
วิเคราะห์สถานการณ์ราคาทองคำประจำวัน(5 พ.ย.61)
บทวิเคราะห์สถานการณ์ราคาทองคำแท่ง ประจำวันที่ 5 พฤศจิกายน 2561 โดยบริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
คำแนะนำ
หากราคายังไม่ผ่านโซน 1,238-1,243 ดอลลาร์ต่อออนซ์ รอเสี่ยงเปิดสถานะซื้อในบริเวณ 1,224-1,211 ดอลลาร์ต่อออนซ์(ตัดขาดทุนหากหลุดโซนดังกล่าว)เพื่อไปรอพิจารณาซื้อที่แนวรับถัดไป โดยเน้นการลงทุนระยะสั้นและไม่ควรถือสถานะจำนวนมาก
หากราคาทองคำไม่สามารถกลับขึ้นไปยืนเหนือ 1,238-1,243 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้ ทำให้มีแนวโน้มอ่อนตัวลงสู่บริเวณ 1,224-1,211 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อย่างไรก็ตามในโซน 1,224 ดอลลาร์ต่อออนซ์ขึ้นไปหากสามารถยืนได้ ต้องจับตาแรงซื้อเก็งกำไรที่อาจเพิ่มสูงขึ้น แต่หากยืนไม่อยู่ประเมินแนวรับถัดไปที่ 1,211 ดอลลาร์ต่อออนซ์
แนวรับ 1,224 1,211 1,197
แนวต้าน 1,243 1,254 1,266
[caption id="attachment_342361" align="aligncenter" width="246"]
[/caption]
สรุป ราคาทองคำวันศุกร์ที่ผ่านมาปิดทรงตัวแทบไม่เปลี่ยนแปลง หลังจากในระหว่างวันราคาทองคำร่วงลงไปแตะระดับต่ำสุดบริเวณ 1,229.40 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในระหว่างวัน จากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์หลังกระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรพุ่งขึ้นเกินคาดที่ 250,000 ตำแหน่งในเดือนต.ค. ส่วนอัตราการว่างงานทรงตัวที่ระดับ 3.7% และเทียบรายปีตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมงโดยเฉลี่ยของแรงงานเพิ่มขึ้น 3.1% ซึ่งเป็นการพุ่งขึ้นทะลุ 3% เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ที่สหรัฐเผชิญภาวะเศรษฐกิจถดถอยครั้งใหญ่ ทั้งนี้ ตัวเลขที่แข็งแกร่งในตลาดแรงงานสหรัฐเป็นปัจจัยสนับสนุนการเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)ซึ่งส่งผลหนุนสกุลเงินดอลลาร์และกดดันราคาทองคำ ก่อนที่จะมีแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเข้ามาและช่วยหนุนให้ราคาทองคำลดช่วงติดลบลง ภายหลังจากดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบกว่า 100 จุดจากการทรุดตัวลงของราคาหุ้นแอปเปิล อิงค์ และความกังวลว่าเฟดจะเร่งการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย รวมถึงสถานการณ์การค้าระหว่างสหรัฐกับจีนที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง ด้านกองทุน SPDR ลดการถือครองทองคำลงในวันศุกร์ -1.76 ตัน สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ(PMI)ภาคบริการของสหรัฐจากมาร์กิตและ ISM
ที่มา : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
คำแนะนำ
หากราคายังไม่ผ่านโซน 1,238-1,243 ดอลลาร์ต่อออนซ์ รอเสี่ยงเปิดสถานะซื้อในบริเวณ 1,224-1,211 ดอลลาร์ต่อออนซ์(ตัดขาดทุนหากหลุดโซนดังกล่าว)เพื่อไปรอพิจารณาซื้อที่แนวรับถัดไป โดยเน้นการลงทุนระยะสั้นและไม่ควรถือสถานะจำนวนมาก
หากราคาทองคำไม่สามารถกลับขึ้นไปยืนเหนือ 1,238-1,243 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้ ทำให้มีแนวโน้มอ่อนตัวลงสู่บริเวณ 1,224-1,211 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อย่างไรก็ตามในโซน 1,224 ดอลลาร์ต่อออนซ์ขึ้นไปหากสามารถยืนได้ ต้องจับตาแรงซื้อเก็งกำไรที่อาจเพิ่มสูงขึ้น แต่หากยืนไม่อยู่ประเมินแนวรับถัดไปที่ 1,211 ดอลลาร์ต่อออนซ์
แนวรับ 1,224 1,211 1,197
แนวต้าน 1,243 1,254 1,266
[caption id="attachment_342361" align="aligncenter" width="246"]
สรุป ราคาทองคำวันศุกร์ที่ผ่านมาปิดทรงตัวแทบไม่เปลี่ยนแปลง หลังจากในระหว่างวันราคาทองคำร่วงลงไปแตะระดับต่ำสุดบริเวณ 1,229.40 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในระหว่างวัน จากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์หลังกระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรพุ่งขึ้นเกินคาดที่ 250,000 ตำแหน่งในเดือนต.ค. ส่วนอัตราการว่างงานทรงตัวที่ระดับ 3.7% และเทียบรายปีตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมงโดยเฉลี่ยของแรงงานเพิ่มขึ้น 3.1% ซึ่งเป็นการพุ่งขึ้นทะลุ 3% เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ที่สหรัฐเผชิญภาวะเศรษฐกิจถดถอยครั้งใหญ่ ทั้งนี้ ตัวเลขที่แข็งแกร่งในตลาดแรงงานสหรัฐเป็นปัจจัยสนับสนุนการเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)ซึ่งส่งผลหนุนสกุลเงินดอลลาร์และกดดันราคาทองคำ ก่อนที่จะมีแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเข้ามาและช่วยหนุนให้ราคาทองคำลดช่วงติดลบลง ภายหลังจากดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบกว่า 100 จุดจากการทรุดตัวลงของราคาหุ้นแอปเปิล อิงค์ และความกังวลว่าเฟดจะเร่งการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย รวมถึงสถานการณ์การค้าระหว่างสหรัฐกับจีนที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง ด้านกองทุน SPDR ลดการถือครองทองคำลงในวันศุกร์ -1.76 ตัน สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ(PMI)ภาคบริการของสหรัฐจากมาร์กิตและ ISM
ที่มา : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด






