
วัดฝีมือ! ปธ.มิลค์บอร์ด ล้างบางทุจริต "นมโรงเรียน"
แหล่งข่าวผู้ประกอบการในโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า การประชุมการจัดสรรสิทธิ์และพื้นที่จำหน่ายในโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ภาคเรียนที่ 2/2561 เสร็จสิ้นเรียบร้อย ใช้เวลาเพียง 2 วัน กล่าวคือ ในวันที่ 22-23 ต.ค. ที่ผ่านมา ได้กำหนดให้ใช้น้ำนมดิบในโครงการ จำนวนไม่เกิน 1,170 ตัน/วัน จำนวนเด็กนักเรียนที่จัดสรร 7.4 ล้านคน มีผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการจำนวน 64 ราย ในจำนวนนี้มีรายใหม่ได้เข้าร่วมโครงการ 2 ราย ได้แก่ ห้างหุ้นส่วนจำกัดทุ่งสงแดรี่พลัส 915 ได้สิทธิ์จำหน่ายนมโรงเรียน 3 ตัน/วัน และบริษัท ส่งเสริมผลิตภัณฑ์นม จำกัด ได้สิทธิ์จำหน่ายนมโรงเรียน 10 ตัน/วัน
จากประกาศของคณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม หรือ มิลค์บอร์ด หลักเกณฑ์ในภาคเรียนที่ 2/2561 หมวด 2 ข้อ 7 ให้คณะอนุกรรมการบริหารจัดการโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียนเป็นผู้พิจารณาคัดเลือกและจัดสรรสิทธิให้นำจำนวนสิทธิที่ผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์นมถูกลดสิทธิ์ หรือ ถูกตัดสิทธิ จากการไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข แต่ยังไม่ถูกลดสิทธิ หรือ ถูกตัดสิทธิ มาลดจำนวนสิทธิ หรือ ถูกตัดสิทธิการจำหน่ายที่ผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์นมควรได้รับในภาคเรียนนี้ด้วย พร้อมกับให้นำประวัติการฝ่าฝืนประกาศของมิลค์บอร์ดที่ผ่านมา นำมาประกอบการพิจารณาจัดสรรสิทธิด้วย
แต่ปรากฏว่า ผู้ที่โดนลงโทษในเทอม 1/2561 พอมาพิจารณาในการจัดสรรสิทธิ์ใหม่ในเทอม 2/2561 ไม่ควรจะได้ตามคำขอ แต่ปรากฏกลับได้เพิ่ม ยุติธรรมหรือไม่ แล้วผู้ประกอบการรายอื่นที่ไม่เคยทำผิดเลย ทำไมไม่ได้เพิ่ม สองมาตรฐานหรือไม่ อย่างไร จึงเป็นที่มาของ นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย วันพรุ่งนี้ (วันที่ 24 ต.ค. 61) เวลา 09.00 น. จะไปยื่นหนังสือสอบถามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตรงกับที่จะมีการประชุมมิลค์บอร์ด ที่มี นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะเป็นประธานในที่ประชุม
ยกตัวอย่าง สหกรณ์โคนมไทยมิลค์ เกิดปัญหานมบูดเสียที่โรงเรียนไผทอุดมศึกษา โดนลดสิทธิ์ในเทอม 1/2561 จำนวน 25% จากโควตาที่ได้รับประมาณวันละ 56 ตัน/วัน แต่ในเทอม 2/2561 กลับได้สิทธิ์จำหน่ายเพิ่มกว่า 73 ตัน/วัน เป็นต้น ในข้อดังกล่าวนี้ ทางคณะอนุกรรมการบริหารจัดการโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน เห็นว่าการกำหนดหลักเกณฑ์ดังกล่าวจะไม่ป็นผลดี เนื่องจากการนำประวัติในอดีตที่เกิดขึ้นแล้วและถูกลงโทษให้ลดสิทธิการจำหน่ายแล้วจะมาลงโทษในภาคเรียนที่ 2/2561 อีก ถือว่าเป็นการลงโทษซ้ำซ้อน และในหลักเกณฑ์ภาค 1/2561 ก็ไม่ได้แจ้งไว้ การทำผิดประกาศมิลค์บอร์ดจะมีผลทำให้ถูกลดสิทธิในภาคเรียนที่ 2/2561 จึงไม่ได้นำหลักเกณฑ์ข้อนี้มาใช้ สิทธิการจำหน่ายของผู้ประกอบการจึงได้รับสิทธิเท่าภาคเรียนทีผ่านมาและมีสิทธิที่จะได้เพิ่มขึ้นแล้ว อย่างนี้จะนำประวัติการฝ่าฝืนประกาศของมิลค์บอร์ดที่ผ่านมานำมาประกอบการพิจารณาจัดสรรสิทธิด้วยเพื่ออะไร ขัดแย้งกันหรือไม่อย่างไร
แหล่งข่าวกล่าวถึงผู้ประกอบการที่ไม่เคยทำผิดเลย แต่ขอเพิ่ม กลับไม่ให้ ผิดปกติหรือไม่ แล้วสาเหตุที่จะต้องรีบจัด ก็จะพูดเป็นแผ่นเสียงตกร่อง ก็คือ เพื่อให้เด็กนักเรียนได้ดื่มนมโรงเรียนทันในวันเปิดภาคเรียน ก็คือ วันที่ 1 พ.ย. 2561 เนื่องจากระยะเวลากระชั้นชิดมากและเป็นไปตามกรอบเวลาที่เสนอมิลค์บอร์ด อย่างไรก็ตาม ฝากปลัดเกษตรป้ายแดง ว่า จะสามารถล้างบางทุจริตนมโรงเรียนได้หรือไม่ งานนี้ต้องวัดฝีมือ!
จากประกาศของคณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม หรือ มิลค์บอร์ด หลักเกณฑ์ในภาคเรียนที่ 2/2561 หมวด 2 ข้อ 7 ให้คณะอนุกรรมการบริหารจัดการโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียนเป็นผู้พิจารณาคัดเลือกและจัดสรรสิทธิให้นำจำนวนสิทธิที่ผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์นมถูกลดสิทธิ์ หรือ ถูกตัดสิทธิ จากการไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข แต่ยังไม่ถูกลดสิทธิ หรือ ถูกตัดสิทธิ มาลดจำนวนสิทธิ หรือ ถูกตัดสิทธิการจำหน่ายที่ผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์นมควรได้รับในภาคเรียนนี้ด้วย พร้อมกับให้นำประวัติการฝ่าฝืนประกาศของมิลค์บอร์ดที่ผ่านมา นำมาประกอบการพิจารณาจัดสรรสิทธิด้วย
แต่ปรากฏว่า ผู้ที่โดนลงโทษในเทอม 1/2561 พอมาพิจารณาในการจัดสรรสิทธิ์ใหม่ในเทอม 2/2561 ไม่ควรจะได้ตามคำขอ แต่ปรากฏกลับได้เพิ่ม ยุติธรรมหรือไม่ แล้วผู้ประกอบการรายอื่นที่ไม่เคยทำผิดเลย ทำไมไม่ได้เพิ่ม สองมาตรฐานหรือไม่ อย่างไร จึงเป็นที่มาของ นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย วันพรุ่งนี้ (วันที่ 24 ต.ค. 61) เวลา 09.00 น. จะไปยื่นหนังสือสอบถามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตรงกับที่จะมีการประชุมมิลค์บอร์ด ที่มี นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะเป็นประธานในที่ประชุม
ยกตัวอย่าง สหกรณ์โคนมไทยมิลค์ เกิดปัญหานมบูดเสียที่โรงเรียนไผทอุดมศึกษา โดนลดสิทธิ์ในเทอม 1/2561 จำนวน 25% จากโควตาที่ได้รับประมาณวันละ 56 ตัน/วัน แต่ในเทอม 2/2561 กลับได้สิทธิ์จำหน่ายเพิ่มกว่า 73 ตัน/วัน เป็นต้น ในข้อดังกล่าวนี้ ทางคณะอนุกรรมการบริหารจัดการโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน เห็นว่าการกำหนดหลักเกณฑ์ดังกล่าวจะไม่ป็นผลดี เนื่องจากการนำประวัติในอดีตที่เกิดขึ้นแล้วและถูกลงโทษให้ลดสิทธิการจำหน่ายแล้วจะมาลงโทษในภาคเรียนที่ 2/2561 อีก ถือว่าเป็นการลงโทษซ้ำซ้อน และในหลักเกณฑ์ภาค 1/2561 ก็ไม่ได้แจ้งไว้ การทำผิดประกาศมิลค์บอร์ดจะมีผลทำให้ถูกลดสิทธิในภาคเรียนที่ 2/2561 จึงไม่ได้นำหลักเกณฑ์ข้อนี้มาใช้ สิทธิการจำหน่ายของผู้ประกอบการจึงได้รับสิทธิเท่าภาคเรียนทีผ่านมาและมีสิทธิที่จะได้เพิ่มขึ้นแล้ว อย่างนี้จะนำประวัติการฝ่าฝืนประกาศของมิลค์บอร์ดที่ผ่านมานำมาประกอบการพิจารณาจัดสรรสิทธิด้วยเพื่ออะไร ขัดแย้งกันหรือไม่อย่างไร
แหล่งข่าวกล่าวถึงผู้ประกอบการที่ไม่เคยทำผิดเลย แต่ขอเพิ่ม กลับไม่ให้ ผิดปกติหรือไม่ แล้วสาเหตุที่จะต้องรีบจัด ก็จะพูดเป็นแผ่นเสียงตกร่อง ก็คือ เพื่อให้เด็กนักเรียนได้ดื่มนมโรงเรียนทันในวันเปิดภาคเรียน ก็คือ วันที่ 1 พ.ย. 2561 เนื่องจากระยะเวลากระชั้นชิดมากและเป็นไปตามกรอบเวลาที่เสนอมิลค์บอร์ด อย่างไรก็ตาม ฝากปลัดเกษตรป้ายแดง ว่า จะสามารถล้างบางทุจริตนมโรงเรียนได้หรือไม่ งานนี้ต้องวัดฝีมือ!






