
ซอกส์โหมปั้นแบรนด์ ดันไทยฐานอาเซียน
“สปอร์ต สปอตฯ” เดินหน้ารุกสร้างแบรนด์ “ซอกส์” เจาะตลาดชุดว่ายนํ้าและอุปกรณ์สำหรับเด็ก หลังพบตลาดเติบโตต่อเนื่อง พร้อมใช้ไทยสปริงบอร์ดสู่ CLMV ชี้อนาคตเตรียมขยายฐานผลิตมาไทย หลังจีนโยกโซนอุตสาหกรรมใหม่ ส่งผลต้นทุนพุ่ง
นายอิทธิ นานา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สปอร์ต สปอต อินทีเกรชั่น จำกัด ผู้นำเข้าแบรนด์สินค้ากีฬา เปิดเผยว่า บริษัทมีนโยบายที่จะรุกทำตลาดผลิตภัณฑ์ชุดว่ายนํ้าและอุปกรณ์ว่ายนํ้าสำหรับเด็กภายใต้แบรนด์“ซอกส์” (ZOGGS) อย่างหนักนับจากนี้ เพื่อรองรับตลาดชุดว่ายนํ้าเด็กที่มีการขยายตัวต่อเนื่อง รวมถึงตลาดชุดว่ายนํ้าอินเตอร์แบรนด์ในเมืองไทยซึ่งมีมูลค่าตลาดรวม 2,500 ล้านบาท เติบโต 5-10% โดยกลุ่มเด็กมีสัดส่วนราว 30% และมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง หลังจากที่พ่อแม่ต้องการให้ลูกว่ายนํ้าเป็น
ทั้งนี้บริษัทเริ่มรุกตลาด ด้วยการจัดแยกคอร์เนอร์จำหน่ายจากเดิมในแผนกว่ายนํ้ามาอยู่ในแผนกสินค้าสำหรับเด็ก ทำให้พ่อแม่ ผู้ปกครองสามารถเลือกซื้อสินค้าได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังเพิ่มช่องทางจำหน่ายด้วยการขยายไปยังหัวเมืองใหญ่ๆ มากขึ้นจากเดิมที่มีวางจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ร้านจำหน่ายชุดว่ายนํ้าอิสระ ตามเมืองท่องเที่ยวสำคัญ อาทิ พัทยา ภูเก็ต หัวหิน ฯลฯ ขณะเดียวกันพบว่า ในจังหวัดใหญ่ๆ เริ่มมียอดขายที่เพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ขอนแก่น นครราชสีมา เชียงใหม่ เป็นต้น
อย่างไรก็ดี ไทยถือเป็นฐานสำคัญในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมียอดขายเป็นอันดับ 2 รองจากสิงคโปร์ และบริษัทมีแผนใช้ไทยเป็นฐานในการขยายตลาดไปยังประเทศในกลุ่มซีแอลเอ็มวี ได้แก่ กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม โดยจะเริ่มในปีหน้าที่ประเทศเวียดนาม และเมียนมา ก่อนขยายครบทุกประเทศในอีก 3 ปี
ด้านนายโรเบิร์ต เดวี่ส์ ผู้จัดการทั่วไป ซอกส์ เอเชีย แปซิฟิก กล่าวว่า ซอกส์ ให้ความสำคัญกับประเทศไทยอย่างมาก หลังจากที่ศึกษาตลาดพบว่า มีอัตราการเติบโตต่อเนื่อง รวมทั้งเห็นได้จากการเกิดใหม่ของสระว่ายนํ้า โดยสินค้าที่ได้รับความนิยมจะเป็นชุดว่ายนํ้า อุปกรณ์ว่ายนํ้าสำหรับเด็ก รวมถึงชุดว่ายนํ้าเพื่อการออกกำลังกาย เป็นต้น อย่างไรก็ดีบริษัทมีโรงงานผลิตอยู่ที่จีน และไต้หวัน รวมถึงบางแคติกอรีที่เป็นการรับจ้างผลิตในเมืองไทย ซึ่งในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาโรงงานผลิตที่จีนประสบปัญหาหลังจากที่รัฐบาลมีการจัดโซนนิ่งโรงงานอุตสาหกรรมใหม่ ส่งผลให้ต้องมีต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ทำให้บริษัทต้องหาฐานการผลิตใหม่ โดยโยกสินค้าบางรายการ อาทิ ชุดว่ายนํ้ากันแดด ฯลฯ มาผลิตในเมืองไทย เป็นต้น
