
"อุบลฯพัฒนาเมือง" ยกระดับทางเศรษฐกิจ! ปั้นศูนย์การจ้างงานขนาดใหญ่อีสานตอนล่าง
"อุบลราชธานีพัฒนาเมือง" พร้อมขับเคลื่อนตามแผนแม่บทยุทธศาสตร์ชาติ ตั้งเป้ายกระดับทางเศรษฐกิจให้มีศักยภาพเป็นศูนย์การจ้างงานขนาดใหญ่ของอีสานล่าง รองรับการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีแก่ประชากร 4.9 ล้านคน
นายฐาปนา บุณยประวิตร นายกสมาคมการผังเมืองไทย ในฐานะอนุกรรมการยกร่างแผนแม่บทยุทธศาสตร์ชาติ เปิดเผยว่า ได้ประชุมร่วมกับผู้บริหาร บริษัท อุบลราชธานีพัฒนาเมือง จำกัด ที่มี นายธีระชัย จึงวัฒนาภรณ์ ทำหน้าที่ประธาน และนายศิวัช ภูธนแสงทอง ทำหน้าที่กรรมการผู้จัดการ โดยจังหวัดอุบลราชธานีและ บริษัท อุบลราชธานีพัฒนาเมือง จำกัด มีความพร้อมระดับสูงในการขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัดในฐานะที่แผนยุทธศาสตร์ชาติกำหนดให้ จ.อุบลราชธานี เป็นจังหวัดหลักของอีสานใต้ เป็นศูนย์กลางความเจริญ เพื่อพัฒนาศูนย์เศรษฐกิจและการจ้างงานให้มีความแข็งแกร่ง ลดการอพยพแรงงาน สร้างผู้ประกอบการรุ่นใหม่ เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียวและลดความเหลื่อมล้ำด้านรายได้
ทั้งนี้ แผนแม่บทยุทธศาสตร์ที่ 4 การสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม ได้กำหนดให้ จ.อุบลราชธานี เป็นจังหวัดหลัก โดยมี จ.มุกดาหาร เป็นจังหวัดรอง และมี จ.สุรินทร์ ศรีสะเกษ ยโสธร และอำนาจเจริญ เป็นจังหวัดในกลุ่มศูนย์กลางกระจายความเจริญ มีเป้าหมายในการยกระดับทางเศรษฐกิจให้มีศักยภาพสูงสุดในการเป็นศูนย์การจ้างงานขนาดใหญ่ของอีสานล่าง รองรับการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีแก่ประชากร 4.9 ล้านคน ลดความเหลื่อมล้ำด้านรายได้ของผู้มีรายได้ระดับสูง 10 อันดับแรก กับผู้มีรายได้ระดับต่ำ 10 อันดับ จาก 22 ลงเหลือ 15 เท่า ภายใน 20 ปี หรือปี 2580
โดยแผนแม่บทฯ ได้กำหนดยกระดับ GPP ในแผน 20 ร้อยละ 6 ในทุกจังหวัดของกลุ่ม เฉพาะ จ.อุบลราชธานี นั้น GPP ควรจะเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 8 เนื่องจากแผนกำหนดให้มีศูนย์เศรษฐกิจและแหล่งงานมากถึง 6 ศูนย์ ประกอบด้วย ศูนย์เทศบาลนครอุบลราชธานี มีฐานะเป็นศูนย์พาณิชยกรรมเพื่อการค้าและบริการ, ศูนย์การศึกษาและเศรษฐกิจดิจิทัล มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ในฐานะศูนย์นวัตกรรมและการวิจัยเทคโนโลยีขั้นสูง, ศูนย์พาณิชยกรรมอัจฉริยะแจระแม ในฐานะของเมืองใหม่อุบลราชธานี, ศูนย์อุตสาหกรรมสีเขียวอัจฉริยะบ้านเทิง ในฐานะเขตอุตสาหกรรมใหม่รองรับอุตสาหกรรมสำหรับ SMEs และผู้ประกอบการรุ่นใหม่, ศูนย์อุตสาหกรรมนวัตกรรมอาหารและผลิตภัณฑสมุนไพร เป็นศูนย์การแปรูปและการผลิตผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อการส่งออก และศูนย์พาณิชยกรรมการขนส่งและโลจิสติกส์วารินชำราบ ซึ่งศูนย์เศรษฐกิจดังกล่าวนี้จะสามารถเพิ่มการจ้างงานตามแผนระยะ 10 ปี ได้มากกว่า 5,000 อัตรา
ด้าน นายศิวัช กล่าวว่า บริษัทฯ ได้หารือเบื้องต้นกับผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งจังหวัดจะร่วมทำงานอย่างใกล้ชิดกับ บริษัท อุบลราชธานีพัฒนาเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเตรียมพื้นที่พัฒนา การเตรียมคน ประการสำคัญได้หารือกับอธิการบดีมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีแล้ว ในการเตรียมความพร้อมเป็นศูนย์วิจัยนวัตกรรมและเทคโนโลยีระดับสูงของพื้นที่อีสานล่าง และได้มอบให้คณะเภสัชศาสตร์รับผิดชอบการขับเคลื่อนศูนย์อุตสาหกรรมนวัตกรรมอาหารและผลิตภัณฑ์สมุนไพรเรียบร้อยแล้ว
