
PCSGH เล็งขยายการผลิตชิ้นส่วนประเภทอื่นเพิ่ม
บมจ. พี.ซี.เอส. แมชีน กรุ๊ป โฮลดิ้ง หรือ PCSGH หนึ่งในผู้นำการผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ ระดับ Tier-1 ของไทย โชว์รายได้ปี 2558 เติบโต 2% มียอดขาย 4,092.3 ล้านบาท กำไรสุทธิ 541.7 ล้านบาท จ่ายปันผลหุ้นละ 0.12 บาท Dividend Yield มากกว่า 6% เดินหน้าผลิตชิ้นส่วนโครงการใหม่ร่วม 10 โครงการ
นายประสงค์ อดุลยรัตนนุกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พี.ซี.เอส. แมชีน กรุ๊ป โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ PCSGH เปิดเผยว่า “ผลการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทฯ ในปี 2558 ตั้งแต่เดือนมกราคม-ธันวาคม บริษัทหลักและบริษัทย่อย มีรายได้จากการขาย 4,092.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.9% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 541.7 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 0.35 บาท โดยกลุ่มบริษัทฯ มีการขยายสายการผลิต รับงานผลิตชิ้นส่วนรถบรรทุกขนาดใหญ่ (Big Truck) และรถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ (Big Bike) รวมถึงผลิตชิ้นส่วนนอกกลุ่มยานยนต์อื่นๆ ภายใต้สภาวะการแข่งขันที่ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น ทำให้กำไรสุทธิลดลง นอกจากนี้ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้น มาจากค่าเสื่อมราคาเพิ่มขึ้นจากการลงทุนเครื่องจักรและอุปกรณ์ เพื่อเตรียมการผลิตสำหรับโครงการใหม่ๆ กว่า 10 โครงการ และมีการใช้วัตถุดิบไปในการทดลองผลิตตามโครงการใหม่ ๆ ดังกล่าว”
“คณะกรรมการบริษัทมีมติเป็นเอกฉันท์เห็นชอบให้นำเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาอนุมัติการจ่ายเงินปันผลงวดนี้ ในอัตราหุ้นละ 0.12 บาท จากจำนวนหุ้นทั้งหมด 1,525 ล้านหุ้น (หักหุ้นซื้อคืนเป็นจำนวน 20 ล้านหุ้นแล้ว) รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 183 ล้านบาท ซึ่งเมื่อรวมกับเงินปันผล 0.20 บาทต่อหุ้นที่จ่ายไปเมื่อเดือนกันยายน 2558 จะรวมเป็น 0.32 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราส่วนเงินปันผลตอบแทน (dividend yield) 6.3% โดยจะขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 29 เมษายน 2559 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 19 พฤษภาคม 2559”
นายประสงค์ กล่าวต่อว่า “เมื่อปีที่ผ่านมาเราได้งานผลิตชิ้นส่วนรถบรรทุกขนาดใหญ่ หรือ Big Truck เพิ่มมาอีกกว่า 700 ล้านบาท รวมมูลค่าโครงการทั้งหมด 1,200 ล้านบาท อายุโครงการ 6-7 ปี จะเริ่มรับรู้รายได้ในไตรมาส 4 ปีนี้ ส่วนงานผลิตชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ หรือ บิ๊กไบค์ มูลค่าโครงการ 200 ล้านบาท เริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่กลางปีนี้เป็นต้นไป สำหรับงานผลิตชิ้นส่วนนอกกลุ่มยานยนต์ จะเริ่มทยอยส่งมอบให้กับลูกค้าบางราย ตั้งแต่ไตรมาส 3 ปีนี้เช่นกัน และเรายังมีแผนขยายงานผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ประเภทอื่นเพิ่มเติม ซึ่งจะทำให้กลุ่มบริษัทฯ มีจำนวนงานที่เพิ่มขึ้น และพร้อมรับรู้รายได้ภายในปี 2560”
ในส่วนของการลดต้นทุน บริษัท พี.ซี.เอส. พรีซิชั่น เวิร์ค จำกัด หรือ PCW หนึ่งในกลุ่มบริษัทฯ ได้รับอนุญาตจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ให้ดำเนินโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคาโรงงาน หรือ Solar Rooftop ขนาด 5 เมกะวัตต์ วงเงินงบประมาณลงทุน 175 ล้านบาท เพื่อผลิตไฟฟ้าใช้ในโรงงาน คาดว่าจะเริ่มจ่ายกระแสไฟฟ้าได้ราวต้นไตรมาส 2 ของปีนี้ โดยตั้งเป้าหมายลดต้นทุนค่าไฟฟ้าได้กว่า 20 ล้านบาทต่อปี ตลอดช่วงอายุโครงการ 25 ปี
ทั้งนี้ บริษัท พี.ซี.เอส. แมชีน กรุ๊ป โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ PCSGH เป็น 1 ในผู้ผลิตชิ้นส่วนหลักของอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับ Tier-1 ที่มีทุนจดทะเบียน 1,545 ล้านบาท มีเทคโนโลยีและ โนว์ฮาวการผลิตระดับสูง มีสถานะการเงินที่แข็งแกร่ง รวมถึงมีฐานลูกค้าที่มั่นคงอย่างบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ ชั้นนำระดับโลกจากประเทศญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และยุโรปมากว่า 30 ปี บริษัทฯ มีการบริหารงานในลักษณะ บริษัทโฮลดิ้ง (Holding Company) ที่มีการลงทุน และถือหุ้น 100% ในบริษัทย่อย 3 บริษัท ได้แก่ บริษัท พี.ซี.เอส. พรีซิชั่น เวิร์ค จำกัด, บริษัท พี.ซี.เอส. ได คาสติ้ง จำกัด และบริษัท พี.ซี.เอส. ฟอร์จจิ้ง จำกัด
นายประสงค์ อดุลยรัตนนุกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พี.ซี.เอส. แมชีน กรุ๊ป โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ PCSGH เปิดเผยว่า “ผลการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทฯ ในปี 2558 ตั้งแต่เดือนมกราคม-ธันวาคม บริษัทหลักและบริษัทย่อย มีรายได้จากการขาย 4,092.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.9% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 541.7 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 0.35 บาท โดยกลุ่มบริษัทฯ มีการขยายสายการผลิต รับงานผลิตชิ้นส่วนรถบรรทุกขนาดใหญ่ (Big Truck) และรถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ (Big Bike) รวมถึงผลิตชิ้นส่วนนอกกลุ่มยานยนต์อื่นๆ ภายใต้สภาวะการแข่งขันที่ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น ทำให้กำไรสุทธิลดลง นอกจากนี้ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้น มาจากค่าเสื่อมราคาเพิ่มขึ้นจากการลงทุนเครื่องจักรและอุปกรณ์ เพื่อเตรียมการผลิตสำหรับโครงการใหม่ๆ กว่า 10 โครงการ และมีการใช้วัตถุดิบไปในการทดลองผลิตตามโครงการใหม่ ๆ ดังกล่าว”
“คณะกรรมการบริษัทมีมติเป็นเอกฉันท์เห็นชอบให้นำเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาอนุมัติการจ่ายเงินปันผลงวดนี้ ในอัตราหุ้นละ 0.12 บาท จากจำนวนหุ้นทั้งหมด 1,525 ล้านหุ้น (หักหุ้นซื้อคืนเป็นจำนวน 20 ล้านหุ้นแล้ว) รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 183 ล้านบาท ซึ่งเมื่อรวมกับเงินปันผล 0.20 บาทต่อหุ้นที่จ่ายไปเมื่อเดือนกันยายน 2558 จะรวมเป็น 0.32 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราส่วนเงินปันผลตอบแทน (dividend yield) 6.3% โดยจะขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 29 เมษายน 2559 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 19 พฤษภาคม 2559”
นายประสงค์ กล่าวต่อว่า “เมื่อปีที่ผ่านมาเราได้งานผลิตชิ้นส่วนรถบรรทุกขนาดใหญ่ หรือ Big Truck เพิ่มมาอีกกว่า 700 ล้านบาท รวมมูลค่าโครงการทั้งหมด 1,200 ล้านบาท อายุโครงการ 6-7 ปี จะเริ่มรับรู้รายได้ในไตรมาส 4 ปีนี้ ส่วนงานผลิตชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ หรือ บิ๊กไบค์ มูลค่าโครงการ 200 ล้านบาท เริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่กลางปีนี้เป็นต้นไป สำหรับงานผลิตชิ้นส่วนนอกกลุ่มยานยนต์ จะเริ่มทยอยส่งมอบให้กับลูกค้าบางราย ตั้งแต่ไตรมาส 3 ปีนี้เช่นกัน และเรายังมีแผนขยายงานผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ประเภทอื่นเพิ่มเติม ซึ่งจะทำให้กลุ่มบริษัทฯ มีจำนวนงานที่เพิ่มขึ้น และพร้อมรับรู้รายได้ภายในปี 2560”
ในส่วนของการลดต้นทุน บริษัท พี.ซี.เอส. พรีซิชั่น เวิร์ค จำกัด หรือ PCW หนึ่งในกลุ่มบริษัทฯ ได้รับอนุญาตจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ให้ดำเนินโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคาโรงงาน หรือ Solar Rooftop ขนาด 5 เมกะวัตต์ วงเงินงบประมาณลงทุน 175 ล้านบาท เพื่อผลิตไฟฟ้าใช้ในโรงงาน คาดว่าจะเริ่มจ่ายกระแสไฟฟ้าได้ราวต้นไตรมาส 2 ของปีนี้ โดยตั้งเป้าหมายลดต้นทุนค่าไฟฟ้าได้กว่า 20 ล้านบาทต่อปี ตลอดช่วงอายุโครงการ 25 ปี
ทั้งนี้ บริษัท พี.ซี.เอส. แมชีน กรุ๊ป โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ PCSGH เป็น 1 ในผู้ผลิตชิ้นส่วนหลักของอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับ Tier-1 ที่มีทุนจดทะเบียน 1,545 ล้านบาท มีเทคโนโลยีและ โนว์ฮาวการผลิตระดับสูง มีสถานะการเงินที่แข็งแกร่ง รวมถึงมีฐานลูกค้าที่มั่นคงอย่างบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ ชั้นนำระดับโลกจากประเทศญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และยุโรปมากว่า 30 ปี บริษัทฯ มีการบริหารงานในลักษณะ บริษัทโฮลดิ้ง (Holding Company) ที่มีการลงทุน และถือหุ้น 100% ในบริษัทย่อย 3 บริษัท ได้แก่ บริษัท พี.ซี.เอส. พรีซิชั่น เวิร์ค จำกัด, บริษัท พี.ซี.เอส. ได คาสติ้ง จำกัด และบริษัท พี.ซี.เอส. ฟอร์จจิ้ง จำกัด