หน้า 34 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3415 ระหว่างวันที่ 4 - 7 พฤศจิกายน 2561
นายอิทธิ นานา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สปอร์ต สปอต อินทีเกรชั่น จำกัด ผู้นำเข้าแบรนด์สินค้ากีฬา เปิดเผยว่า บริษัทมีนโยบายที่จะรุกทำตลาดผลิตภัณฑ์ชุดว่ายนํ้าและอุปกรณ์ว่ายนํ้าสำหรับเด็กภายใต้แบรนด์“ซอกส์” (ZOGGS) อย่างหนักนับจากนี้ เพื่อรองรับตลาดชุดว่ายนํ้าเด็กที่มีการขยายตัวต่อเนื่อง รวมถึงตลาดชุดว่ายนํ้าอินเตอร์แบรนด์ในเมืองไทยซึ่งมีมูลค่าตลาดรวม 2,500 ล้านบาท เติบโต 5-10% โดยกลุ่มเด็กมีสัดส่วนราว 30% และมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง หลังจากที่พ่อแม่ต้องการให้ลูกว่ายนํ้าเป็น
ทั้งนี้บริษัทเริ่มรุกตลาด ด้วยการจัดแยกคอร์เนอร์จำหน่ายจากเดิมในแผนกว่ายนํ้ามาอยู่ในแผนกสินค้าสำหรับเด็ก ทำให้พ่อแม่ ผู้ปกครองสามารถเลือกซื้อสินค้าได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังเพิ่มช่องทางจำหน่ายด้วยการขยายไปยังหัวเมืองใหญ่ๆ มากขึ้นจากเดิมที่มีวางจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ร้านจำหน่ายชุดว่ายนํ้าอิสระ ตามเมืองท่องเที่ยวสำคัญ อาทิ พัทยา ภูเก็ต หัวหิน ฯลฯ ขณะเดียวกันพบว่า ในจังหวัดใหญ่ๆ เริ่มมียอดขายที่เพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ขอนแก่น นครราชสีมา เชียงใหม่ เป็นต้น
อย่างไรก็ดี ไทยถือเป็นฐานสำคัญในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมียอดขายเป็นอันดับ 2 รองจากสิงคโปร์ และบริษัทมีแผนใช้ไทยเป็นฐานในการขยายตลาดไปยังประเทศในกลุ่มซีแอลเอ็มวี ได้แก่ กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม โดยจะเริ่มในปีหน้าที่ประเทศเวียดนาม และเมียนมา ก่อนขยายครบทุกประเทศในอีก 3 ปี
ด้านนายโรเบิร์ต เดวี่ส์ ผู้จัดการทั่วไป ซอกส์ เอเชีย แปซิฟิก กล่าวว่า ซอกส์ ให้ความสำคัญกับประเทศไทยอย่างมาก หลังจากที่ศึกษาตลาดพบว่า มีอัตราการเติบโตต่อเนื่อง รวมทั้งเห็นได้จากการเกิดใหม่ของสระว่ายนํ้า โดยสินค้าที่ได้รับความนิยมจะเป็นชุดว่ายนํ้า อุปกรณ์ว่ายนํ้าสำหรับเด็ก รวมถึงชุดว่ายนํ้าเพื่อการออกกำลังกาย เป็นต้น อย่างไรก็ดีบริษัทมีโรงงานผลิตอยู่ที่จีน และไต้หวัน รวมถึงบางแคติกอรีที่เป็นการรับจ้างผลิตในเมืองไทย ซึ่งในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาโรงงานผลิตที่จีนประสบปัญหาหลังจากที่รัฐบาลมีการจัดโซนนิ่งโรงงานอุตสาหกรรมใหม่ ส่งผลให้ต้องมีต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ทำให้บริษัทต้องหาฐานการผลิตใหม่ โดยโยกสินค้าบางรายการ อาทิ ชุดว่ายนํ้ากันแดด ฯลฯ มาผลิตในเมืองไทย เป็นต้น
หน้า 34 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3415 ระหว่างวันที่ 4 - 7 พฤศจิกายน 2561






