
'เมียนมา' ค่าครองชีพพุ่ง! แห่ "ขายทอง" ฝั่งระนอง
ชาวเมียนมาฝั่งเกาะสอง-มะริด แห่ข้ามฟากนำทองคำมาขายฝั่งระนอง หลังได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและค่าเงินจ๊าตอ่อน ทำให้ค่าครองชีพสูงขึ้น
นายนิตย์ อุ่ยเต็กเค่ง ที่ปรึกษาคณะกรรมการหอการค้าจังหวัดระนอง เปิดเผยว่า จากปัญหาสภาวะเศรษฐกิจในเมียนมาที่ชะลอตัว ส่งผลให้ค่าเงินจ๊าตของเมียนมาอ่อนค่าลงเป็นอย่างมากในปัจจุบัน เกิดผลกระทบต่อชาวเมียนมาเป็นอย่างมากในเรื่องค่าครองชีพสูง สินค้าแพงขึ้น จนเริ่มมีชาวเมียนมาใน จ.เกาะสอง-มะริด ทวาย นำทองคำที่เก็บไว้ทยอยออกจำหน่าย เพื่อนำเงินไปใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น โดยส่วนใหญ่นิยมข้ามฟากเข้ามาจำหน่ายในฝั่ง จ.ระนอง เนื่องจากได้ราคาดีกว่าและได้ถือโอกาสซื้อสินค้าจำเป็นในฝั่งไทยกลับไปด้วย เพราะราคาสินค้าฝั่งไทยมีราคาที่ถูกกว่ามาก
นายสมชาย จงนิตยกาล เจ้าของร้านเพชรทองก้งกาฮิน จ.ระนอง เปิดเผยว่า ช่วงนี้มีลูกค้าชาวเมียนมาทยอยนำทองคำที่เก็บสะสมออกจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำเงินไปซื้อสินค้าจำเป็นประเภทอื่น ซึ่งทองคำที่นำมาจำหน่ายฝั่งไทย มีทั้งทองคำคุณภาพปกติและทองคำคุณภาพตํ่าปะปนกัน ทำให้ร้านทองใน จ.ระนอง ได้วางมาตรการเข้มในการตรวจสอบ โดยเริ่มจากการสังเกตพฤติกรรมของบุคคลที่นำทองคำเข้ามาจำหน่าย หากมีข้อพิรุธก็อาจจะปฏิเสธการรับซื้อหรือรับจำนำ แต่หากสังเกตพฤติกรรมยังไม่ชัดเจน อาจจะขอตรวจสอบทองคำที่นำมาจำหน่ายหรือจำนำ
[caption id="attachment_349434" align="aligncenter" width="335"]
[/caption]
"ขณะนี้ร้านทองได้เพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสอบคุณภาพทองคำ จากเดิมที่ดำเนินการใน 3 ลักษณะ เริ่มจากการพิจารณาด้วยตา การนำไปฝนกับหินเพื่อดูเนื้อทอง หรือ การนำเข้าไฟเพื่อทำการทดสอบ ขณะนี้พบว่า หลายร้านใช้วิธีการขั้นสุดท้าย คือ การตัดดูเนื้อทองคำ ซึ่งจะสามารถตรวจสอบคุณภาพของเนื้อทองได้เกือบ 100% จากวิธีการเดิมที่นำเข้าไฟจะพิสูจน์ได้น่าเชื่อถือมากที่สุด แต่พบว่า จากการแพร่ระบาดของทองคำปลอมและทองคุณภาพตํ่า ทำให้จำเป็นต้องเพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสอบ"
นายสมชาย กล่าวต่อไปว่า ทองคำของแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมาที่ซื้อมาจากร้านทองในฝั่งประเทศเมียนมาจะเป็นทองที่มีเปอร์เซ็นต์ทองคำที่แตกต่างจากฝั่งไทย
หน้า 21 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,417 วันที่ 11-14 พฤศจิกายน 2561
นายนิตย์ อุ่ยเต็กเค่ง ที่ปรึกษาคณะกรรมการหอการค้าจังหวัดระนอง เปิดเผยว่า จากปัญหาสภาวะเศรษฐกิจในเมียนมาที่ชะลอตัว ส่งผลให้ค่าเงินจ๊าตของเมียนมาอ่อนค่าลงเป็นอย่างมากในปัจจุบัน เกิดผลกระทบต่อชาวเมียนมาเป็นอย่างมากในเรื่องค่าครองชีพสูง สินค้าแพงขึ้น จนเริ่มมีชาวเมียนมาใน จ.เกาะสอง-มะริด ทวาย นำทองคำที่เก็บไว้ทยอยออกจำหน่าย เพื่อนำเงินไปใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น โดยส่วนใหญ่นิยมข้ามฟากเข้ามาจำหน่ายในฝั่ง จ.ระนอง เนื่องจากได้ราคาดีกว่าและได้ถือโอกาสซื้อสินค้าจำเป็นในฝั่งไทยกลับไปด้วย เพราะราคาสินค้าฝั่งไทยมีราคาที่ถูกกว่ามาก
นายสมชาย จงนิตยกาล เจ้าของร้านเพชรทองก้งกาฮิน จ.ระนอง เปิดเผยว่า ช่วงนี้มีลูกค้าชาวเมียนมาทยอยนำทองคำที่เก็บสะสมออกจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำเงินไปซื้อสินค้าจำเป็นประเภทอื่น ซึ่งทองคำที่นำมาจำหน่ายฝั่งไทย มีทั้งทองคำคุณภาพปกติและทองคำคุณภาพตํ่าปะปนกัน ทำให้ร้านทองใน จ.ระนอง ได้วางมาตรการเข้มในการตรวจสอบ โดยเริ่มจากการสังเกตพฤติกรรมของบุคคลที่นำทองคำเข้ามาจำหน่าย หากมีข้อพิรุธก็อาจจะปฏิเสธการรับซื้อหรือรับจำนำ แต่หากสังเกตพฤติกรรมยังไม่ชัดเจน อาจจะขอตรวจสอบทองคำที่นำมาจำหน่ายหรือจำนำ
[caption id="attachment_349434" align="aligncenter" width="335"]
"ขณะนี้ร้านทองได้เพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสอบคุณภาพทองคำ จากเดิมที่ดำเนินการใน 3 ลักษณะ เริ่มจากการพิจารณาด้วยตา การนำไปฝนกับหินเพื่อดูเนื้อทอง หรือ การนำเข้าไฟเพื่อทำการทดสอบ ขณะนี้พบว่า หลายร้านใช้วิธีการขั้นสุดท้าย คือ การตัดดูเนื้อทองคำ ซึ่งจะสามารถตรวจสอบคุณภาพของเนื้อทองได้เกือบ 100% จากวิธีการเดิมที่นำเข้าไฟจะพิสูจน์ได้น่าเชื่อถือมากที่สุด แต่พบว่า จากการแพร่ระบาดของทองคำปลอมและทองคุณภาพตํ่า ทำให้จำเป็นต้องเพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสอบ"
นายสมชาย กล่าวต่อไปว่า ทองคำของแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมาที่ซื้อมาจากร้านทองในฝั่งประเทศเมียนมาจะเป็นทองที่มีเปอร์เซ็นต์ทองคำที่แตกต่างจากฝั่งไทย
หน้า 21 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,417 วันที่ 11-14 พฤศจิกายน 2561






