
‘ตลาดของขวัญ’โค้งท้ายคึก แนะกลยุทธปลุกกำลังซื้อ Online to Offline
ส.ของขวัญของชำร่วยไทย ชี้แนวโน้มตลาดของขวัญของชำร่วยช่วงปลายปีมีแนวโน้มฟื้นตัว โดยเฉพาะตลาดส่งออกหลังได้รับอานิสงส์สงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน จากปีที่ผ่านมาปัจจัยลบรุมเร้าทำตลาดหดกว่า 20% ชี้ช่องทางออนไลน์คือโอกาสสำคัญกระตุ้นการจับจ่ายฟื้นตัว เร่งปรับแผนชู O2O เชื่อมการตลาดทั้งร้านค้าออนไลน์และผู้ประกอบการในระบบดันยอดโค้งท้าย
นายจิรบูลย์ วิทยสิงห์ นายกสมาคมของขวัญของชำร่วยไทย และของตกแต่งบ้าน เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ภาพรวมตลาดของขวัญของชำร่วยและของแต่งบ้านในช่วงที่ผ่านมามีการเติบโตอยู่ในระดับทรงตัวเมื่อเทียบจากปีก่อนที่ตกลงมากว่า 20% ซึ่งต้องยอมรับว่าปีที่ผ่านมาภาพรวมตลาดของขวัญในช่วงปลายปีตกลงไปมาก เนื่องจากได้รับผลกระทบจากปัจจัยลบหลายภาคส่วน ทั้งในเรื่องของกำลังซื้อในระดับกลาง-ล่างที่ยังคงชะลอตัว ขณะที่เรื่องของนโยบาย No Gift Policy ที่ทำให้ลูกค้าองค์กรลดลงไปอย่างมาก ซึ่งแม้ในปีนี้ภาพรวมตลาดจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา แต่ทว่าเป็นการเติบโตฐานของตลาดที่ตกลงมากว่า 20% ทำให้ภาพรวมในช่วงโค้งท้ายนี้ยังคงทรงตัว จากประมาณการเดิมที่มองว่าตลาดของขวัญช่วงปลายปีน่าจะมีการเติบโตได้ที่ 10-15%
[caption id="attachment_358141" align="aligncenter" width="493"]
จิรบูลย์ วิทยสิงห์[/caption]
“ปกติตั้งแต่ช่วงสิงหาคม-กันยายนเป็นต้นไป ผู้ประกอบการของขวัญจะเริ่มได้รับคำสั่งซื้อสินค้าจากลูกค้าองค์กรมาบ้างแล้ว และจะเริ่มมีการส่งมอบ ออร์เดอร์ในช่วงพฤศจิกายน แต่ทว่าจนช่วงเดือนที่ผ่านมายังไม่มีการสั่งซื้อของขวัญจากหน่วยงานต่างๆมากนักซึ่งส่วนหนึ่งอาจจะยังคงมีความกังวลเกี่ยวกับนโยบาย No Gift Policy ของภาครัฐนั่นเองเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ภาพรวมตลาดไม่คึกคักเท่าที่ควร”
ขณะที่กลุ่มสินค้าที่ได้รับความนิยมแบ่งออกเป็นกลุ่ม Promotional Gift หรือของขวัญเพื่อส่งเสริมการขายมีมูลค่าราว 8,000 ล้านบาท ซึ่งอยู่ในระดับทรงตัวเป็นผลจากสภาพเศรษฐกิจที่ผ่านมาไม่ได้เติบโตแบบโดดเด่นมากนัก โดยส่วนหนึ่งเป็นผลกระทบมาจากกำลังซื้อในระดับกลาง-ล่างที่ยังคงชะลอตัว ขณะที่กลุ่ม Food Gift และสินค้าของที่ระลึกเป็นสินค้าซื้อขายสำหรับนักท่องเที่ยวที่ผ่านมามีการเติบโตในอัตราเฉลี่ย 5-6% มีมูลค่าราว 4 หมื่นล้านบาท และสินค้ากลุ่ม Seasonal Gift หรือ ของขวัญตามเทศกาลและฤดูกาลอยู่ในระดับที่ทรงตัวเช่นกัน และคาดการณ์ว่าจะเพิ่มสูงขึ้นในช่วงปลายปีแม้ภาครัฐจะออกนโยบายกระตุ้นการจับจ่ายไม่ครอบคลุมถึงกลุ่มของขวัญของชำร่วย เนื่องจากในปีนี้ผู้ประกอบการไม่ได้รับผลกระทบจากนโยบาย No Gift Policy อย่างเช่นปีที่ผ่านมา โดยคาดการณ์ว่ากลุ่มสินค้า Seasonal Gift โดยเฉพาะกระเช้าของขวัญจะมีมูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท
ทั้งนี้แม้ภาพรวมในตลาดของขวัญช่วงปลายปีจะมีแนวโน้มการเติบโตที่ดีขึ้น แต่ส่วนใหญ่เป็นการเติบโตในส่วนของช่องทางออนไลน์ ที่ไม่ได้อยู่ในระบบโดยเฉพาะเรื่องการค้าออนไลน์ข้ามชาติ ที่เน้นสินค้าราคาถูก แต่คุณภาพยังไม่ได้มาตรฐาน ทำให้ทางสมาคมต้องการมีปรับแผนในการดำเนินงานบ้างเล็กน้อย ด้วยการเชิญผู้ประกอบการในส่วนของช่องทางออนไลน์มาร่วมในงานเทศกาลของขวัญต่างๆที่จะจัดขึ้น หรือเรียกว่ามีการนำกลยุทธ์ทางการตลาดแบบ O2O (Online to Offline) ซึ่งจะเป็นการเพิ่มช่องทางให้ผู้บริโภคได้มีโอกาสเห็นสินค้าจริงก่อนตัดสินใจซื้อ อีกทั้งยังช่วยให้ผู้ประกอบการร้านค้าออนไลน์ได้สังเกตพฤติกรรมผู้บริโภคได้อย่างใกล้ชิด
“ในส่วนของงาน Gift Fest 2018 และอีก 2 งานที่จะจัดขึ้นในช่วงปลายปีที่จะถึงนี้ ทางเราได้มีการเชิญผู้ค้าออนไลน์เข้ามาร่วมออกบูธภายในงานเพื่อสร้างทางเลือกที่หลากหลายให้แก่ลูกค้า ซึ่งแน่นอนว่าทางร้านค้าต่างๆ ก็ยินดีที่จะเข้าร่วมงาน เนื่องจากการมีช่องทางออนไลน์เป็นของตัวเองแล้ว การมีหน้าร้านหรือออฟไลน์ก็ถือเป็นส่วนสำคัญในการสร้างยอดขายอีกด้วย”
อย่างไรก็ตามภาพรวมตลาดฟื้นตัวส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากในส่วนของตลาดส่งออกทั้งผลิตภัณฑ์ของขวัญและสินค้าเชิงไลฟ์สไตล์ มีอัตราการเติบโตที่ดีขึ้น 4.5% ในช่วงที่ผ่านมา หรือมีมูลค่ากว่า 2.4 หมื่นล้านบาท ซึ่งการเติบโตดังกล่าวส่วนหนึ่งได้รับอานิสงส์มาจากปัญหาสงครามการค้าระหว่างจีน-สหรัฐฯ(Trade War) ที่ทำให้ผู้ประกอบการไทยสามารถส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐอเมริกาได้มากขึ้น โดยสามารถขยายส่วนแบ่งทางการตลาดได้แล้วกว่า 35% ซึ่งจะทำให้ภาพรวมตลาดของขวัญที่ระลึกยังสามารถเติบโตได้ต่อเนื่อง โดยคาดการณ์ว่าในส่วนของตลาดส่งออกจะสามารถสร้างการเติบโตได้เกิน 5% มีมูลค่ามากกว่า 2.5 หมื่นล้านบาท
หน้า 34 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ | ฉบับ 3,425 ระหว่างวันที่ 9-12 ธันวาคม 2561
นายจิรบูลย์ วิทยสิงห์ นายกสมาคมของขวัญของชำร่วยไทย และของตกแต่งบ้าน เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ภาพรวมตลาดของขวัญของชำร่วยและของแต่งบ้านในช่วงที่ผ่านมามีการเติบโตอยู่ในระดับทรงตัวเมื่อเทียบจากปีก่อนที่ตกลงมากว่า 20% ซึ่งต้องยอมรับว่าปีที่ผ่านมาภาพรวมตลาดของขวัญในช่วงปลายปีตกลงไปมาก เนื่องจากได้รับผลกระทบจากปัจจัยลบหลายภาคส่วน ทั้งในเรื่องของกำลังซื้อในระดับกลาง-ล่างที่ยังคงชะลอตัว ขณะที่เรื่องของนโยบาย No Gift Policy ที่ทำให้ลูกค้าองค์กรลดลงไปอย่างมาก ซึ่งแม้ในปีนี้ภาพรวมตลาดจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา แต่ทว่าเป็นการเติบโตฐานของตลาดที่ตกลงมากว่า 20% ทำให้ภาพรวมในช่วงโค้งท้ายนี้ยังคงทรงตัว จากประมาณการเดิมที่มองว่าตลาดของขวัญช่วงปลายปีน่าจะมีการเติบโตได้ที่ 10-15%
[caption id="attachment_358141" align="aligncenter" width="493"]
“ปกติตั้งแต่ช่วงสิงหาคม-กันยายนเป็นต้นไป ผู้ประกอบการของขวัญจะเริ่มได้รับคำสั่งซื้อสินค้าจากลูกค้าองค์กรมาบ้างแล้ว และจะเริ่มมีการส่งมอบ ออร์เดอร์ในช่วงพฤศจิกายน แต่ทว่าจนช่วงเดือนที่ผ่านมายังไม่มีการสั่งซื้อของขวัญจากหน่วยงานต่างๆมากนักซึ่งส่วนหนึ่งอาจจะยังคงมีความกังวลเกี่ยวกับนโยบาย No Gift Policy ของภาครัฐนั่นเองเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ภาพรวมตลาดไม่คึกคักเท่าที่ควร”
