thansettakij
thansettakij
Think big - Move fast - Go forward เติมพลัง‘นักการตลาด’ยุคใหม่

Think big - Move fast - Go forward เติมพลัง‘นักการตลาด’ยุคใหม่

08 ธ.ค. 61 | 10:23 น.
อัปเดตล่าสุด :08 ธ.ค. 61 | 17:23 น.
ในวันที่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน และเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามา ส่งผลให้นักการตลาดและแบรนด์ต้องเร่งปรับตัวและหาวิธีสื่อสารและกลยุทธ์ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค บทบาทของนักการตลาดในวันนี้จึงต้องเปลี่ยนไป และสะท้อนอีกมุมมองผ่านเวทีสัมมนา วันนักการตลาด 2018 ที่จัดขึ้นในหัวข้อ“Market preneurship: Think big - Move fast -Go forward” เมื่อพลังแห่งโลกการตลาดยุคใหม่และเชื่อมโยงจุดแข็งของนักการตลาด และหัวใจผู้ประกอบการเข้าด้วยกัน

จากโกลบัลสู่โลคัล

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ นายกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า เทรนด์การตลาดใน 1-2 ปีนี้จะเริ่มเปลี่ยนจาก Globalization เป็น Localization มากขึ้นเป็นการเติบโตจากภายในสู่ภายนอก ผู้ประกอบการภายในประเทศจะมีโอกาสเติบโตมากขึ้น ขณะเดียวกันองค์กร เจ้าของกิจการและนักการตลาดต้องปรับตัว เพราะการพึ่งพายอดขายโดยผ่านการสร้างแบรนด์ด้วยโฆษณาประชาสัมพันธ์อย่างเดียวนั้นไม่พออีกต่อไป วิธีคิด วิธีปฏิบัติของผู้ประกอบการรายย่อยที่ถนัดด้านการผลิตจะต้องมีหัวใจของนักการตลาด พร้อมกับเป็นนักวางยุทธศาสตร์ ขณะที่องค์กรใหญ่ต้องปรับตัวให้มีความฉับไวและยืดหยุ่นแบบผู้ประกอบการรายย่อย

“ในปี 2562 เทคโนโลยีที่น่าจับตามองคือเรื่องของ Connected Clound, Chatbots, Data Analytic และการนำ Data ไปใช้รวมถึงเทคโนโลยีอื่นๆ เช่น loT, AI เป็นต้น ขณะเดียวกันในปัจจุบันผู้ที่จะชนะในน่านนํ้าของการแข่งขันยุคใหม่ ไม่ได้วัดกันที่เป็นปลาใหญ่ หรือ ปลาไว แต่ต้องเป็นปลาที่ใช่ หรือThe Right ซึ่งหัวใจแห่งความสำเร็จ ประกอบด้วย 5 ใช่ คือ Right-People, Right Product, Right Purpose, Right Approach และ Right Time”

[caption id="attachment_353616" align="aligncenter" width="503"] อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์[/caption]

หัวใจหลักของแบรนด์

นางดั่งใจถวิล อนันตชัย ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ และกรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเทจ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ผู้บริโภคในปัจจุบันมีความคาดหวังสิ่งที่ต้องการจากแบรนด์คือ “Trust” ซึ่งประกอบด้วย Tranparency, Right Time, Uniquely Me, Seamless และ Trustworthy ยกตัวอย่างเช่น ในอดีตที่ผ่านมาหากมีแบรนด์ใดที่ทำผิด หรือทำให้ผู้บริโภครู้สึกผิดหวังในแบรนด์ อาจจะมีวิธีแก้ไขโดยการออกมาขอโทษและจบ แต่ในปัจจุบันการออกมาขอโทษเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอเพราะนอกจากแบรนด์ต้องออกมาแสดงความรับผิดชอบขอโทษแล้ว ยังต้องออกมาสื่อสารเพิ่มเติมหรือแจ้งด้วยว่าจะมีวิธีแก้ไขเรื่องดังกล่าวอย่างไร

“แม้ในวันนี้จะมีเทคโนโลยี หรือกลยุทธ์การตลาดมากมายแต่สิ่งสำคัญของหัวใจนักการตลาดในยุคนี้คือ Purpose หรือเป้าประสงค์ของแบรนด์ที่ต้องการเจตนาสื่อสารอะไร และสามารถทำตามสัญญาได้อย่างวันแรกที่สื่อสารหรือไม่ เพราะเมื่อมองดูวันนี้สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปมีเพียง Platform และ Tools เท่านั้นที่เข้ามาเพิ่มและเปลี่ยนแปลงไป แต่เมื่อมาสำรวจพฤติกรรมของผู้บริโภคในยุคปัจจุบันกับอดีตยังคงเหมือนกัน ดังนั้นหน้าที่ของแบรนด์คือการ Purpose ให้ชัดพร้อมขับเคลื่อน Passion และไปสู่การ Promise”

สินค้าดี การตลาดดี

ภก.ดร.แสงสุข พิทยานุกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท สมูทอี จำกัด กล่าวว่า สิ่งที่แบรนด์ต้องทำอย่างแรกคือการผลิตสินค้าให้มีคุณภาพ หลังจากนั้นค่อยทำการตลาดควบคู่กัน หรือ Good Innovation : Good Marketing แต่หากแบรนด์ใดที่ทำสินค้าไม่มีคุณภาพและขาดการทำการตลาดอีก ความสำเร็จของแบรนด์คงเกิดขึ้นได้ยาก ขณะเดียวกันธุรกิจที่จะประสบความสำเร็จต้องประกอบด้วย Motivation, Ability, Opportunity, Innovation และ MKTG พร้อมทั้งหลักสำคัญของผู้ประกอบการ (Entrepreneur) คือ 4Ps ได้แก่ Passion,  Practice, Persistence และ Perseverance 090861-1927-9-335x503-335x503

อีกทั้งเรื่องอารมณ์และการตัดสินใจซื้อเป็นเรื่องสำคัญ เนื่องจากที่ผ่านมามีข้อมูลพฤติกรรมการตัดสินใจซื้อสินค้าของผู้บริโภคจำนวนอัตรากว่า 90% มาจากการตัดสินใจซื้อด้วยอารมณ์ (Emotional) และ 10% มาจากการซื้อด้วยเหตุผล ดังนั้นนักการตลาดต้องเรียนรู้วิธีการสื่อสาร และการเล่าเรื่องราวของแบรนด์หรือสินค้า Content  Story Telling ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญของนักการตลาด ขณะเดียวกันที่ผ่านมามีบางประโยคที่น่าสนใจคือ Sale ที่เก่งที่สุดไม่ต้องขายของ และ Marketer ที่เก่งที่สุดต้องไม่ทำการตลาด

รายงาน : ปัทมาภรณ์ ทองล้วน

หน้า 34 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ | ฉบับ 3,422 ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน -1 ธันวาคม 2561 ดาวน์โหลดอีบุ๊กแทรกข่าว