
ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง หลังจากมากกว่า 15 ประเทศจะเข้าร่วมประชุมหารือเพื่อที่จะคงกำลังการผลิตน้ำมันดิบไว้
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์พลังงาน บมจ.ไทยออยล์ วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน ประจำวันที่ 3 มีนาคม 2559
+ ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 3 วันติดต่อกัน เนื่องจากนักลงทุนให้ความสนใจกับการที่โอเปกมีการวางแผนที่จะคงกำลังการผลิตเอาไว้ ถึงแม้ว่าปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ จะปรับตัวเพิ่มขึ้นก็ตาม โดยนายยูโรจิโอ เดล ปิโน รัฐมนตรีน้ำมันของเวเนซูเอล่า ซึ่งเป็นสมาชิกของกลุ่มโอเปกได้ออกมาว่ากล่าวว่า มีมากกว่า 15 ประเทศที่จะเข้าร่วมการประชุมที่จะถึงนี้ เพื่อที่จะหารือถึงการคงระดับกำลังการผลิตเอาไว้เท่ากับเดือน ม.ค. 59 และวิธีการอื่นๆ ที่น่าจะเป็นไปได้ เพื่อที่จะรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันดิบไว้ โดยจาก 2 สัปดาห์ครึ่งที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่าการตรึงกำลังการผลิตเอาไว้ที่ระดับเดียวกับเดือน ม.ค. 59 นั้น ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้นมาแล้วถึง 25% จากระดับต่ำสุดในรอบ 12 ปีในเดือน ก.พ. 59
+ นักวิเคราะห์ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นว่า ราคาน้ำมันดิบน่าจะค่อยๆ ปรับตัวเพิ่มขึ้นตลอดปีนี้ และมีความเชื่อว่าราคาน้ำมันดิบได้ผ่านพ้นจุดต่ำสุดไปแล้ว ยกเว้นว่าเศรษฐกิจโลกจะกลับมาตกต่ำอีกครั้งหนึ่ง แต่อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์ก็คาดการณ์ว่าถ้ามีการขายน้ำมันดิบออกไปเพิ่มมากขึ้น จะทำให้ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังปรับตัวเพิ่มมากขึ้นอีก เนื่องจากกำลังจะเข้าสู่ช่วงฤดูกาลปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นน้ำมันในสหรัฐฯ
- สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐฯ (EIA) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ประจำสัปดาห์ สิ้นสุด ณ วันที่ 26 ก.พ. ปรับตัวสูงขึ้นสู่ระดับสูงสุดติดต่อกันเป็นเวลา 3 สัปดาห์ โดยปริมาณน้ำมันดิบคงคลังปรับเพิ่มขึ้น 10.4 ล้านบาร์เรล มาอยู่ที่ระดับ 518 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ถึง 3 เท่า ขณะที่ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ณ จุดส่งมอบคุชชิ่ง โอกลาโฮมา ก็ได้ปรับเพิ่มขึ้น 1.2 ล้านบาร์เรล มาอยู่ที่ระดับ 66.3 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเช่นกัน
ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากอุปสงค์ในภูมิภาคค่อนข้างตึงตัว อีกทั้งโรงกลั่นในภูมิภาคเร่งกำลังการผลิตน้ำมันเบนซินเพื่อทำกำไร ยกเว้นอุปสงค์จากประเทศอินโดนีเซียที่ปรับตัวตัวเพิ่มขึ้น
ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวเพิ่มขึ้นสวนทางราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากอุปทานน้ำมันดีเซลยังคงตึงตัวในภูมิภาค หลังจากที่โรงกลั่นน้ำมันในหลายๆ ประเทศยังปิดซ่อมบำรุงอยู่ อย่างไรก็ตามยังได้รับแรงกดดันจากอุปสงค์ในภูมิภาคที่ยังคงเบาบาง
ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบสัปดานี้
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 28-35 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล
ราคาน้ำมันดิบเบรนด์เคลื่อนไหวในกรอบ 30-37 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล
ปัจจัยน่าจับตามอง
ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ คาดว่าจะอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องหลังตัวเลขสิ้นสุด ณ วันที่ 19 ก.พ. ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับสูงสุดในรอบประวัติการณ์ที่ 507.6 ล้านบาร์เรล ทำให้ตลาดกังวลว่าถังเก็บน้ำมัน ซึ่งอาจส่งผลให้มีการเก็บน้ำมันดิบบนเรือ (Floating Storage)
การประชุมนัดพิเศษระหว่างประเทศสมาชิกในกลุ่มโอเปกและรัสเซียที่จะมีขึ้นอีกครั้งในช่วงเดือนกลางเดือนมีนาคมที่จะเจรจาเพื่อหาข้อตกลงในการคงปริมาณการผลิตน้ำมันดิบไว้ที่ระดับการผลิตเดือนมกราคมได้หรือไม่ หลังที่ผ่านมาผลของการเจรจาไม่คืบหน้าเนื่องจากอิหร่านยังคงไม่เห็นด้วยกับข้อตกลงดังกล่าว
ติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจ หลังนักวิเคราะห์คาดดัชนีภาคการผลิตจีนในเดือนกุมภาพันธ์ มีแนวโน้มปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 49.3จากเดือนก่อนหน้าที่ระดับ 49.4 ซึ่งนับเป็นการหดตัวต่อเนื่องกว่า 7 เดือนติดต่อกัน
