
ราคาน้ำมันดิบขยับขึ้นเล็กน้อย หลังคาดการณ์โอเปกเตรียมลดกำลังการผลิตลง
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์พลังงาน บมจ.ไทยออยล์ รายงานสถานการณ์ราคาน้ำมัน ประจำวันที่ 19 พฤศจิกายน 2561
+ ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากได้รับแรงหนุนจากการคาดการณ์ว่ากลุ่มโอเปกจะตัดสินใจปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบในปี 2562 ลง 1.4 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในการประชุมกลุ่มโอเปกวันที่ 6 ธ.ค. นี้เพื่อรักษาสมดุลให้กับตลาดน้ำมันดิบ ขณะที่รัสเซียยังไม่มีทีท่าว่าจะเห็นด้วยในเรื่องของการปรับลดกำลังการผลิตแต่อย่างใด และยังกล่าวว่าราคาน้ำมันดิบที่ราว 70 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรลเป็นระดับที่เหมาะสมกับรัสเซีย
- ล่าสุด ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐฯ อยู่ที่ระดับ 11.7 ล้านบาร์เรลต่อวันแตะระดับสูงสุดในประวัติการณ์ และมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบสหรัฐฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบสามปี โดย Baker Hughes รายงานตัวเลขจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบในสหรัฐฯ สิ้นสุด ณ วันที่ 16 พ.ย. ปรับตัวเพิ่มขึ้น 2 แท่น มาอยู่ที่ 888 แท่น
- อิรักกลับมาส่งออกน้ำมันดิบจากแหล่งผลิต Kirkuk อีกครั้ง หลังการส่งออกน้ำมันจากแหล่งดังกล่าวถูกระงับไปเป็นเวลา 1 ปี ส่งผลให้ปริมาณการส่งออกน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นราว 50,000-100,000 บาร์เรลต่อวัน อย่างไรก็ตาม ปริมาณการส่งออกยังคงน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 300,000 บาร์เรลต่อวัน ซึ่งเป็นระดับที่สูงที่สุดที่เคยส่งออกจากแหล่งผลิตข้างต้น
ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวเพิ่มขึ้นน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากความต้องการใช้น้ำมันเบนซินในจีนมีแนวโน้มปรับตัวลดลง ประกอบกับปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังสิงคโปร์ปรับตัวเพิ่มขึ้น
ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวลดลงสวนทางกับราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากอุปทานปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังโรงกลั่นในญี่ปุ่นและไต้หวันกลับมาดำเนินการผลิตอีกครั้งหลังปิดซ่อมบำรุง
ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 54-58 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 64-68 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล
ปัจจัยที่น่าจับตามอง
คาดอุปทานน้ำมันดิบโลกปรับตัวลดลง หลังผู้ผลิตกลุ่มโอเปกและประเทศรัสเซียมีการหารือถึงการปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบในปี 2562 ลง 1.4 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากระดับการผลิตในเดือน ต.ค. เพื่อรักษาสมดุลของตลาดน้ำมันดิบ
ราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มถูกกดดันจากการเติบโตของอุปสงค์น้ำมันดิบโลกที่ลดลง หลังกลุ่มโอเปกเปิดเผยการคาดการณ์อุปสงค์น้ำมันดิบในปี 2562 ประจำเดือน พ.ย. 61 ว่าจะเติบโตที่ 1.29 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งปรับลดลงจากการคาดการณ์ในเดือน ต.ค. 61 ราว 70,000 บาร์เรลต่อวัน
ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐฯ คาดจะปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) คาดการณ์ ปริมาณน้ำมันดิบจากแหล่งน้ำมันดิบ 7 แหล่ง ในประเทศสหรัฐฯ จะปรับเพิ่มขึ้นราว 113,000 บาร์เรลต่อวัน สู่ระดับ 7.94 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในเดือน ธ.ค. 61
ที่มา : บมจ.ไทยออยล์
[caption id="attachment_349434" align="aligncenter" width="335"]
[/caption]
+ ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากได้รับแรงหนุนจากการคาดการณ์ว่ากลุ่มโอเปกจะตัดสินใจปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบในปี 2562 ลง 1.4 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในการประชุมกลุ่มโอเปกวันที่ 6 ธ.ค. นี้เพื่อรักษาสมดุลให้กับตลาดน้ำมันดิบ ขณะที่รัสเซียยังไม่มีทีท่าว่าจะเห็นด้วยในเรื่องของการปรับลดกำลังการผลิตแต่อย่างใด และยังกล่าวว่าราคาน้ำมันดิบที่ราว 70 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรลเป็นระดับที่เหมาะสมกับรัสเซีย
- ล่าสุด ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐฯ อยู่ที่ระดับ 11.7 ล้านบาร์เรลต่อวันแตะระดับสูงสุดในประวัติการณ์ และมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบสหรัฐฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบสามปี โดย Baker Hughes รายงานตัวเลขจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบในสหรัฐฯ สิ้นสุด ณ วันที่ 16 พ.ย. ปรับตัวเพิ่มขึ้น 2 แท่น มาอยู่ที่ 888 แท่น
- อิรักกลับมาส่งออกน้ำมันดิบจากแหล่งผลิต Kirkuk อีกครั้ง หลังการส่งออกน้ำมันจากแหล่งดังกล่าวถูกระงับไปเป็นเวลา 1 ปี ส่งผลให้ปริมาณการส่งออกน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นราว 50,000-100,000 บาร์เรลต่อวัน อย่างไรก็ตาม ปริมาณการส่งออกยังคงน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 300,000 บาร์เรลต่อวัน ซึ่งเป็นระดับที่สูงที่สุดที่เคยส่งออกจากแหล่งผลิตข้างต้น
ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวเพิ่มขึ้นน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากความต้องการใช้น้ำมันเบนซินในจีนมีแนวโน้มปรับตัวลดลง ประกอบกับปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังสิงคโปร์ปรับตัวเพิ่มขึ้น
ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวลดลงสวนทางกับราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากอุปทานปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังโรงกลั่นในญี่ปุ่นและไต้หวันกลับมาดำเนินการผลิตอีกครั้งหลังปิดซ่อมบำรุง
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 54-58 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 64-68 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล
ปัจจัยที่น่าจับตามอง
คาดอุปทานน้ำมันดิบโลกปรับตัวลดลง หลังผู้ผลิตกลุ่มโอเปกและประเทศรัสเซียมีการหารือถึงการปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบในปี 2562 ลง 1.4 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากระดับการผลิตในเดือน ต.ค. เพื่อรักษาสมดุลของตลาดน้ำมันดิบ
ราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มถูกกดดันจากการเติบโตของอุปสงค์น้ำมันดิบโลกที่ลดลง หลังกลุ่มโอเปกเปิดเผยการคาดการณ์อุปสงค์น้ำมันดิบในปี 2562 ประจำเดือน พ.ย. 61 ว่าจะเติบโตที่ 1.29 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งปรับลดลงจากการคาดการณ์ในเดือน ต.ค. 61 ราว 70,000 บาร์เรลต่อวัน
ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐฯ คาดจะปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) คาดการณ์ ปริมาณน้ำมันดิบจากแหล่งน้ำมันดิบ 7 แหล่ง ในประเทศสหรัฐฯ จะปรับเพิ่มขึ้นราว 113,000 บาร์เรลต่อวัน สู่ระดับ 7.94 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในเดือน ธ.ค. 61
ที่มา : บมจ.ไทยออยล์
[caption id="attachment_349434" align="aligncenter" width="335"]






