึ้นยังคงมีแรงขายออกมาเช่นกัน
แนวรับ 1,233 1,221 1,212
แนวต้าน 1,256 1,266 1,278
สรุป ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวลดลง 1.30 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคำยังคงเผชิญกับอุปสรรค ได้แก่ การแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ท่ามกลางการดิ่งลงแตะจุดต่ำสุดในรอบ 20 เดือนของสกุลเงินปอนด์จากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับประเด็นการแยกตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) หลังมีรายงานว่าอาจมีการยื่นญัตติไม่ไว้วางใจต่อนายกรัฐมนตรีเทเรเซา เมย์ของอังกฤษ อีกทั้งผู้นำเยอรมนีและผู้นำสหภาพยุโรป(EU) ยังแสดงจุดยืนชัดเจนว่าจะไม่มีการเจรจาทำข้อตกลง Brexit ฉบับใหม่ นอกจากนี้สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า รัฐบาลจีนกำลังเตรียมดำเนินการปรับลดอัตราภาษีรถยนต์ที่นำเข้าจากสหรัฐลงสู่ระดับ 15% จากปัจจุบันที่ระดับ 40% ประกอบกับดัชนีราคาผู้ผลิต(PPI) ของสหรัฐเพิ่มขึ้นเกินคาด 0.1% ในเดือนพ.ย.เมื่อเทียบรายเดือน จึงช่วยสร้างแรงหนุนเพิ่มเติมให้แก่สกุลเงินดอลลาร์ซึ่งส่งผลกดดันให้ราคาทองคำร่วงลงแตะระดับต่ำสุดบริเวณ 1,240.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในระหว่างการซื้อขาย อย่างไรก็ดีมุมมองที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยน้อยกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ในปีหน้าได้ช่วยพยุงราคาทองคำไว้ ด้านกองทุน SPDR เพิ่มการถือครองทองคำวานนี้อีก +3.24 ตัน สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และงบประมาณของรัฐบาลกลางเดือนพ.ย.ของสหรัฐ
ที่มา : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
คำแนะนำ
เน้นการหากำไรในกรอบ หากราคาทองคำยังคงพยายามยืนเหนือโซนแนวรับแรก 1,236-1,233 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ทำให้ราคายังคงมีโอกาสขยับขึ้นเพื่อทดสอบแนวต้าน 1,256 ดอลลาร์ต่อออนซ์
หากการอ่อนลงของราคาไม่หลุดโซนแนวรับระยะสั้นอยู่ที่ 1,236-1,233 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ประเมินว่าเป็นการอ่อนตัวลงเพื่อสะสมแรงซื้ออีกครั้ง อย่างไรก็ตาม หากราคาทองคำทดสอบแนวต้านที่ 1,256 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ยังไม่สามารถผ่านได้ ซึ่งนักลงทุนยังคงต้องระมัดระวังแรงขายทำกำไรเนื่องจากครั้งที่ผ่านมาเมื่อราคาทองคำมีการปรับตัวขึ้นยังคงมีแรงขายออกมาเช่นกัน
แนวรับ 1,233 1,221 1,212
แนวต้าน 1,256 1,266 1,278
สรุป ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวลดลง 1.30 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคำยังคงเผชิญกับอุปสรรค ได้แก่ การแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ท่ามกลางการดิ่งลงแตะจุดต่ำสุดในรอบ 20 เดือนของสกุลเงินปอนด์จากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับประเด็นการแยกตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) หลังมีรายงานว่าอาจมีการยื่นญัตติไม่ไว้วางใจต่อนายกรัฐมนตรีเทเรเซา เมย์ของอังกฤษ อีกทั้งผู้นำเยอรมนีและผู้นำสหภาพยุโรป(EU) ยังแสดงจุดยืนชัดเจนว่าจะไม่มีการเจรจาทำข้อตกลง Brexit ฉบับใหม่ นอกจากนี้สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า รัฐบาลจีนกำลังเตรียมดำเนินการปรับลดอัตราภาษีรถยนต์ที่นำเข้าจากสหรัฐลงสู่ระดับ 15% จากปัจจุบันที่ระดับ 40% ประกอบกับดัชนีราคาผู้ผลิต(PPI) ของสหรัฐเพิ่มขึ้นเกินคาด 0.1% ในเดือนพ.ย.เมื่อเทียบรายเดือน จึงช่วยสร้างแรงหนุนเพิ่มเติมให้แก่สกุลเงินดอลลาร์ซึ่งส่งผลกดดันให้ราคาทองคำร่วงลงแตะระดับต่ำสุดบริเวณ 1,240.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในระหว่างการซื้อขาย อย่างไรก็ดีมุมมองที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยน้อยกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ในปีหน้าได้ช่วยพยุงราคาทองคำไว้ ด้านกองทุน SPDR เพิ่มการถือครองทองคำวานนี้อีก +3.24 ตัน สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และงบประมาณของรัฐบาลกลางเดือนพ.ย.ของสหรัฐ
ที่มา : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด






