
ราคาเชื้อเพลิงหลักพุ่งต่อเนื่อง! ดันค่าเอฟทีงวด ม.ค.-เม.ย. 62 ปรับขึ้น
กกพ. ปรับขึ้นค่าเอฟทีงวด ม.ค. - เม.ย. 62 จำนวน 4.30 สต.ต่อหน่วย เหตุปัจจัยราคาเชื้อเพลิงหลักในการผลิตกระแสไฟฟ้าถีบตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
นางสาวนฤภัทร อมรโฆษิต เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ในฐานะโฆษก กกพ. เปิดเผยว่า คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) มีมติให้เรียกเก็บอัตราค่าไฟฟ้าผันแปร (ค่า Ft) สำหรับการเรียกเก็บงวดเดือน ม.ค. - เม.ย. 2562 จำนวน -11.60 สตางค์ต่อหน่วย เมื่อเทียบกับค่า Ft ที่เรียกเก็บในปัจจุบัน -15.90 สตางค์ต่อหน่วย ปรับเพิ่มขึ้นจากงวดก่อน 4.30 สตางค์ต่อหน่วย ซึ่งเป็นไปตามที่คาดการณ์ในการพิจารณาค่า Ft ครั้งก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยราคาเชื้อเพลิงหลักในการผลิตกระแสไฟฟ้าถีบตัวสูงขึ้นมากอย่างต่อเนื่อง
"ถึงแม้ว่าปัจจัยต้นทุนของเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้ายังคงมีความผันผวนในระดับสูง ส่งผลกระทบต่อค่าไฟฟ้า ตามที่ กกพ. เองก็ได้ส่งสัญญาณล่วงหน้ามาอย่างต่อเนื่องก็ตาม แต่ในการประกาศค่า Ft ในรอบนี้ (ม.ค. - เม.ย. 2562) ยังคงต้องบริหารจัดการต้นทุนที่เกี่ยวข้อง เพื่อลดผลกระทบต่อค่าครองชีพประชาชน สร้างความราบรื่นในการปรับตัวให้กับภาคธุรกิจ อุตสาหกรรม และเอื้อต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องเป็นหลัก" นางสาวนฤภัทร กล่าว
[caption id="attachment_344155" align="aligncenter" width="503"]
นฤภัทร อมรโฆษิต[/caption]
ทั้งนี้ หากพิจารณาปัจจัยราคาเชื้อเพลิง สำหรับการผลิตไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นทั้งหมด มาคำนวณโดยที่ไม่มีการบริหารจัดการ จะส่งผลให้อัตราค่าไฟฟ้าผันแปร (ค่า Ft) สำหรับการเรียกเก็บงวดเดือน ม.ค. - เม.ย. 2562 เพิ่มขึ้นสูงถึง +24 สตางค์ต่อหน่วย เมื่อเทียบกับค่า Ft ที่เรียกเก็บในปัจจุบัน -15.90 สตางค์ต่อหน่วย ส่งผลให้เรียกเก็บค่า Ft เพิ่มขึ้นเป็น 8.10 สตางค์ต่อหน่วย และมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเข้าไปบริหารจัดการ เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนและเอื้อต่อภาวะเศรษฐกิจโดยรวมด้วย
นางสาวนฤภัทร กล่าวว่า จากปัจจัยผลกระทบของการปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาเชื้อเพลิงสำหรับการผลิตไฟฟ้า ซึ่ง กกพ. คาดการณ์ว่า ราคาเชื้อเพลิงจะยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นและยืนอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าในระยะต่อไปยังคงอยู่ในภาวะขาขึ้น
อย่างไรก็ตาม จากการประกาศปรับเพิ่มค่า Ft ที่เรียกเก็บงวดเดือน ม.ค. - เม.ย. 2562 จำนวน -11.60 สตางค์ต่อหน่วย จะทำให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยผู้ใช้ไฟฟ้าอยู่ที่ 3.6396 บาทต่อหน่วย (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) จาก 3.5966 บาทต่อหน่วย (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ซึ่งจากมติ กกพ. ดังกล่าว สำนักงาน กกพ. จะเผยแพร่รายละเอียดทั้งหมดผ่านทาง www.erc.or.th เพื่อรับฟังความคิดเห็นต่อไป
นางสาวนฤภัทร อมรโฆษิต เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ในฐานะโฆษก กกพ. เปิดเผยว่า คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) มีมติให้เรียกเก็บอัตราค่าไฟฟ้าผันแปร (ค่า Ft) สำหรับการเรียกเก็บงวดเดือน ม.ค. - เม.ย. 2562 จำนวน -11.60 สตางค์ต่อหน่วย เมื่อเทียบกับค่า Ft ที่เรียกเก็บในปัจจุบัน -15.90 สตางค์ต่อหน่วย ปรับเพิ่มขึ้นจากงวดก่อน 4.30 สตางค์ต่อหน่วย ซึ่งเป็นไปตามที่คาดการณ์ในการพิจารณาค่า Ft ครั้งก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยราคาเชื้อเพลิงหลักในการผลิตกระแสไฟฟ้าถีบตัวสูงขึ้นมากอย่างต่อเนื่อง
"ถึงแม้ว่าปัจจัยต้นทุนของเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้ายังคงมีความผันผวนในระดับสูง ส่งผลกระทบต่อค่าไฟฟ้า ตามที่ กกพ. เองก็ได้ส่งสัญญาณล่วงหน้ามาอย่างต่อเนื่องก็ตาม แต่ในการประกาศค่า Ft ในรอบนี้ (ม.ค. - เม.ย. 2562) ยังคงต้องบริหารจัดการต้นทุนที่เกี่ยวข้อง เพื่อลดผลกระทบต่อค่าครองชีพประชาชน สร้างความราบรื่นในการปรับตัวให้กับภาคธุรกิจ อุตสาหกรรม และเอื้อต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องเป็นหลัก" นางสาวนฤภัทร กล่าว
[caption id="attachment_344155" align="aligncenter" width="503"]
ทั้งนี้ หากพิจารณาปัจจัยราคาเชื้อเพลิง สำหรับการผลิตไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นทั้งหมด มาคำนวณโดยที่ไม่มีการบริหารจัดการ จะส่งผลให้อัตราค่าไฟฟ้าผันแปร (ค่า Ft) สำหรับการเรียกเก็บงวดเดือน ม.ค. - เม.ย. 2562 เพิ่มขึ้นสูงถึง +24 สตางค์ต่อหน่วย เมื่อเทียบกับค่า Ft ที่เรียกเก็บในปัจจุบัน -15.90 สตางค์ต่อหน่วย ส่งผลให้เรียกเก็บค่า Ft เพิ่มขึ้นเป็น 8.10 สตางค์ต่อหน่วย และมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเข้าไปบริหารจัดการ เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนและเอื้อต่อภาวะเศรษฐกิจโดยรวมด้วย
นางสาวนฤภัทร กล่าวว่า จากปัจจัยผลกระทบของการปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาเชื้อเพลิงสำหรับการผลิตไฟฟ้า ซึ่ง กกพ. คาดการณ์ว่า ราคาเชื้อเพลิงจะยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นและยืนอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าในระยะต่อไปยังคงอยู่ในภาวะขาขึ้น
อย่างไรก็ตาม จากการประกาศปรับเพิ่มค่า Ft ที่เรียกเก็บงวดเดือน ม.ค. - เม.ย. 2562 จำนวน -11.60 สตางค์ต่อหน่วย จะทำให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยผู้ใช้ไฟฟ้าอยู่ที่ 3.6396 บาทต่อหน่วย (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) จาก 3.5966 บาทต่อหน่วย (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ซึ่งจากมติ กกพ. ดังกล่าว สำนักงาน กกพ. จะเผยแพร่รายละเอียดทั้งหมดผ่านทาง www.erc.or.th เพื่อรับฟังความคิดเห็นต่อไป