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์พลังงาน บมจ.ไทยออยล์ วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน ประจำวันที่ 3 มีนาคม 2559
+ ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 3 วันติดต่อกัน เนื่องจากนักลงทุนให้ความสนใจกับการที่โอเปกมีการวางแผนที่จะคงกำลังการผลิตเอาไว้ ถึงแม้ว่าปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ จะปรับตัวเพิ่มขึ้นก็ตาม โดยนายยูโรจิโอ เดล ปิโน รัฐมนตรีน้ำมันของเวเนซูเอล่า ซึ่งเป็นสมาชิกของกลุ่มโอเปกได้ออกมาว่ากล่าวว่า มีมากกว่า 15 ประเทศที่จะเข้าร่วมการประชุมที่จะถึงนี้ เพื่อที่จะหารือถึงการคงระดับกำลังการผลิตเอาไว้เท่ากับเดือน ม.ค. 59 และวิธีการอื่นๆ ที่น่าจะเป็นไปได้ เพื่อที่จะรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันดิบไว้ โดยจาก 2 สัปดาห์ครึ่งที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่าการตรึงกำลังการผลิตเอาไว้ที่ระดับเดียวกับเดือน ม.ค. 59 นั้น ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้นมาแล้วถึง 25% จากระดับต่ำสุดในรอบ 12 ปีในเดือน ก.พ. 59
+ นักวิเคราะห์ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นว่า ราคาน้ำมันดิบน่าจะค่อยๆ ปรับตัวเพิ่มขึ้นตลอดปีนี้ และมีความเชื่อว่าราคาน้ำมันดิบได้ผ่านพ้นจุดต่ำสุดไปแล้ว ยกเว้นว่าเศรษฐกิจโลกจะกลับมาตกต่ำอีกครั้งหนึ่ง แต่อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์ก็คาดการณ์ว่าถ้ามีการขายน้ำมันดิบออกไปเพิ่มมากขึ้น จะทำให้ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังปรับตัวเพิ่มมากขึ้นอีก เนื่องจากกำลังจะเข้าสู่ช่วงฤดูกาลปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นน้ำมันในสหรัฐฯ
- สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐฯ (EIA) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ประจำสัปดาห์ สิ้นสุด ณ วันที่ 26 ก.พ. ปรับตัวสูงขึ้นสู่ระดับสูงสุดติดต่อกันเป็นเวลา 3 สัปดาห์ โดยปริมาณน้ำมันดิบคงคลังปรับเพิ่มขึ้น 10.4 ล้านบาร์เรล มาอยู่ที่ระดับ 518 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ถึง 3 เท่า ขณะที่ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ณ จุดส่งมอบคุชชิ่ง โอกลาโฮมา ก็ได้ปรับเพิ่มขึ้น 1.2 ล้านบาร์เรล มาอยู่ที่ระดับ 66.3 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเช่นกัน
ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากอุปสงค์ในภูมิภาคค่อนข้างตึงตัว อีกทั้งโรงกลั่นในภูมิภาคเร่งกำลังการผลิตน้ำมันเบนซินเพื่อทำกำไร ยกเว้นอุปสงค์จากประเทศอินโดนีเซียที่ปรับตัวตัวเพิ่มขึ้น
ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวเพิ่มขึ้นสวนทางราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากอุปทานน้ำมันดีเซลยังคงตึงตัวในภูมิภาค หลังจากที่โรงกลั่นน้ำมันในหลายๆ ประเทศยังปิดซ่อมบำรุงอยู่ อย่างไรก็ตามยังได้รับแรงกดดันจากอุปสงค์ในภูมิภาคที่ยังคงเบาบาง
ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบสัปดานี้
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 28-35 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล
ราคาน้ำมันดิบเบรนด์เคลื่อนไหวในกรอบ 30-37 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล
ปัจจัยน่าจับตามอง
ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ คาดว่าจะอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องหลังตัวเลขสิ้นสุด ณ วันที่ 19 ก.พ. ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับสูงสุดในรอบประวัติการณ์ที่ 507.6 ล้านบาร์เรล ทำให้ตลาดกังวลว่าถังเก็บน้ำมัน ซึ่งอาจส่งผลให้มีการเก็บน้ำมันดิบบนเรือ (Floating Storage)
การประชุมนัดพิเศษระหว่างประเทศสมาชิกในกลุ่มโอเปกและรัสเซียที่จะมีขึ้นอีกครั้งในช่วงเดือนกลางเดือนมีนาคมที่จะเจรจาเพื่อหาข้อตกลงในการคงปริมาณการผลิตน้ำมันดิบไว้ที่ระดับการผลิตเดือนมกราคมได้หรือไม่ หลังที่ผ่านมาผลของการเจรจาไม่คืบหน้าเนื่องจากอิหร่านยังคงไม่เห็นด้วยกับข้อตกลงดังกล่าว
ติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจ หลังนักวิเคราะห์คาดดัชนีภาคการผลิตจีนในเดือนกุมภาพันธ์ มีแนวโน้มปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 49.3จากเดือนก่อนหน้าที่ระดับ 49.4 ซึ่งนับเป็นการหดตัวต่อเนื่องกว่า 7 เดือนติดต่อกัน






