thansettakij
thansettakij
จี้เพิ่มบทลงโทษ! เด้ง 5 เสือหนองแค ปล่อยมั่วสุมเสพยา

จี้เพิ่มบทลงโทษ! เด้ง 5 เสือหนองแค ปล่อยมั่วสุมเสพยา

04 พ.ย. 61 | 04:56 น.
อัปเดตล่าสุด :04 พ.ย. 61 | 16:12 น.
จากกรณี พล.ต.ต.อำพล บัวรับพร รักษาราชการผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ได้เซ็นคำสั่งย้าย 5 เสือ สถานีตำรวจภูธรหนองแค หลังชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครองบุกจับสถานบันเทิง ชื่อ "หลังเขา" หรือ Back Moutain ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนสุวรรณศร สายหินกอง-นครนายก อ.หนองแค จ.สระบุรี หลังสืบทราบว่าเป็นแหล่งมั่วสุมของวัยรุ่น จัดงานคืนวันฮาโลวีน 31 ต.ค. โดยปล่อยให้เยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี เข้าไปใช้บริการจำนวนมากถึง 128 คน ในจำนวนนี้มีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี 43 คน จึงได้ตรวจปัสสาวะนักเที่ยวทั้งหมด พบว่า เป็นสีม่วงจำนวน 131 คน นอกจากนี้ ยังพบยาเสพติดและอุปกรณ์การเสพหลายชนิด ทั้งไอซ์ ยาอี ยาเคตามีน ยาไฟว์ เกลื่อนพื้นร้าน และในห้องน้ำภายในร้าน ซึ่งบรรจุซองพร้อมใช้ จำนวน 83 ห่อ

ธีรภัทร์

นายธีรภัทร์ คหะวงศ์ ผู้ประสานงานเครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ต้องชื่นชมชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง ซึ่งร่วมกับกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กระทรวงยุติธรรม และฝ่ายปกครองจังหวัดสระบุรี ที่เข้าปิดล้อมตรวจค้นผับดังกล่าว และพบว่ามีการกระทำความผิดร้ายแรง ทั้งปล่อยให้เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี เข้าใช้บริการ รวมถึงการตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต การจำหน่ายสุราเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด การจัดโปรโมชั่นส่งเสริมการขาย และความผิดตามกฎหมายคุ้มครองเด็ก แม้ปัจจุบันมีกฎหมายหลายฉบับควบคุมสถานบันเทิงหรือสถานประกอบการ โดยเฉพาะคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 22/2558 แต่ยังพบการฝ่าฝืน ทำผิดกฎหมายซ้ำซาก ไม่เกรงกลัวในกฎหมาย ยิ่งถ้าหากพื้นที่ไหนที่เจ้าหน้าที่ไม่เอาจริงเอาจัง ปัญหายิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น


handcuffs-308897_1280

"การเซ็นคำสั่งย้าย 5 เสือ สถานีตำรวจภูธรหนองแค ประกอบด้วย พ.ต.อ.ฉัฐวัชร วงศ์วาสน์ ผู้กำกับการสถานี, พ.ต.ท.สราวุฒิ ทองภู่ รองผู้กำกับการป้องกันและปราบปราม, พ.ต.ท.เหมราช รุ่งโรจน์ รองผู้กำกับการสืบสวน, พ.ต.ท.พงษ์ปกรณ์ พิพัฒนสมพร สารวัตรป้องกันและปราบปราม และ พ.ต.ต.ธนวัฒน์ ไชยสงเมือง สารวัตรสืบสวน โดยมีคำสั่งให้ไปช่วยราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 แล้ว แต่คำถามสำคัญที่คิดว่าสังคมอยากรู้ คือ แค่สั่งย้ายเท่านั้นหรือ? ควรมีการเพิ่มบทลงโทษอย่างอื่นอีกหรือไม่? แล้วที่ผ่านมาปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร? ทำไมไม่เข้าไปจัดการแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะเรื่องนี้ ทราบว่าประชาชนเคยร้องเรียนไปหลายหน่วยงาน แต่ไม่เป็นผล จนพ่อแม่ ผู้ปกครอง สถานศึกษา รวมทั้งสื่อมวลชน ต้องร้องเรียนผ่านศูนย์ดำรงธรรม กระทรวงมหาดไทย ให้ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครองเข้าจัดการในที่สุด นี่จึงไม่ใช่ครั้งแรกที่หน่วยงานจากส่วนกลางต้องลงไปดำเนินการเอง และปัญหาแบบนี้จะไม่หมดไป หากเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องไม่เอาจริงเอาจังกับการบังคับใช้กฎหมาย" นายธีรภัทร์ กล่าว


นายชูวิทย์ จันทรส

ด้าน นายชูวิทย์ จันทรส ผู้ประสานงานเครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์ กล่าวว่า คำสั่ง คสช. ที่ 22/2558 ที่กำหนดพื้นที่โซนนิ่งควบคุมร้านเหล้า ถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดที่เกี่ยวข้องกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่ในความเป็นจริง พบข่าวการบุกจับกุมสถานบริการ ร้านเหล้า ผับ บาร์ต่าง ๆ ที่ทำความผิด ทั้งขายให้เด็ก ปล่อยให้เด็กเข้าไป เปิดเกินเวลาที่กำหนด เสียงดัง และอื่น ๆ เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่า ผลการดำเนินการหลังจากที่เป็นข่าวไปแล้วจะเป็นอย่างไรต่อไป เพราะสุดท้ายแล้วต้องใช้อำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัดในการสั่งปิด หรือ มีมาตรการอื่น ๆ


prison-553836_1920

"ไทยมีกฎหมายหลายฉบับที่สามารถให้ยาแรงกับปัญหานี้ได้ แต่มักจะไม่หยิบมาใช้กัน หรือ ใช้เพียงสถานเบา ทำให้ไม่หลาบจำ บางแห่งสั่งปิดไปแล้วยังแอบเปิดได้อีก ทั้งที่กฏหมายเขียนไว้ชัด แต่ปรากฏการณ์หรี่ตาข้างนึง ลูบหน้าปะจมูก มักจะเกิดขึ้นเสมอในสังคมไทย จึงเห็นร้านเหล้าพวกนี้ทำผิด ท้าทายกฏหมายอย่างต่อเนื่อง ในยุค คสช. ที่มีการออกคำสั่งตามมาตรา 44 เพื่อจัดการปัญหานี้โดยเฉพาะ จึงจำเป็นต้องทำให้กฎหมายศักดิ์สิทธ์เด็ดขาด เพราะทั่วโลกไม่มีใครเขายอมให้สถานประกอบการเหล่านี้หากินกับเด็ก เยาวชนที่อายุยังไม่ถึงเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ทุกประเทศมีกฏกติกาชัดเจนในการปกป้องลูกหลาน จึงจำเป็นต้องทำให้เกิดความคิด ความเชื่อ ร่วมกันปกป้องเด็กเยาวชนจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ช่วยกันเป็นหูเป็นตา อย่ายอมให้เกิดปรากฏการณ์ผู้ใหญ่หากินกับเด็ก โดยที่ไม่ทำอะไรกันเลย กรณีนี้ต้องขอขอบคุณฝ่ายปกครอง กระทรวงมหาดไทย ที่ร่วมปกป้องลูกหลานของเรา" นายชูวิทย์ กล่าว

ดาวน์โหลดอีบุ๊กแทรกข่าว