ขณะที่กลุ่มสินค้าที่ได้รับความนิยมแบ่งออกเป็นกลุ่ม Promotional Gift หรือของขวัญเพื่อส่งเสริมการขายมีมูลค่าราว 8,000 ล้านบาท ซึ่งอยู่ในระดับทรงตัวเป็นผลจากสภาพเศรษฐกิจที่ผ่านมาไม่ได้เติบโตแบบโดดเด่นมากนัก โดยส่วนหนึ่งเป็นผลกระทบมาจากกำลังซื้อในระดับกลาง-ล่างที่ยังคงชะลอตัว ขณะที่กลุ่ม Food Gift และสินค้าของที่ระลึกเป็นสินค้าซื้อขายสำหรับนักท่องเที่ยวที่ผ่านมามีการเติบโตในอัตราเฉลี่ย 5-6% มีมูลค่าราว 4 หมื่นล้านบาท และสินค้ากลุ่ม Seasonal Gift หรือ ของขวัญตามเทศกาลและฤดูกาลอยู่ในระดับที่ทรงตัวเช่นกัน และคาดการณ์ว่าจะเพิ่มสูงขึ้นในช่วงปลายปีแม้ภาครัฐจะออกนโยบายกระตุ้นการจับจ่ายไม่ครอบคลุมถึงกลุ่มของขวัญของชำร่วย เนื่องจากในปีนี้ผู้ประกอบการไม่ได้รับผลกระทบจากนโยบาย No Gift Policy อย่างเช่นปีที่ผ่านมา โดยคาดการณ์ว่ากลุ่มสินค้า Seasonal Gift โดยเฉพาะกระเช้าของขวัญจะมีมูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท
ทั้งนี้แม้ภาพรวมในตลาดของขวัญช่วงปลายปีจะมีแนวโน้มการเติบโตที่ดีขึ้น แต่ส่วนใหญ่เป็นการเติบโตในส่วนของช่องทางออนไลน์ ที่ไม่ได้อยู่ในระบบโดยเฉพาะเรื่องการค้าออนไลน์ข้ามชาติ ที่เน้นสินค้าราคาถูก แต่คุณภาพยังไม่ได้มาตรฐาน ทำให้ทางสมาคมต้องการมีปรับแผนในการดำเนินงานบ้างเล็กน้อย ด้วยการเชิญผู้ประกอบการในส่วนของช่องทางออนไลน์มาร่วมในงานเทศกาลของขวัญต่างๆที่จะจัดขึ้น หรือเรียกว่ามีการนำกลยุทธ์ทางการตลาดแบบ O2O (Online to Offline) ซึ่งจะเป็นการเพิ่มช่องทางให้ผู้บริโภคได้มีโอกาสเห็นสินค้าจริงก่อนตัดสินใจซื้อ อีกทั้งยังช่วยให้ผู้ประกอบการร้านค้าออนไลน์ได้สังเกตพฤติกรรมผู้บริโภคได้อย่างใกล้ชิด
“ในส่วนของงาน Gift Fest 2018 และอีก 2 งานที่จะจัดขึ้นในช่วงปลายปีที่จะถึงนี้ ทางเราได้มีการเชิญผู้ค้าออนไลน์เข้ามาร่วมออกบูธภายในงานเพื่อสร้างทางเลือกที่หลากหลายให้แก่ลูกค้า ซึ่งแน่นอนว่าทางร้านค้าต่างๆ ก็ยินดีที่จะเข้าร่วมงาน เนื่องจากการมีช่องทางออนไลน์เป็นของตัวเองแล้ว การมีหน้าร้านหรือออฟไลน์ก็ถือเป็นส่วนสำคัญในการสร้างยอดขายอีกด้วย”
อย่างไรก็ตามภาพรวมตลาดฟื้นตัวส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากในส่วนของตลาดส่งออกทั้งผลิตภัณฑ์ของขวัญและสินค้าเชิงไลฟ์สไตล์ มีอัตราการเติบโตที่ดีขึ้น 4.5% ในช่วงที่ผ่านมา หรือมีมูลค่ากว่า 2.4 หมื่นล้านบาท ซึ่งการเติบโตดังกล่าวส่วนหนึ่งได้รับอานิสงส์มาจากปัญหาสงครามการค้าระหว่างจีน-สหรัฐฯ(Trade War) ที่ทำให้ผู้ประกอบการไทยสามารถส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐอเมริกาได้มากขึ้น โดยสามารถขยายส่วนแบ่งทางการตลาดได้แล้วกว่า 35% ซึ่งจะทำให้ภาพรวมตลาดของขวัญที่ระลึกยังสามารถเติบโตได้ต่อเนื่อง โดยคาดการณ์ว่าในส่วนของตลาดส่งออกจะสามารถสร้างการเติบโตได้เกิน 5% มีมูลค่ามากกว่า 2.5 หมื่นล้านบาท
หน้า 34 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ | ฉบับ 3,425 ระหว่างวันที่ 9-12 ธันวาคม 2561