ทั้งนี้ ในปี 2559 ระบุว่า ประชากรในกลุ่มอีสานใต้มีจำนวน 4,968,000 คน ผลิตภัณฑ์จังหวัดรวม (GPP) 316,474 ล้านบาท หรือเฉลี่ย GPP ต่อหัวเท่ากับ 63,706 บาท
นายฐาปนา บุณยประวิตร นายกสมาคมการผังเมืองไทย ในฐานะอนุกรรมการยกร่างแผนแม่บทยุทธศาสตร์ชาติ เปิดเผยว่า ได้ประชุมร่วมกับผู้บริหาร บริษัท อุบลราชธานีพัฒนาเมือง จำกัด ที่มี นายธีระชัย จึงวัฒนาภรณ์ ทำหน้าที่ประธาน และนายศิวัช ภูธนแสงทอง ทำหน้าที่กรรมการผู้จัดการ โดยจังหวัดอุบลราชธานีและ บริษัท อุบลราชธานีพัฒนาเมือง จำกัด มีความพร้อมระดับสูงในการขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัดในฐานะที่แผนยุทธศาสตร์ชาติกำหนดให้ จ.อุบลราชธานี เป็นจังหวัดหลักของอีสานใต้ เป็นศูนย์กลางความเจริญ เพื่อพัฒนาศูนย์เศรษฐกิจและการจ้างงานให้มีความแข็งแกร่ง ลดการอพยพแรงงาน สร้างผู้ประกอบการรุ่นใหม่ เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียวและลดความเหลื่อมล้ำด้านรายได้
ทั้งนี้ แผนแม่บทยุทธศาสตร์ที่ 4 การสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม ได้กำหนดให้ จ.อุบลราชธานี เป็นจังหวัดหลัก โดยมี จ.มุกดาหาร เป็นจังหวัดรอง และมี จ.สุรินทร์ ศรีสะเกษ ยโสธร และอำนาจเจริญ เป็นจังหวัดในกลุ่มศูนย์กลางกระจายความเจริญ มีเป้าหมายในการยกระดับทางเศรษฐกิจให้มีศักยภาพสูงสุดในการเป็นศูนย์การจ้างงานขนาดใหญ่ของอีสานล่าง รองรับการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีแก่ประชากร 4.9 ล้านคน ลดความเหลื่อมล้ำด้านรายได้ของผู้มีรายได้ระดับสูง 10 อันดับแรก กับผู้มีรายได้ระดับต่ำ 10 อันดับ จาก 22 ลงเหลือ 15 เท่า ภายใน 20 ปี หรือปี 2580
โดยแผนแม่บทฯ ได้กำหนดยกระดับ GPP ในแผน 20 ร้อยละ 6 ในทุกจังหวัดของกลุ่ม เฉพาะ จ.อุบลราชธานี นั้น GPP ควรจะเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 8 เนื่องจากแผนกำหนดให้มีศูนย์เศรษฐกิจและแหล่งงานมากถึง 6 ศูนย์ ประกอบด้วย ศูนย์เทศบาลนครอุบลราชธานี มีฐานะเป็นศูนย์พาณิชยกรรมเพื่อการค้าและบริการ, ศูนย์การศึกษาและเศรษฐกิจดิจิทัล มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ในฐานะศูนย์นวัตกรรมและการวิจัยเทคโนโลยีขั้นสูง, ศูนย์พาณิชยกรรมอัจฉริยะแจระแม ในฐานะของเมืองใหม่อุบลราชธานี, ศูนย์อุตสาหกรรมสีเขียวอัจฉริยะบ้านเทิง ในฐานะเขตอุตสาหกรรมใหม่รองรับอุตสาหกรรมสำหรับ SMEs และผู้ประกอบการรุ่นใหม่, ศูนย์อุตสาหกรรมนวัตกรรมอาหารและผลิตภัณฑสมุนไพร เป็นศูนย์การแปรูปและการผลิตผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อการส่งออก และศูนย์พาณิชยกรรมการขนส่งและโลจิสติกส์วารินชำราบ ซึ่งศูนย์เศรษฐกิจดังกล่าวนี้จะสามารถเพิ่มการจ้างงานตามแผนระยะ 10 ปี ได้มากกว่า 5,000 อัตรา
ด้าน นายศิวัช กล่าวว่า บริษัทฯ ได้หารือเบื้องต้นกับผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งจังหวัดจะร่วมทำงานอย่างใกล้ชิดกับ บริษัท อุบลราชธานีพัฒนาเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเตรียมพื้นที่พัฒนา การเตรียมคน ประการสำคัญได้หารือกับอธิการบดีมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีแล้ว ในการเตรียมความพร้อมเป็นศูนย์วิจัยนวัตกรรมและเทคโนโลยีระดับสูงของพื้นที่อีสานล่าง และได้มอบให้คณะเภสัชศาสตร์รับผิดชอบการขับเคลื่อนศูนย์อุตสาหกรรมนวัตกรรมอาหารและผลิตภัณฑ์สมุนไพรเรียบร้อยแล้ว
ทั้งนี้ ในปี 2559 ระบุว่า ประชากรในกลุ่มอีสานใต้มีจำนวน 4,968,000 คน ผลิตภัณฑ์จังหวัดรวม (GPP) 316,474 ล้านบาท หรือเฉลี่ย GPP ต่อหัวเท่ากับ 63,706 บาท






