thansettakij
thansettakij
ทุ่มงบR&Dลูกอม500ล้าน ‘มอนเดลีซ’ดันไทยฐานผลิต บุกอินโดฯแอฟริกา

ทุ่มงบR&Dลูกอม500ล้าน ‘มอนเดลีซ’ดันไทยฐานผลิต บุกอินโดฯแอฟริกา

24 พ.ย. 61 | 05:59 น.
อัปเดตล่าสุด :24 พ.ย. 61 | 12:59 น.
“มอนเดลีซ” ชูไทยฐานผลิตและส่งออกลูกอม-หมากฝรั่งทั่วโลก เล็งเปิดตลาดใหม่อินโดฯ แอฟริกา เผยทุ่มงบเฉียด 500 ล้านบาทต่อปีวิจัยและพัฒนาสินค้าใหม่ พร้อมใช้หุ่นยนต์ช่วยเพิ่มศักยภาพ ลดความผิดพลาด กำลังคน ย่นระยะเวลา

นายจิรพงษ์ เจริญศรี ผู้จัดการโรงงาน บริษัท มอนเดลีซ อินเตอร์เนชันแนล (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิต นำเข้า และจำหน่ายลูกอม หมากฝรั่ง ช็อกโกแลต บิสกิต อาทิ ฮอลล์ เดนทีน คลอเร็ท ฯลฯ เปิดเผยว่าบริษัทให้ความสำคัญกับตลาดเมืองไทยที่มีการเติบโตต่อเนื่อง โดยมอนเดลีซเป็นผู้นำในตลาดลูกอมและหมากฝรั่งรวมไปถึงบิสกิตด้วย นอกจากนี้ไทยยังเป็นฐานการผลิตสำคัญของมอนเดลีซโดยปัจจุบันประเทศไทยมีโรงงาน 2 แห่ง ได้แก่ โรงงานลาดกระบัง สำหรับผลิตลูกอมและหมากฝรั่ง และโรงงานขอนแก่น สำหรับผลิตเครื่องดื่มชนิดผงเพื่อการส่งออกไปยังฟิลิปปินส์ และตะวันออกกลาง

[caption id="attachment_351913" align="aligncenter" width="377"] จิรพงษ์ เจริญศรี จิรพงษ์ เจริญศรี[/caption]

โดยโรงงานลาดกระบัง เป็นศูนย์กลางการผลิตลูกอมและหมากฝรั่งที่ใหญ่ที่สุดของมอนเดลีซในเอเชียแปซิฟิก ตะวันออกกลางและแอฟริกา โดยผลิตสินค้ากว่า 200 ผลิตภัณฑ์ ภายใต้ 7 แบรนด์ ได้แก่ Halls , Dentyne, Clorets, Trident, Stride, The Natural Confectionery Co. และ Pascall มีกำลังการผลิตกว่า 3.9 หมื่นตันต่อปี เพื่อจำหน่ายในประเทศ 37% และส่งออก 63% ไปจำหน่ายใน 15 ประเทศ

IMGM0896

“สินค้าที่อยู่ภายใต้การดูแลของมอนเดลีซ ประเทศไทย แบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มหมากฝรั่งและลูกอม ได้แก่ ฮอลล์, คลอเร็ท และเดนทีน ขณะที่ไทรเด้นท์หยุดทำตลาดไปชั่วคราวและมีแผนนำกลับมาทำใหม่ในเร็วๆนี้กลุ่มบิสกิต ได้แก่ โอริโอ, ริทซ์ และ LU ซึ่งเป็นบิสกิตจากฝรั่งเศส มีวางจำหน่ายเฉพาะช่วงเทศกาลเท่านั้น กลุ่มช็อกโกแลต ได้แก่ แคดเบอรี, ทอปเบอโรน และกลุ่มชีส ได้แก่ ฟิลาเดลเฟีย โดยกลุ่มลูกอมมีส่วนแบ่งสูงสุด 54% รองลงมาได้แก่ บิสกิต 21% หมากฝรั่ง 20% ช็อกโกแลต 3% และชีส 2%”

