thansettakij
thansettakij
ยีนส์2.2หมื่นล.แข่งดุ ‘ลี’ท้าชนฟาสต์แฟชั่น

ยีนส์2.2หมื่นล.แข่งดุ ‘ลี’ท้าชนฟาสต์แฟชั่น

04 ธ.ค. 61 | 09:08 น.
อัปเดตล่าสุด :04 ธ.ค. 61 | 16:08 น.
ตลาดยีนส์ 2.2 หมื่นล้านบาทเมืองไทยแข่งดุ “ลี” เร่งปรับทัพส่งคอลเลกชัน “Urban Rider” ท้าชนฟาสต์แฟชั่น พร้อมขยายช่องทางจำหน่ายอี-คอมเมิร์ซเพิ่ม หวังขยายฐานคนรุ่นใหม่ ล่าสุดเปิดแฟล็กชิพสโตร์โมเดลไทย ภายใต้สโลแกนใหม่ Move Your Lee รุกตลาด

S__6160392

นางสาวนันทวรรณ สุวรรณเดช ผู้ช่วยกรรมการ ผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท เซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ปฯ ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายเสื้อผ้าแฟชั่นภายใต้แบรนด์ ลี แรงเลอร์ และลีคูเปอร์ เปิดเผยว่า แผนการดำเนินงานบริษัทในปีหน้าจะยังคงเดินหน้ารุกตลาดอย่างต่อเนื่อง ผ่านงบประมาณทางการตลาดตลอดทั้งปีที่ 40 ล้านบาท ควบคู่กับการขยายสาขาใหม่ 2-3 สาขา ในพื้นที่ศูนย์การค้ามากขึ้น จากปัจจุบันที่มีประมาณ 40 สาขา ผ่านงบประมาณสาขาละ 2 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีการรีเฟรชสาขาเดิมที่มีอยู่ 7 สาขา แบ่งเป็นกรุงเทพฯ 3 สาขา และต่างจังหวัด 4 สาขา เพื่อให้มีภาพลักษณ์ที่สดใหม่ ทันสมัยตลอดเวลา หลังจากที่ล่าสุดบริษัทได้เปิดสาขาแฟล็กชิฟสโตร์แห่งแรกที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ภายใต้สโลแกนใหม่ Move Your Lee ที่สื่อถึง “เปิดรับทุกจังหวะของชิวีตอย่างมีสไตล์” โดยมีคอนเซ็ปต์ผสมผสานวัฒนธรรมความเป็นไทยเข้ามาเป็นธีมสำคัญในการตกแต่งร้าน

[caption id="attachment_355160" align="aligncenter" width="503"] นันทวรรณ สุวรรณเดช นันทวรรณ สุวรรณเดช[/caption]

นอกจากนี้ยังมีการขยายเข้าไปในอี-คอมเมิร์ซในหลากหลายช่องทางเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น เซ็นทรัลออนไลน์,Outlet21, chat&shop เป็นต้น โดยวางเป้าหมายเพิ่มยอดขายที่มาจากช่องทางอี-คอมเมิร์ซเติบโตขึ้นเป็น 2 เท่าหรือมียอดขายที่ 40 ล้านบาท จากปีนี้ที่มียอดขายมาจากช่องทางดังกล่าว 20 ล้านบาท

พร้อมกันนี้ยังได้เปิดตัวคอลเลกชัน Urban Rider ออกมารองรับการแข่งขันในตลาดแฟชั่นเมืองไทยที่ค่อนข้างรุนแรงจนกลายเป็นเรดโอเชี่ยน โดยเฉพาะในตลาดฟาสต์แฟชั่นที่มีการแข่งขันสูงอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันการขยายไลน์สินค้าเข้าไปยังกลุ่มคนรุ่นใหม่นั้นยังถือเป็นการรองรับการแข่งขันในตลาดยีนส์ที่ผู้เล่นแต่ละรายเริ่มมีการปรับตัวพร้อมทั้งปรับภาพลักษณ์แบรนด์ให้มีความสดใหม่ (Young) มากขึ้น เพื่อให้สามารถสอดรับกับพฤติกรรมการช็อปปิ้งของคนรุ่นใหม่ ซึ่งมองว่าถ้าหากแต่ละแบรนด์ไม่มีการปรับตัวตั้งแต่ตอนนี้ก็จะส่งผลให้ช่องว่างระหว่างแต่ละคอลเลกชันและช่วงอายุมีความห่างมากขึ้น และจะทำให้การทำตลาดในอนาคตมีความยากมากขึ้น”

S__6160391

ทั้งนี้บริษัทยังคงวางเป้าหมายการเติบโตในสิ้นปีนี้ไว้ที่ 5% หรือคิดเป็นยอดขายราว 1,500 ล้านบาท แม้จะมีปัจจัยลบด้านจำนวนนักท่องเที่ยวจีนซึ่งถือเป็นกลุ่มลูกค้าหลักกว่า 40% ของบริษัทลดลงอย่างเห็นได้ชัดในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา (ก.ค.-ต.ค.) ส่งผลให้ยอดขายของแบรนด์ลีเติบโตเหลือ 3% จากช่วงครึ่งปีแรกแบรนด์ลีมียอดขายเติบโต 5% ขณะที่ในปีหน้าคาดการณ์ว่าจะมีการเติบโตที่ 6% จากมูลค่าตลาดรวมยีนส์ 2.2 หมื่นล้านบาทและมีการเติบโตที่ 6% ในปีนี้

S__6160387

“นักท่องเที่ยวจีนจะซื้อยีนส์ลีในประเทศไทยมากกว่าซื้อในประเทศของตัวเอง เนื่องจากคุณภาพของสินค้า รวมถึงราคายังถูกกว่าที่จำหน่ายในประเทศจีน 40% หรือยอดการใช้จ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 6,000-7,000 บาทต่อครั้ง และบางครั้งมียอดการซื้อสูงถึง 2 หมื่นบาทต่อครั้ง โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ ซึ่งแน่นอนว่าเพื่อให้บรรลุเป้าการเติบโตที่ 5% ในสิ้นปี ตลอดช่วง 2 เดือนที่เหลือ พฤศจิกายน-ธันวาคม นี้ เพื่อเป็นการกระตุ้นตลาดในเชิงรุกและดึงยอดขายกลับคืนมา หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้รับผลกระทบในระดับหนึ่งจากปัญหาที่นักท่องเที่ยวจีนลดลงไปจำนวนหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นการจะเร่งทำกิจกรรมส่งเสริมการขายหลายรูปแบบเพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าเป้าหมายต่างจังหวัดเป็นหลัก โดยร่วมมือกับทางห้างสรรพสินค้าโรบินสันและเซ็นทรัล ทั้งในช่องทางที่เป็นเคาน์เตอร์และลานอีเวนต์ทั่วไปของห้าง โดยวางเป้าหมายกระตุ้นยอดซื้อต่อบิลในตลาด ต่างจังหวัดจาก 3,000 บาทต่อครั้ง เป็น 5,000 บาทต่อครั้ง”

S__6160398

หน้า 36 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ | ฉบับ 3,423 ระหว่างวันที่ 2-5 ธันวาคม 2561

ดาวน์โหลดอีบุ๊กแทรกข่าว