
เปิดขายซองประมูล "สนามบินอู่ตะเภา" 16 พ.ย. นี้!!
นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) เปิดเผยว่า โครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ทั้ง 5 โครงการ จะออกทีโออาร์ภายในเดือนนี้ และจะได้บริษัทผู้ชนะการประมูลภายเดือน ก.พ. 2562 ใช้เวลาก่อสร้าง 3-5 ปี โดยโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ได้มีการยื่นข้อเสนอของผู้เข้าร่วมประมูลไปแล้ว ขณะที่ โครงการท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ได้ออกทีโออาร์และเปิดให้ซื้อซองระหว่างวันที่ 5-19 พ.ย. 2561 โครงการท่าเรือมาบตาพุด ระยะที่ 3 ได้ออกทีโออาร์และเปิดให้ซื้อซองระหว่าง 9-21 พ.ย. 2561
ส่วนโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก ได้ออกทีโออาร์และเปิดให้ซื้อซองระหว่างวันที่ 16-29 พ.ย. 2561 ซึ่งเป็นการดำเนินงานร่วมกันระหว่างกองทัพเรือและสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) มูลค่าลงทุนราว 2.9 แสนล้านบาท ซึ่งจะเปิดให้เอกชนเข้ามายื่นประมูลโครงการนี้ภายใต้ผู้ประกอบการรายเดียว แบ่งกิจกรรม 6 ประเภท เช่น การก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่ 3, ศูนย์ธุรกิจการค้าและการขนส่งภาคพื้น, ธุรกิจขนส่งสินค้า, ศูนย์ธุรกิจขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์, ศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน ระยะที่ 2, เขตประกอบการค้าเสรี, ศูนย์ฝึกอบรมบุคลากรการบินและอวกาศ
"โครงการก่อสร้างขนาดใหญ่เช่นนี้ ในอดีตต่างชาติจะเป็นผู้นำในการลงทุนและมีบริษัทไทยเป็นผู้ตาม แต่ในขณะนี้ โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ผู้ประมูลหลักจะเป็นบริษัทของคนไทยเป็นผู้นำและไปจับมือต่างชาติเข้ามาร่วมเป็นพันธมิตร ซึ่งตรงกับความต้องการของอีอีซี ที่ต้องการใช้เงินของไทยและบริษัทไทยเป็นผู้ลงทุน ทำให้ผลประโยชน์ตกลงสู่ประเทศไทยมากที่สุด"
โดยในส่วนของพื้นที่ดิวตี้ฟรี ยืนยันว่าเป็นคนละส่วนที่กองทัพเริอเปิดประมูลและได้ผู้ชนะประมูล 2 ราย ซึ่งอยู่ในส่วนของเทอร์มินัล 2 แต่ดิวตี้ฟรีในเทอร์มินัล 3 เชื่อว่าจะมีเอกชนเข้ามาบริหารเชิงพาณิชย์มากกว่า 2 ราย เพราะพื้นที่ใหญ่และเชื่อมกับรถไฟความเร็วสูง
ส่วนโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก ได้ออกทีโออาร์และเปิดให้ซื้อซองระหว่างวันที่ 16-29 พ.ย. 2561 ซึ่งเป็นการดำเนินงานร่วมกันระหว่างกองทัพเรือและสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) มูลค่าลงทุนราว 2.9 แสนล้านบาท ซึ่งจะเปิดให้เอกชนเข้ามายื่นประมูลโครงการนี้ภายใต้ผู้ประกอบการรายเดียว แบ่งกิจกรรม 6 ประเภท เช่น การก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่ 3, ศูนย์ธุรกิจการค้าและการขนส่งภาคพื้น, ธุรกิจขนส่งสินค้า, ศูนย์ธุรกิจขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์, ศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน ระยะที่ 2, เขตประกอบการค้าเสรี, ศูนย์ฝึกอบรมบุคลากรการบินและอวกาศ
"โครงการก่อสร้างขนาดใหญ่เช่นนี้ ในอดีตต่างชาติจะเป็นผู้นำในการลงทุนและมีบริษัทไทยเป็นผู้ตาม แต่ในขณะนี้ โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ผู้ประมูลหลักจะเป็นบริษัทของคนไทยเป็นผู้นำและไปจับมือต่างชาติเข้ามาร่วมเป็นพันธมิตร ซึ่งตรงกับความต้องการของอีอีซี ที่ต้องการใช้เงินของไทยและบริษัทไทยเป็นผู้ลงทุน ทำให้ผลประโยชน์ตกลงสู่ประเทศไทยมากที่สุด"
โดยในส่วนของพื้นที่ดิวตี้ฟรี ยืนยันว่าเป็นคนละส่วนที่กองทัพเริอเปิดประมูลและได้ผู้ชนะประมูล 2 ราย ซึ่งอยู่ในส่วนของเทอร์มินัล 2 แต่ดิวตี้ฟรีในเทอร์มินัล 3 เชื่อว่าจะมีเอกชนเข้ามาบริหารเชิงพาณิชย์มากกว่า 2 ราย เพราะพื้นที่ใหญ่และเชื่อมกับรถไฟความเร็วสูง