IMGM0961

สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจของบริษัท จะใช้งบลงทุนราว 450-500 ล้านบาทในการวิจัยและพัฒนา(R&D) และขยายสินค้าใหม่ต่อเนื่องโดยล่าสุดใช้งบลงทุนกว่า 100 ล้านบาท ซื้อเครื่องจักรและหุ่นยนต์สำหรับใช้ใน 4 สายการผลิต ซึ่งจะช่วยลดการใช้แรงงานคน ลดขั้นตอนการผลิต ย่นระยะเวลา และลดความผิดพลาดที่เกิดขึ้นได้ นอกจากนี้ยังมีการลงทุนระบบตรวจสอบการใช้พลังงานแบบ Real-Time เพื่อเข้าใจในการใช้พลังงานในแต่ละพื้นที่และปรับปรุงระบบอย่างต่อเนื่องอีก20 ล้านบาทด้วย

Halls

ขณะที่ในปีหน้าบริษัทมีแผนออกผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มลูกอมและหมากฝรั่ง รวมทั้งการผลิตเพื่อส่งออกไปตลาดใหม่ๆ เช่น อินโดนีเซีย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษามาตรฐานฮาลาล และแอฟริกา รวมถึงอินเดีย ซึ่งเป็นประเทศที่นิยมรับประทานขนมหวาน เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีแผนดำเนินการโครงการลดการใช้พลังงาน เพื่อสิ่งแวดล้อมอีก 2-3 โครงการในปี 2562-2563 เช่น โครงการโซลาร์ รูฟ,ชิลเลอร์ ควบคุมความเย็น เป็นต้น

IMGM0850

นายจิรพงษ์ กล่าวว่า โรงงานลาดกระบังยังได้นำระบบ IL6S (Integrated Lean-6 Sigma) มาใช้บริหารจัดการการผลิตให้มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยการฝึกอบรมและพัฒนาความสามารถของพนักงาน รวมถึงการนำเทคโนโลยี ระบบออโตเมชัน และคอมพิวเตอร์มาประยุกต์ใช้ เพื่อเป้าหมายในการสร้างเสริมศักยภาพในการเพิ่มประสิทธิภาพ ผลผลิต และคุณภาพ กำจัดความสูญเสียอย่างมีระบบ ลดต้นทุนและความผิดพลาดให้ได้มากที่สุด ซึ่งโรงงานลาดกระบังเป็นหนึ่งในโรงงานต้นแบบและศูนย์กลางการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพพนักงาน มอนเดลีซในระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ตะวันออกกลาง และแอฟริกา

IMGM1226

“พฤติกรรมผู้บริโภคในแต่ละประเทศแตกต่างกัน ทำให้ต้องพัฒนาและผลิตสินค้าให้ตรงกับความต้องการของประเทศนั้นๆ โดยหนึ่งในเทรนด์ที่พบในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทยคือ การบริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น จากเดิมที่นิยมหมากฝรั่ง หันมานิยมลูกอม จากลูกอมทั่วไป หันมานิยมลูกอมแบบชูการ์ฟรี และล่าสุดหันมานิยมลูกอมรสผลไม้ เป็นต้น นอกจากนี้พบว่าสินค้าหลายตัวได้รับความนิยมจากคนรุ่นใหม่ เช่นฮอลล์ เอ๊กซ์เอส ที่พบว่าได้รับความนิยมจากคนรุ่นใหม่เพิ่มขึ้นสูงมาก โดยพบว่ามีการเติบโตเป็นตัวเลข 2 หลักทุกปี ทำให้ต้องพัฒนาและผลิตสินค้าต่อเนื่อง”

หน้า 34 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3421 วันที่ 25-28 พฤศจิกายน 2561 595959859